“ทนายตั้ม” หอบหลักฐานร้อง DSI สอบฮั้วประมูล AOT 75 ล้าน รับตรงๆ ‘แค้นมาก’ แต่ย้ำทำเพื่อรักษาผลประโยชน์รัฐ
"ทนายตั้ม" เปิดหลักฐาน อ้างเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการฮั้วรับงานประมูลโครงการของรัฐ ปูด สื่ออาวุโส -อดีตรองนายกฯ เข้ามาเกี่ยวข้อง รับ “แค้นมาก” หลังถูกดำเนินคดีและถูกคนใกล้ชิดหักหลัง แต่ยืนยันการร้องเรียนครั้งนี้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐ
วันที่ 16 มิ.ย. 69 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน หรือ ทนายตั้ม นำหลักฐาน ใบเสนอราคารับงานประมูลโครงการของรัฐ เกี่ยวกับการก่อสร้างเลนสำหรับรองรับผู้โดยสาร ระบบกล้องวงจรปิดข้อมูลภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และข้อมูลการใช้โทรศัพท์ ของกลุ่มบุคคลหนึ่ง ซึ่งส่วนตัวมองว่าอาจจะเข้าข่ายเกี่ยวกับการฮั้วรับงานของบริษัทท่าอากาศยานไทยจำกัด มหาชน หรือ AOT มามอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI
นายษิทรา กล่าวต่อว่า ในวันนี้ตัวเองนำเอกสารหลักฐานมามอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้พิจารณารับเป็นคดีพิเศษ เพราะมองว่าคดีนี้เข้าข่ายเป็นคดีฮั้ว และเป็นคดีที่เป็นความผิดต่อรัฐ อีกทั้งยังไม่ไว้การทำงานของตำรวจ โดยเอกสารหลักฐานที่นำมา จะเผยให้เห็นความเชื่อมโยงกันระหว่างนายเขมวัฒน์ บัวลาศ และนางพจมาน บัวลาศ เจ้าของบริษัทปีเตอร์ วิชั่นจำกัด ที่ได้รับงาน ซึ่งเป็นพยานในคดีของตัวเอง กับสื่อมวลชนอาวุโส โดยมีอดีตรองนายกรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลที่แล้ว เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำหน้าที่ในการจัดสรรให้งานในโครงการดังกล่าว ซึ่งมีมูลค่าโครงการประมาณ 75 ล้านบาท
เมื่อถามว่าการมาร้องครั้งนี้เป็นการแก้แค้นใช่หรือไม่ นายษิทรา ยอมรับว่า แค้นมากเพราะตนถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว อยู่ในคุกไม่สามารถตอบโต้อะไรได้ แต่เห็นว่ากรณีนี้เป็นความผิดต่อรัฐที่มีการฮั้วประมูล โดยมีพยานในคดีของตนไปเกี่ยวข้อง จึงมาร้องเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศก่อน ส่วนเรื่องความแค้นส่วนตัวนั้นค่อยว่ากันอีกที
ซึ่งที่ผ่านมาตนเหมือนถูกรุมสกรัม แม้แต่คนรอบข้างอย่างลูกน้องคนสนิทก็มาหักหลัง ได้รับการโอนเงินจากฝ่ายตรงข้ามเป็นเงินเกือบ 1 ล้านบาท ซึ่งตนเองก็มีหลักฐานเส้นเงินการได้รับเงินด้วย
ทั้งนี้ด้านพันตำรวจตรีวรณัน ศรีล้ำ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยภายหลังรับเอกสารว่าหลังจากนี้จะนำหลักฐานที่ได้รับมาตรวจสอบ โดยการร้องทุกข์ กล่าวโทษครั้งนี้นับเป็นข้อมูลใหม่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษยังไม่เคยได้รับข้อมูลมาก่อน ซึ่ง หลังตรวจสอบแล้วเสร็จก็จะส่งเรื่องต่อไปให้อธิบดีกรมกรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณารับเป็นคดีพิเศษต่อไป