เจาะลึก 6 เดือน 6 เคส "ไทย" ฐานส่งออกยาเสพติดหลักเข้า "ออสเตรเลีย"
ภาพรวมที่ใหญ่ที่สุดของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติในประเทศออสเตรเลียถูกเปิดเผยผ่าน "ปฏิบัติการ Candy" (Operation Candy) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะจุดปฏิบัติการสำคัญของเครือข่ายอาชญากรรมระดับโลก
ยุทธการนี้เริ่มขึ้นจากการยึดโทรศัพท์มือถือเพียง 2 เครื่องในเมืองเล็ก ๆ ของประเทศสวีเดนเมื่อเดือน พ.ย.2566 ข้อมูลที่ถูกถอดรหัสเผยให้เห็นแผนผังอาชญากรรมที่ขยายตัวไปทั่วเอเชีย ยุโรป และออสเตรเลีย
ต่อมาเมื่อวันที่ 4 มี.ค.2526 เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานเข้าตรวจค้นกว่า 20 จุดพร้อมกันในประเทศสเปน สวีเดน และประเทศไทย ส่งผลให้มีการจับกุมผู้ต้องหารวม 15 คน เครือข่ายนี้ไม่เพียงค้ายาสังเคราะห์แต่ยังรวมถึงการฟอกเงินผ่านระบบบริษัทที่ซับซ้อน โดยมีการระบุว่าสมาชิกในเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยได้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายยาเสพติดออนไลน์ขนาดใหญ่ส่งไปยังกลุ่มประเทศนอร์ดิก
นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงกับการสกัดกั้นยาเสพติดน้ำหนักรวม 1.2 ตันในประเทศเยอรมนี ที่มีปลายทางมายังนครเมลเบิร์น ซึ่งยาเสพติดดังกล่าวถูกซุกซ่อนมาในสินค้าที่ระบุว่าเป็นวัสดุทำถนน
เคสที่ 1 : 23 ม.ค.69 การจับกุม 3 หนุ่มจากรัฐวิกตอเรีย
เจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์พรมแดนออสเตรเลีย (ABF) ตรวจพบชายวัย 22 ปี จำนวน 3 ราย (จากย่าน นาร์เร วอร์เรน, เบอร์วิก และวีลเลอร์ส ฮิลล์ ในรัฐวิกตอเรีย) เดินทางมาจากประเทศไทยถึงสนามบินซิดนีย์ พร้อมกระเป๋าเดินทางที่บรรจุหีบห่อต้องสงสัย
จากการตรวจสอบพบเฮโรอีนน้ำหนัก 34 กก. และเมทแอมเฟตามีน 8 กก. รวมทั้งหมด 42 กก. ยาเสพติดล็อตนี้มีมูลค่าสูงถึง 24.4 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (แยกเป็นเฮโรอีน 17 ล้าน และเมทแอมเฟตามีน 7.4 ล้าน)
ซึ่งหากหลุดรอดไปได้จะสามารถนำไปแบ่งจำหน่ายในตลาดมืดได้ถึง 250,000 ครั้ง ทั้ง 3 คน ถูกตั้งข้อหานำเข้าและครอบครองยาเสพติดในปริมาณเพื่อการค้า ซึ่งมีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต
เคสที่ 2 : 24 ม.ค.69 เฮโรอีน 20 กก. ในกระเป๋าชายชาวนิวเซาท์เวลส์
เพียง 24 ชั่วโมงต่อมา ชายวัย 26 ปีที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ ถูกสกัดจับที่สนามบินซิดนีย์เช่นกัน เจ้าหน้าที่พบถุงสูญญากาศหลากขนาดจำนวน 34 ใบ ทั้งหมดบรรจุผงสีขาวที่ต้องสงสัยว่าเป็นเฮโรอีน หนักรวม 20 กิโลกรัมไว้ในกระเป๋าเดินทาง
ยาล็อตนี้มีมูลค่าตามราคาตลาดประมาณ 10 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และสามารถแบ่งขายได้มากถึง 100,000 ครั้ง ชายคนดังกล่าวถูกตั้งข้อหานำเข้ายาเสพติดที่ควบคุมโดยด่านชายแดนในปริมาณมากเพื่อการค้า มีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต
เคสที่ 3 : 19 มี.ค.2569 ชายมาเลเซียกับไอซ์ในขวดแป้ง
ชายชาวมาเลเซียวัย 66 ปี เดินทางจากประเทศไทยสู่สนามบินซิดนีย์ เจ้าหน้าที่ ABF และสุนัขตำรวจพบความผิดปกติในกระเป๋าเดินทาง เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดพบขวดที่ระบุฉลากว่า "แป้งหอม" (Scented Powder) จำนวน 10 ขวด แต่ภายในกลับบรรจุเมทแอมเฟตามีนน้ำหนักรวม 5 กิโลกรัม
เจ้าหน้าที่สืบสวนของ AFP ยึดโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องของชายคนดังกล่าวเพื่อตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้ ผู้ต้องหาอ้างว่าเขาได้รับการจ้างวานผ่านโซเชียลมีเดียให้ขนกระเป๋าเดินทางจากประเทศไทยมาออสเตรเลีย เพื่อแลกกับเงินค่าตอบแทน
คดีนี้แสดงให้เห็นถึงรูปแบบการใช้กลุ่มบุคคลเปราะบางมาทำหน้าที่เป็น "ม้าเร็ว" โดยกลุ่มผู้บงการที่อยู่ต่างประเทศ
เขาถูกตั้งข้อหา พยายามนำเข้ายาเสพติดที่ควบคุมโดยด่านชายแดนในปริมาณเชิงพาณิชย์ มีโทษจำคุกตลอดชีวิตสูงสุด และถูกปฏิเสธการให้ประกันตัว
เคสที่ 4 : 23 เม.ย.2569 การไล่ล่ากลางสนามบินซิดนีย์
เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นเมื่อชาย 2 คนที่อายุ 35 และ 36 ปี เดินทางมาจากประเทศไทยและถูกเรียกตรวจกระเป๋าเดินทาง เจ้าหน้าที่ตรวจพบเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ในซับในกระเป๋าของแต่ละคน ถุงละ 4.5 กก.
หลังเจ้าหน้าที่แจ้งฐานความผิดและพวกเขาต้องถูกดำเนินคดี ทั้งคู่ก็พยายามวิ่งหนีออกจากเขตควบคุมพรมแดนทะลุออกไปยังโถงผู้โดยสาร ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ AFP ต้องทำการไล่ล่าอย่างกระชั้นชิดจนสามารถสกัดตัวไว้ได้ โดยหนึ่งในผู้ต้องหาเจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจใช้สเปรย์พริกไทยในการควบคุมตัว และชายที่อายุ 36 ปีอีกคนถูกจับในย่านเซอร์รีฮิลล์
และในวันเดียวกันนั้น มีชายอีกคน อายุ 34 ปี ที่เดินทางจากประเทศไทยในเที่ยวบินอื่นมาถึงสนามบินซิดนีย์ ก็ถูกจับกุมพร้อมเฮโรอีนอีก 5 กิโลกรัมที่ซุกซ่อนในลักษณะเดียวกัน
รวมน้ำหนักเฮโรอีนที่ยึดได้ในวันเดียวสูงถึง 14 กิโลกรัม
ทุกคนถูกตั้งข้อหาคนละ 1 กระทงฐานนำเข้ายาเสพติดควบคุมชายแดนในปริมาณเชิงพาณิชย์ มีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต
เคสที่ 5 : 29 พ.ค.2569 สาวฝรั่งเศสและอันตรายของบิวเทนไดออล
หญิงสาวชาวฝรั่งเศสวัย 31 ปี เดินทางจากประเทศไทยเข้าสู่เมืองเพิร์ท เจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบขวดที่ติดฉลาก "Body Wash" (สบู่เหลวอาบน้ำ) แต่ภายในกลับเป็นสารบิวเทนไดออล (Butanediol) ปริมาณ 50 กรัม ซึ่งเป็นยาควบคุมพิเศษที่แจ้งไว้เมื่อเข้าเมือง
สารเคมีชนิดนี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเปลี่ยนสภาพเป็นสาร GHB (สารที่มักใช้ในยาเสียสาว) ซึ่งมีอันตรายถึงชีวิตได้แม้เสพในปริมาณเพียงเล็กน้อย บิวเทนไดออลถูกประกาศให้เป็นยาเสพติดที่ควบคุมโดยด่านชายแดนในออสเตรเลียในปี 2567 มีสถานะเทียบเท่ากับ เมทแอมเฟตามีน เฮโรอีน และ โคเคน
นอกจากนี้จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือยังพบภาพถ่ายที่บ่งชี้ว่าเธออาจซุกซ่อนยาเสพติดไว้ในร่างกาย ต่อมาเธอได้ขับถ่ายเม็ดยาสเตียรอยด์ออกมาอีกจำนวน 40 ชุด
คดีนี้สะท้อนว่าขบวนการค้ายาพยายามนำสารเคมีชนิดใหม่ ๆ มาใช้เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ เธอถูกตั้งข้อหา 1 กระทง ฐานนำเข้ายาเสพติดที่ควบคุมโดยด่านชายแดนในปริมาณที่สามารถจำหน่ายได้ มีโทษจำคุกสูงสุด 25 ปี
เคสที่ 6 : 25 มิ.ย.2569 ความเชื่อใจที่ถูกหักหลังโดยพนักงานสายการบิน
คดีล่าสุดที่สร้างความตกตะลึงให้แก่สังคมคือการจับกุมพนักงานสายการบินชาวไทยวัย 26 ปี ซึ่งเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบินระหว่างประเทศสู่นครเมลเบิร์น
เจ้าหน้าที่ ABF พบความผิดปกติจากการเอกซเรย์ "กระเป๋าผ้า" (Tote bags) จำนวน 12 ใบที่เธอพกพามาด้วย เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดพบผงสีขาวซึ่งผลตรวจยืนยันว่าเป็นเฮโรอีนน้ำหนักกว่า 1 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในซับในของถุงผ้าเหล่านั้น คิดเป็นมูลค่าในตลาดมืดประมาณ 500,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
เจ้าหน้าที่ระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติมักพุ่งเป้าไปที่ "คนใน" (Trusted Insiders) เพื่ออาศัยความเชื่อใจในตำแหน่งหน้าที่การงานและสิทธิประโยชน์ในการขนส่งยาเสพติดผ่านพรมแดน
จนท.แจ้งข้อกล่าวหา 2 กระทง ซึ่งโทษรวมสูงสุดที่เธออาจจะได้รับคือจำคุก 50 ปี
การจับกุมทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ขบวนการค้ายาเสพติดพยายามใช้เป็นต้นทาง
อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (AFP) และหน่วยงานพันธมิตรได้ยกระดับมาตรการตรวจสอบด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและฐานข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติร่วมกัน
เพื่อยืนยันว่าพรมแดนของประเทศออสเตรเลียไม่ใช่พื้นที่สำหรับอาชญากร โดยบทลงโทษสูงสุดคือการจำคุกตลอดชีวิต เป็นสิ่งยืนยันเด็ดขาดว่าทางการออสเตรเลียจะไม่ผ่อนปรนให้กับการกระทำความผิดที่ทำลายสังคมเช่นนี้
สนามบินของออสเตรเลียไม่ใช่ประตูลักลอบนำเข้ายาเสพติดของแก๊งอาชญากร ใครก็ตามที่พยายามซ่อนสิ่งผิดกฎหมาย และเข้ามาในประเทศของเราจะถูกจับกุมและดำเนินคดี นอกจากนั้น พรมแดนออสเตรเลียเป็นทรัพย์สินที่สำคัญที่สุดของชาติ เจ้าหน้าที่ของเราจะทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าพรมแดนยังคงเป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย
ผู้กำกับการสืบสวน มอร์เกน บลันเดน จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติออสเตรเลีย (AFP) กล่าวไว้
ที่มา : Australian Federal Police
อ่านข่าวอื่น :
เปิดอีกมุมธุรกิจ "รับหิ้ว" ลูกเรือแนะปฏิเสธงานเสี่ยง หลังคดีขนยาสะเทือนวงการ
ส่องสถานการณ์ "ออสเตรเลีย" จุดหมายปลายทางขนยาเสพติดข้ามชาติ
บทเรียนราคาแพงลูกเรือไทย รับหิ้วของข้ามแดน คำว่า "ไม่รู้" ใช้สู้คดีไม่ได้