โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ค่ายรถ EV จีนอ่วม แต่ซัพพลายเออร์กลับรวยขึ้น

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า” (อีวี) ของจีนกำลังเผชิญแรงกดดันหนักจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูง ควบคู่กับสงครามตัดราคาที่รุนแรง ส่งผลให้ผลประกอบการครึ่งปีแรกของหลายบริษัททรุดตัว แม้ยอดผลิตและยอดขายจะยังเติบโต ขณะที่ “ผู้ผลิตวัตถุดิบและชิ้นส่วนต้นน้ำ” กลับได้รับอานิสงส์ ทำกำไรเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า BAIC BluePark ผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ในเครือ Beijing Auto คาดว่าจะขาดทุนสุทธิ 1.77-1.97 พันล้านหยวน ในช่วงครึ่งปีแรก แม้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเกือบ 38% และยอดขายเพิ่มขึ้น 7.3% โดยบริษัทระบุว่าต้นเหตุสำคัญมาจาก ราคาวัตถุดิบต้นน้ำที่ปรับตัวสูงขึ้น และแรงกดดันด้านต้นทุนที่เกิดขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรม

สถานการณ์เดียวกันเกิดขึ้นกับ Seres Group พันธมิตรผลิตรถยนต์ของ Huawei ซึ่งคาดว่าจะพลิกจากกำไร 2.94 พันล้านหยวนในปีก่อน มาเป็นขาดทุน 1.5-1.8 พันล้านหยวน หลังต้นทุน ชิปหน่วยความจำ โลหะอุตสาหกรรม และลิเทียมคาร์บอเนต ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่บริษัทย่อย AITO Auto ก็มีแนวโน้มขาดทุนในไตรมาส 2 เช่นกัน

นักวิเคราะห์จาก Citi ปรับลดคำแนะนำหุ้น Seres จาก “ถือ” เป็น “ขาย” โดยให้เหตุผลว่า บริษัทกำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น การแข่งขันที่รุนแรง ส่วนแบ่งตลาดที่ลดลง และความเสี่ยงจากการด้อยค่าสินทรัพย์ในการเปิดตัวรถรุ่นใหม่

แม้แต่ BYD ผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน ก็เริ่มได้รับผลกระทบ โดยยอดขายรถใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกลดลง 16% เหลือประมาณ 1.8 ล้านคัน นับเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 6 ปี ขณะที่กำไรไตรมาสแรกลดลงถึง 55%

ด้าน GAC Group คาดว่า ผลขาดทุนครึ่งปีแรกจะขยายตัวเป็น 4.57 พันล้านหยวน จาก 2.53 พันล้านหยวน ในปีก่อน เนื่องจากต้นทุนการขายสูงขึ้น โครงสร้างยอดขายเปลี่ยนแปลง และต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้จากบริษัทร่วมทุนกับ Toyota และ Honda ที่ลดลงตามความนิยมของรถยนต์ญี่ปุ่นในจีนที่อ่อนแอลง อย่างไรก็ตาม GAC ยังเร่งขยายตลาดต่างประเทศ โดยยอดส่งออกรถแบรนด์ของตนเองเพิ่มขึ้น 132% ในครึ่งปีแรก

ข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตรถยนต์จีน (CAAM) ระบุว่า ครึ่งปีแรก ยอดผลิตและยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ เพิ่มขึ้น 6.7% และ 7.3% ตามลำดับ แตะกว่า 7.4 ล้านคัน สวนทางกับตลาดรถยนต์โดยรวมที่ยอดผลิตและยอดขายลดลงราว 4% ขณะที่การส่งออกรถยนต์รวมพุ่ง 65.3% และเดือนมิถุนายนมียอดส่งออกทะลุ 1 ล้านคันเป็นครั้งแรก

ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ผลิตวัตถุดิบกลับเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากวัฏจักรนี้อย่างชัดเจน CNGR Advanced Material ผู้ผลิตวัสดุแบตเตอรี่ คาดว่ากำไรสุทธิครึ่งปีแรกจะเพิ่มขึ้น 71-84%

ขณะที่ Jiangsu Lopal Tech พลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไร จากความต้องการแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานที่ยังแข็งแกร่ง

ส่วน Aluminum Corporation of China (Chalco) คาดว่า กำไรสุทธิครึ่งปีแรกจะเพิ่มขึ้น 58-73% โดยนักวิเคราะห์มองว่า บริษัทได้ประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เอื้ออำนวย รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนการจัดหาแร่บอกไซต์จากแหล่งของตนเองและการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

ภาพรวมสะท้อนว่า แม้อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของจีนยังเติบโตด้านปริมาณการผลิตและยอดขาย แต่ผู้ผลิตรถยนต์กำลังถูกบีบจากการแข่งขันด้านราคาและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ขณะที่กำไรกลับไหลไปยังผู้ผลิตวัตถุดิบและซัพพลายเออร์ต้นน้ำ ซึ่งกลายเป็น “ผู้ชนะ” ของวัฏจักรอุตสาหกรรมในช่วงเวลานี้
อ้างอิง: nikkei

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...