โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เจาะลึก 6 เดือน 6 เคส "ไทย" ฐานส่งออกยาเสพติดหลักเข้า "ออสเตรเลีย"

Thai PBS

อัพเดต 48 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

ภาพรวมที่ใหญ่ที่สุดของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติในประเทศออสเตรเลียถูกเปิดเผยผ่าน "ปฏิบัติการ Candy" (Operation Candy) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะจุดปฏิบัติการสำคัญของเครือข่ายอาชญากรรมระดับโลก

ยุทธการนี้เริ่มขึ้นจากการยึดโทรศัพท์มือถือเพียง 2 เครื่องในเมืองเล็ก ๆ ของประเทศสวีเดนเมื่อเดือน พ.ย.2566 ข้อมูลที่ถูกถอดรหัสเผยให้เห็นแผนผังอาชญากรรมที่ขยายตัวไปทั่วเอเชีย ยุโรป และออสเตรเลีย

ต่อมาเมื่อวันที่ 4 มี.ค.2526 เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานเข้าตรวจค้นกว่า 20 จุดพร้อมกันในประเทศสเปน สวีเดน และประเทศไทย ส่งผลให้มีการจับกุมผู้ต้องหารวม 15 คน เครือข่ายนี้ไม่เพียงค้ายาสังเคราะห์แต่ยังรวมถึงการฟอกเงินผ่านระบบบริษัทที่ซับซ้อน โดยมีการระบุว่าสมาชิกในเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยได้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายยาเสพติดออนไลน์ขนาดใหญ่ส่งไปยังกลุ่มประเทศนอร์ดิก

นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงกับการสกัดกั้นยาเสพติดน้ำหนักรวม 1.2 ตันในประเทศเยอรมนี ที่มีปลายทางมายังนครเมลเบิร์น ซึ่งยาเสพติดดังกล่าวถูกซุกซ่อนมาในสินค้าที่ระบุว่าเป็นวัสดุทำถนน

เคสที่ 1 : 23 ม.ค.69 การจับกุม 3 หนุ่มจากรัฐวิกตอเรีย

เจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์พรมแดนออสเตรเลีย (ABF) ตรวจพบชายวัย 22 ปี จำนวน 3 ราย (จากย่าน นาร์เร วอร์เรน, เบอร์วิก และวีลเลอร์ส ฮิลล์ ในรัฐวิกตอเรีย) เดินทางมาจากประเทศไทยถึงสนามบินซิดนีย์ พร้อมกระเป๋าเดินทางที่บรรจุหีบห่อต้องสงสัย

จากการตรวจสอบพบเฮโรอีนน้ำหนัก 34 กก. และเมทแอมเฟตามีน 8 กก. รวมทั้งหมด 42 กก. ยาเสพติดล็อตนี้มีมูลค่าสูงถึง 24.4 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (แยกเป็นเฮโรอีน 17 ล้าน และเมทแอมเฟตามีน 7.4 ล้าน)

ซึ่งหากหลุดรอดไปได้จะสามารถนำไปแบ่งจำหน่ายในตลาดมืดได้ถึง 250,000 ครั้ง ทั้ง 3 คน ถูกตั้งข้อหานำเข้าและครอบครองยาเสพติดในปริมาณเพื่อการค้า ซึ่งมีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต

ที่มา : Australian Federal Police

เคสที่ 2 : 24 ม.ค.69 เฮโรอีน 20 กก. ในกระเป๋าชายชาวนิวเซาท์เวลส์

เพียง 24 ชั่วโมงต่อมา ชายวัย 26 ปีที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ ถูกสกัดจับที่สนามบินซิดนีย์เช่นกัน เจ้าหน้าที่พบถุงสูญญากาศหลากขนาดจำนวน 34 ใบ ทั้งหมดบรรจุผงสีขาวที่ต้องสงสัยว่าเป็นเฮโรอีน หนักรวม 20 กิโลกรัมไว้ในกระเป๋าเดินทาง

ยาล็อตนี้มีมูลค่าตามราคาตลาดประมาณ 10 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และสามารถแบ่งขายได้มากถึง 100,000 ครั้ง ชายคนดังกล่าวถูกตั้งข้อหานำเข้ายาเสพติดที่ควบคุมโดยด่านชายแดนในปริมาณมากเพื่อการค้า มีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต

ที่มา : Australian Federal Police

เคสที่ 3 : 19 มี.ค.2569 ชายมาเลเซียกับไอซ์ในขวดแป้ง

ชายชาวมาเลเซียวัย 66 ปี เดินทางจากประเทศไทยสู่สนามบินซิดนีย์ เจ้าหน้าที่ ABF และสุนัขตำรวจพบความผิดปกติในกระเป๋าเดินทาง เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดพบขวดที่ระบุฉลากว่า "แป้งหอม" (Scented Powder) จำนวน 10 ขวด แต่ภายในกลับบรรจุเมทแอมเฟตามีนน้ำหนักรวม 5 กิโลกรัม

เจ้าหน้าที่สืบสวนของ AFP ยึดโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องของชายคนดังกล่าวเพื่อตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้ ผู้ต้องหาอ้างว่าเขาได้รับการจ้างวานผ่านโซเชียลมีเดียให้ขนกระเป๋าเดินทางจากประเทศไทยมาออสเตรเลีย เพื่อแลกกับเงินค่าตอบแทน

คดีนี้แสดงให้เห็นถึงรูปแบบการใช้กลุ่มบุคคลเปราะบางมาทำหน้าที่เป็น "ม้าเร็ว" โดยกลุ่มผู้บงการที่อยู่ต่างประเทศ

เขาถูกตั้งข้อหา พยายามนำเข้ายาเสพติดที่ควบคุมโดยด่านชายแดนในปริมาณเชิงพาณิชย์ มีโทษจำคุกตลอดชีวิตสูงสุด และถูกปฏิเสธการให้ประกันตัว

เคสที่ 4 : 23 เม.ย.2569 การไล่ล่ากลางสนามบินซิดนีย์

เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นเมื่อชาย 2 คนที่อายุ 35 และ 36 ปี เดินทางมาจากประเทศไทยและถูกเรียกตรวจกระเป๋าเดินทาง เจ้าหน้าที่ตรวจพบเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ในซับในกระเป๋าของแต่ละคน ถุงละ 4.5 กก.

หลังเจ้าหน้าที่แจ้งฐานความผิดและพวกเขาต้องถูกดำเนินคดี ทั้งคู่ก็พยายามวิ่งหนีออกจากเขตควบคุมพรมแดนทะลุออกไปยังโถงผู้โดยสาร ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ AFP ต้องทำการไล่ล่าอย่างกระชั้นชิดจนสามารถสกัดตัวไว้ได้ โดยหนึ่งในผู้ต้องหาเจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจใช้สเปรย์พริกไทยในการควบคุมตัว และชายที่อายุ 36 ปีอีกคนถูกจับในย่านเซอร์รีฮิลล์

ที่มา : Australian Federal Police

และในวันเดียวกันนั้น มีชายอีกคน อายุ 34 ปี ที่เดินทางจากประเทศไทยในเที่ยวบินอื่นมาถึงสนามบินซิดนีย์ ก็ถูกจับกุมพร้อมเฮโรอีนอีก 5 กิโลกรัมที่ซุกซ่อนในลักษณะเดียวกัน

รวมน้ำหนักเฮโรอีนที่ยึดได้ในวันเดียวสูงถึง 14 กิโลกรัม

ทุกคนถูกตั้งข้อหาคนละ 1 กระทงฐานนำเข้ายาเสพติดควบคุมชายแดนในปริมาณเชิงพาณิชย์ มีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต

เคสที่ 5 : 29 พ.ค.2569 สาวฝรั่งเศสและอันตรายของบิวเทนไดออล

หญิงสาวชาวฝรั่งเศสวัย 31 ปี เดินทางจากประเทศไทยเข้าสู่เมืองเพิร์ท เจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบขวดที่ติดฉลาก "Body Wash" (สบู่เหลวอาบน้ำ) แต่ภายในกลับเป็นสารบิวเทนไดออล (Butanediol) ปริมาณ 50 กรัม ซึ่งเป็นยาควบคุมพิเศษที่แจ้งไว้เมื่อเข้าเมือง

สารเคมีชนิดนี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเปลี่ยนสภาพเป็นสาร GHB (สารที่มักใช้ในยาเสียสาว) ซึ่งมีอันตรายถึงชีวิตได้แม้เสพในปริมาณเพียงเล็กน้อย บิวเทนไดออลถูกประกาศให้เป็นยาเสพติดที่ควบคุมโดยด่านชายแดนในออสเตรเลียในปี 2567 มีสถานะเทียบเท่ากับ เมทแอมเฟตามีน เฮโรอีน และ โคเคน

ที่มา : Australian Federal Police

นอกจากนี้จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือยังพบภาพถ่ายที่บ่งชี้ว่าเธออาจซุกซ่อนยาเสพติดไว้ในร่างกาย ต่อมาเธอได้ขับถ่ายเม็ดยาสเตียรอยด์ออกมาอีกจำนวน 40 ชุด

คดีนี้สะท้อนว่าขบวนการค้ายาพยายามนำสารเคมีชนิดใหม่ ๆ มาใช้เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ เธอถูกตั้งข้อหา 1 กระทง ฐานนำเข้ายาเสพติดที่ควบคุมโดยด่านชายแดนในปริมาณที่สามารถจำหน่ายได้ มีโทษจำคุกสูงสุด 25 ปี

ที่มา : Australian Federal Police

เคสที่ 6 : 25 มิ.ย.2569 ความเชื่อใจที่ถูกหักหลังโดยพนักงานสายการบิน

คดีล่าสุดที่สร้างความตกตะลึงให้แก่สังคมคือการจับกุมพนักงานสายการบินชาวไทยวัย 26 ปี ซึ่งเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบินระหว่างประเทศสู่นครเมลเบิร์น

เจ้าหน้าที่ ABF พบความผิดปกติจากการเอกซเรย์ "กระเป๋าผ้า" (Tote bags) จำนวน 12 ใบที่เธอพกพามาด้วย เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดพบผงสีขาวซึ่งผลตรวจยืนยันว่าเป็นเฮโรอีนน้ำหนักกว่า 1 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในซับในของถุงผ้าเหล่านั้น คิดเป็นมูลค่าในตลาดมืดประมาณ 500,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย

เจ้าหน้าที่ระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติมักพุ่งเป้าไปที่ "คนใน" (Trusted Insiders) เพื่ออาศัยความเชื่อใจในตำแหน่งหน้าที่การงานและสิทธิประโยชน์ในการขนส่งยาเสพติดผ่านพรมแดน

จนท.แจ้งข้อกล่าวหา 2 กระทง ซึ่งโทษรวมสูงสุดที่เธออาจจะได้รับคือจำคุก 50 ปี

การจับกุมทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ขบวนการค้ายาเสพติดพยายามใช้เป็นต้นทาง

อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (AFP) และหน่วยงานพันธมิตรได้ยกระดับมาตรการตรวจสอบด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและฐานข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติร่วมกัน

เพื่อยืนยันว่าพรมแดนของประเทศออสเตรเลียไม่ใช่พื้นที่สำหรับอาชญากร โดยบทลงโทษสูงสุดคือการจำคุกตลอดชีวิต เป็นสิ่งยืนยันเด็ดขาดว่าทางการออสเตรเลียจะไม่ผ่อนปรนให้กับการกระทำความผิดที่ทำลายสังคมเช่นนี้

สนามบินของออสเตรเลียไม่ใช่ประตูลักลอบนำเข้ายาเสพติดของแก๊งอาชญากร ใครก็ตามที่พยายามซ่อนสิ่งผิดกฎหมาย และเข้ามาในประเทศของเราจะถูกจับกุมและดำเนินคดี นอกจากนั้น พรมแดนออสเตรเลียเป็นทรัพย์สินที่สำคัญที่สุดของชาติ เจ้าหน้าที่ของเราจะทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าพรมแดนยังคงเป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย

ผู้กำกับการสืบสวน มอร์เกน บลันเดน จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติออสเตรเลีย (AFP) กล่าวไว้

ที่มา : Australian Federal Police

อ่านข่าวอื่น :

เปิดอีกมุมธุรกิจ "รับหิ้ว" ลูกเรือแนะปฏิเสธงานเสี่ยง หลังคดีขนยาสะเทือนวงการ

ส่องสถานการณ์ "ออสเตรเลีย" จุดหมายปลายทางขนยาเสพติดข้ามชาติ

บทเรียนราคาแพงลูกเรือไทย รับหิ้วของข้ามแดน คำว่า "ไม่รู้" ใช้สู้คดีไม่ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

รฟท. ชวนใช้สิทธิ "ไทยช่วยไทยพลัส" 117 สถานีร่วมโครงการ เริ่มวันนี้ - 30 ก.ย.69

59 นาทีที่แล้ว

หลังคาพังถล่มคร่าชีวิตเด็ก 14 คน ที่ศูนย์กวดวิชาในปากีสถาน

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว อาชญากรรม อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...