สถ.ออกเอกสารชี้แจงทุจริตสอบเข้าข้าราชการท้องถิ่น
(23มิ.ย.69) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) แถลงข่าว ในวันที่ 23 มิ.ย.2569 กรณีตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งใน จ.นนทบุรี ถูกใช้เป็นที่สำหรับ “แก้ไขกระดาษคำตอบ” เพื่อปรับคะแนนให้ตรงกับรายชื่อของผู้ที่ยอมจ่ายเงิน เข้าสอบแข่งขันเข้ารับราชการท้องถิ่น โดยมีผู้ต้องสงสัยคือ นาย พ. ตำแหน่ง ผอ.กองยุทธศาสตร์และงบบประมาณ เทศบาลแห่งหนึ่ง จ.เพชรบูรณ์ เป็นผู้จัดเก็บและซุกซ่อนกระดาษคำตอบไว้ เจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญที่ใช้กระทำความผิดจำนวนมากนั้น
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ออกเอกสารชี้แจง ระบุว่า ขอเรียนว่าคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) มีมติให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างการดำเนินการสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2568 โดยได้จ้างมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ดำเนินการจัดสอบตั้งแต่ต้นจนสิ้นสุดกระบวนการ ตั้งแต่การออกข้อสอบ คัดเลือกข้อสอบ จัดพิมพ์และเตรียมข้อสอบ ขนส่งข้อสอบ จัดหาสถานที่สอบ จัดสอบภาค ก. ภาค ข. และภาค ค. สถานที่เก็บแบบทดสอบ จัดหายานพาหนะ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการสอบ การประมวลผลคะแนนเพื่อประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ และการเก็บรักษาข้อสอบและกระดาษคำตอบ
ในทุกขั้นตอนได้มีภาคีเครือข่ายการป้องกัน ต่อต้าน และปราบปรามการทุจริตการสอบแข่งขันฯ ประกอบด้วย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DS) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) และคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) โดยภาคีเครือข่าย ทั้ง 7 องค์กร เข้าไปสังเกตการณ์การจัดสอบของมหาวิทยาลัยตั้งแต่เริ่มจนแล้วเสร็จ
ปัจจุบันกระดาษคำตอบเก็บอยู่ในห้องมั่นคงที่ทางมหาวิทยาลัยผู้รับจ้างจัดหาตาม TOR โดยมีการล็อกกุญแจจำนวน 2 ชุด เป็นของมหาวิทยาลัยผู้รับจ้าง และ สถ.อย่างละชุด มีกล้องวงจรปิด 24 ชม. ดังนั้นตามกระแสข่าวที่เกิดขึ้น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบของหน่วยงานต่าง ๆ และหากพบว่าผู้ใดหรือบุคคลใดมีส่วนทำให้เกิดการทุจริตไม่ว่าด้วยเหตุใด ต้องรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง และจะดำเนินการให้เป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมายต่อไป
ที่มา : กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)