โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘กรณ์’ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ค้านออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

The Reporters

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

‘กรณ์’ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ค้านออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เสี่ยงสร้างภาระหนี้สินประเทศเพิ่ม ยัน อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจยังปกติ ปักหมุดรักษาวินัยการคลัง

วันนี้ (16 มิ.ย. 69) นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาที่ศาลรัฐธรรมนูญ ยื่นคัดค้านคำชี้แจงของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่องการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การกู้ยืมเงิน 400,000 ล้านบาท โดยระบุว่า คำชี้แจงของ ครม. ไม่สามารถอธิบายเหตุผลของการตัดสินใจออก พ.ร.ก.กู้เงิน เข้าเกณฑ์รัฐธรรมนูญที่มีบทบัญญัติไว้ในมาตรา 172 อย่างไร เพราะเจตนารมณ์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการคลัง ซึ่งรัฐบาลสามารถกู้ยืมเงินได้ แต่ต้องเป็นการกู้ยืมเงินตาม พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ

“การขาดทุนงบประมาณตามปกติ ซึ่งรัฐบาลนี้ก็มีงบขาดทุนเกือบเต็มเพดานอยู่แล้ว บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญได้เปิดความยืดหยุ่นไว้ให้กับรัฐบาลว่า ในกรณีที่มีภัยที่มีผลกระทบต่อระดับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลสามารถที่จะกู้ยืมเพิ่มเติมได้ด้วยการออก พ.ร.ก. ขณะที่เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญได้กำหนดเกณฑ์ไว้ชัดเจนว่าอะไรถึงจะอยู่ในเกณฑ์ที่เรียกว่าเป็นวิกฤตเศรษฐกิจที่มีผลต่อความมั่นคงในระบบเศรษฐกิจของประเทศ”

นายกรณ์ ระบุเพิ่มเติมว่า ในอดีตหลายรัฐบาลเคยออก พ.ร.ก. ในยามวิกฤตตั้งแต่ปี 2542 ซึ่งเป็นวิกฤติต้มยำกุ้ง วิกฤตถึงระดับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ และปี 2552 ซึ่งเป็นวิกฤตซับไพร์ม หรือวิกฤตแฮมเบอร์กเกอร์ ที่เศรษฐกิจติดลบอย่างแรง มีผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ จัดเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าเกือบ 200,000 ล้านบาท เสี่ยงกระทบมั่นคงทางเศรษฐกิจประเทศ

ช่วงโควิดก็มีการออก พ.ร.ก. 2 ครั้ง เศรษฐกิจติดลบอย่างรุนแรง ประชาชนไม่สามารถออกไปทำมาหากินได้ จึงเป็นเหตุผลที่รับฟังได้ว่ารัฐบาลมีสิทธิ์ที่จะออก พ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มเติม นอกเหนือจากการขาดทุนในงบประมาณปกติในแต่ละปี

สำหรับการกู้เงินครั้งนี้หากเปรียบเทียบกับในอดีตจะเห็นว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจก็เป็นปกติ ไตรมาสแรกของปีนี้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเกินเป้าที่กำหนด ส่วนทุนสำรองระหว่างประเทศที่เคยเป็นปัญหาในช่วงต้มยำกุ้ง ตอนนี้อยู่ในระดับสูงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งการจัดเก็บภาษี รัฐบาลจัดเก็บได้เกินเป้า ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา ระดับหนี้สาธารณะอยู่ภายในกรอบของ พ.ร.บ.วินัยทางการคลังที่กำหนดไว้ที่ 70% ดังนั้น ไม่สามารถอ้างว่าเศรษฐกิจอยู่ในระดับวิกฤตที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศได้

ด้วยเหตุผลอื่น ๆ ที่รัฐบาลหยิบยกขึ้นมาอ้างในการที่จะออก พ.ร.ก.ครั้งนี้ จึงเป็นการอ้างที่ไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ และไม่สอดคล้องกับ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ตามที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญ มาตรา 53

“พรรคประชาธิปัตย์มองว่า ถ้าเราปล่อยให้รัฐบาลยังสามารถที่จะออก พ.ร.ก.เงินกู้ในสถานเศรษฐกิจปัจจุบันที่ถือว่าเป็นปัญหาระดับปกติของทุกรัฐบาลที่คงจะต้องเผชิญ จึงสุ่มเสี่ยงต่อการทำลายวินัยทางการคลังของประเทศ และเป็นการเปิดช่องให้ทุก ๆ รัฐบาลในอนาคต สามารถที่จะอ้างเป็นประเด็นปัญหา ซึ่งเป็นความท้าทายตามปกติมาเป็นเงื่อนไขในการออก พ.ร.ก.เงินกู้ แล้วจะทำให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นการสร้างภาระหนี้สินของประเทศให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น”

นายกรณ์ ย้ำว่า ไม่ควรปล่อยให้รัฐบาลออก พ.ร.ก. กู้เงิน ได้ตามอำเภอใจ สงครามก็มีสัญญาณว่าจะยุติ ราคาน้ำมันก็ปรับลดลง ถ้าต้องการให้ราคาน้ำมันถูกลงก็มีช่องทางอื่นที่ดำเนินการได้ พรรคประชาธิปัตย์เคยให้คำแนะนำไปแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่การลดภาษีสรรพสามิต หรือปรับวิธีกำหนดราคาน้ำมันหน้าปั๊ม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...