โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"พลรักษ์" วิจารณ์ "เบี้ยเด็กถ้วนหน้า 600 บาท" ชี้เป็นเบี้ยหัวแตกแค่วันละ 20 บาท จี้รัฐแจงงบหวั่นเหลื่อมล้ำ

สยามรัฐ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

"พลรักษ์" หวดบอร์ดเด็กฯ เคาะเบี้ยถ้วนหน้า 600 บาท "เบี้ยหัวแตกวันละ 20 บาท" จี้รัฐตอบคำถามงบประมาณ-หวั่นแอปฯ ซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำดิจิทัล

จากกรณีที่คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (กดยช.) หรือ บอร์ดเด็กแห่งชาติ มีมติเห็นชอบข้อเสนอของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในการผลักดันเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 0-6 ปี แบบถ้วนหน้า จำนวน 600 บาทต่อเดือน เตรียมจ่อเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นายพลรักษ์ รักษาพล นักวิชาการอิสระด้านการสื่อสารการเมือง ได้แสดงทัศนะวิพากษ์วิจารณ์ถึงประเด็นดังกล่าว โดยมองว่านโยบายนี้แม้จะเป็นความพยายามที่ดีในการขับเคลื่อนรัฐสวัสดิการ แต่ในความเป็นจริงของปี 2569 เม็ดเงินจำนวนนี้ยัง "ไม่ตอบโจทย์" และ "ไม่เพียงพอ" ต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กไทยอย่างแท้จริง

นายพลรักษ์ ระบุว่า การปรับเบี้ยเด็กแรกเกิดเป็นแบบถ้วนหน้าเป็นสิ่งที่ควรทำนานแล้ว แต่รัฐบาลต้องกล้าพูดความจริงกับประชาชนว่า เงิน 600 บาทต่อเดือน หรือตกวันละประมาณ 20 บาท แทบไม่มีนัยสำคัญในการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นค่านม ค่าผ้าอ้อมสำเร็จรูป หรืออาหารตามหลักโภชนาการ

"หากกระทรวงศึกษาธิการ และ พม. จะบูรณาการกันจริงๆ ควรมองไปที่การเพิ่มตัวเลขสวัสดิการให้สะท้อนความเป็นจริง หรือแปรเปลี่ยนเป็นสวัสดิการสิ่งของจำเป็นและศูนย์ดูแลเด็กเล็กใกล้บ้านที่มีคุณภาพ ไม่ใช่แค่ออกมาเคลมผลงานกับตัวเลขวันละ 20 บาทที่อาจไม่ได้ช่วยฉุดเด็กไทยออกจากภาวะทุพโภชนาการได้อย่างแท้จริง" นายพลรักษ์ กล่าว

นอกจากนี้ นักวิชาการด้านการสื่อสารการเมืองยังแสดงความกังวลถึงแนวคิดการนำ "แอปพลิเคชัน" มาใช้เพื่อลดขั้นตอนการลงทะเบียน โดยเตือนว่าอาจกลายเป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (Digital Divide) ซ้ำซ้อน เนื่องจากกลุ่มครอบครัวที่ยากจนและเปราะบางที่สุดในพื้นที่ห่างไกล มักเป็นกลุ่มที่เข้าไม่ถึงสมาร์ทโฟนหรือสัญญาณอินเทอร์เน็ต การผลักภาระไปที่ระบบออนไลน์จึงอาจไม่ตอบโจทย์ความทั่วถึง

ส่วนกรณีการเสนอแผนยุทธศาสตร์ 10 ปี สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย นายพลรักษ์ มองว่า เป็นแนวคิดทางราชการที่ล้าสมัยและไม่ยืดหยุ่นในโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงเร็วระดับรายเดือน สิ่งที่เยาวชนต้องการตอนนี้ไม่ใช่แผนระยะยาวบนกระดาษ แต่คือพื้นที่ปลอดภัย เสรีภาพในการแสดงออก และหลักประกันทางการศึกษาที่จับต้องได้ในปัจจุบันทันด่วน

ในช่วงท้าย นายพลรักษ์ ได้ตั้งคำถามสำคัญทางมหภาคส่งตรงถึงรัฐบาลว่า ในภาวะที่โครงสร้างประชากรไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว และฐานภาษีแคบลง รัฐบาลจะนำงบประมาณมาจากไหนมาชดเชยการแจกแบบถ้วนหน้าครั้งนี้

การเหวี่ยงแหแจกเงิน 600 บาทให้ครอบครัวที่ร่ำรวยหรือมีความพร้อมอยู่แล้ว อาจเป็นการบิดเบือนการใช้วิธีการจัดสรรงบประมาณที่มีจำกัด แทนที่จะนำงบก้อนเดียวกันนี้ไปลงทุนสร้างระบบการศึกษาปฐมวัยฟรีที่มีคุณภาพสูง หรือยกระดับโรงเรียนศูนย์เด็กเล็กในชุมชนแออัดและต่างจังหวัด ซึ่งจะสร้างผลตอบแทนทางสังคม (Social ROI) ที่คุ้มค่าและยั่งยืนกว่าการแจกเงินสดแบบเบี้ยหัวแตก

"ความคุ้มค่าของเงิน 600 บาท และความพร้อมของงบประมาณแผ่นดิน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สังคมกำลังจับตามองรัฐบาลในขณะนี้" นายพลรักษ์ กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...