"คกก.ศึกษาแลนด์บริดจ์" อัปเดตการทำงาน ลงลึกความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม-ภูมิรัฐศาสตร์ คาดสรุปผล ส.ค.นี้
วันที่ 26 มิถุนายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ครั้งที่ 2/2569 โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการโครงการแลนด์บริดจ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ กระทรวงการคลัง นายดนุชา พิชยนันท์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการทั้ง 3 ชุด ซึ่งอยู่ระหว่างการประเมินความเป็นไปได้ ความคุ้มค่า และผลกระทบของโครงการอย่างรอบด้าน ภายใต้กรอบเวลาศึกษา 90 วัน
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการชุดประเมินความเป็นไปได้ของโครงการ ซึ่งตนเป็นประธาน ได้ประชุมเมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยพิจารณาสมมติฐานสำคัญที่ใช้ในการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ทั้งด้านความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ ปริมาณสินค้าที่จะใช้โครงการ ต้นทุนการขนส่ง การประหยัดเวลา และศักยภาพในการดึงผู้ประกอบการเดินเรือรายใหญ่เข้ามาใช้บริการ อย่างไรก็ตาม คณะอนุกรรมการเห็นว่ายังมีข้อมูลหลายส่วนที่ต้องให้ สนข. จัดทำเพิ่มเติม โดยเฉพาะการใช้ข้อมูลล่าสุดแทนข้อมูลเดิมที่ศึกษาไว้ก่อนหน้านี้ รวมถึงการทบทวนสมมติฐานเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าทางทะเลและการปฏิบัติการของโครงการ ก่อนนำกลับมาพิจารณาอีกครั้งในการประชุมวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ สำหรับประเด็นการประหยัดเวลาในการขนส่งนั้น คณะอนุกรรมการยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โดยเฉพาะระยะเวลาการถ่ายลำสินค้า โดยใช้ท่าเรือสิงคโปร์เป็นต้นแบบ ซึ่งมีหลายปัจจัยเกี่ยวข้อง ทั้งตารางเดินเรือ การรอถ่ายสินค้า และเครือข่ายการเดินเรือ จึงต้องนำข้อมูลเฉลี่ยมาวิเคราะห์ให้รอบด้าน ส่วนคณะอนุกรรมการด้านสิ่งแวดล้อม ได้ประชุมไปแล้ว 1 ครั้ง โดยพิจารณารายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการมอเตอร์เวย์ รถไฟ และท่าเรือ พร้อมแสดงความกังวลต่อผลกระทบจากการขุดลอกร่องน้ำ การสูญเสียพื้นที่ป่า ระบบนิเวศ ตลอดจนผลกระทบต่ออาชีพ รายได้ และการจ้างงานของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจะลงพื้นที่ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ด้านคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์ ได้มอบหมายกรมประชาสัมพันธ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจและเผยแพร่ข้อมูลโครงการให้ประชาชนและทุกภาคส่วนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องตรงกัน นายดนุชา ย้ำว่า รัฐบาลยังไม่ได้ตัดสินใจเดินหน้าโครงการ แต่ตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อประเมินข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส ทั้งด้านความคุ้มค่า ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ โดยเปิดให้ภาคเอกชนและผู้แทนภาคประชาชนร่วมรับฟังการประชุมผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบได้ สำหรับกรณีที่นางสาวธม สินสุวรรณ เครือข่ายรักษ์ระนอง ผู้แทนภาคประชาชน ลาออกจากการเป็นกรรมการ นายดนุชาระบุว่า ไม่ส่งผลกระทบต่อการพิจารณา แม้จะรู้สึกเสียดาย เพราะต้องการให้ผู้แทนประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นและสะท้อนข้อเท็จจริงจากพื้นที่ ส่วนข้อเรียกร้องของประชาชนที่ต้องการให้ทบทวนโครงการ รวมถึงการพิจารณา พ.ร.บ. SEC นั้น นายดนุชายืนยันว่า เป็นประเด็นที่คณะกรรมการกำลังศึกษาอยู่ทั้งหมด โดยจะประเมินอย่างตรงไปตรงมาว่าโครงการมีความเหมาะสมหรือไม่ ควรปรับปรุงส่วนใด หรือควรมีทางเลือกอื่นหรือไม่ส่วนผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) นายดนุชา กล่าวว่า เป็นอีกปัจจัยที่นำมาประกอบการพิจารณา ทั้งแนวโน้มการค้าโลก การชะลอตัวของการขนส่งสินค้า และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย ไม่ใช่เฉพาะกับโครงการ Landbridge เพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ หากผลการศึกษาพบว่าโครงการมีความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนพิจารณารูปแบบการลงทุนและขนาดโครงการต่อไป ส่วนการดึงต่างชาติเข้าร่วมลงทุนยังเป็นเรื่องในลำดับถัดไป ไม่ใช่ประเด็นที่กำลังพิจารณาในขณะนี้ นายดนุชา คาดว่า คณะกรรมการจะสรุปผลการศึกษาได้ในช่วงเดือนสิงหาคม ก่อนเสนอรายงานต่อนายกรัฐมนตรีตามกรอบเวลาที่กำหนด และยังไม่ขอเปิดเผยตัวเลขหรือผลประเมินใด ๆ ในระหว่างการศึกษา เพื่อป้องกันการนำข้อมูลที่ยังไม่สมบูรณ์ไปตีความคลาดเคลื่อน