โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

DOPA N.I.C.E. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการ ‘ปิดฉากแรงเงา’

The Reporters

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จับปลัดอำเภอ - อดีตลูกจ้าง - เจ้าบ้าน - แรงงาน หลังพบทุจริตทำบัตรหัว 0

วันนี้ (4 ก.ค. 69) คณะทำงานต่อต้านภายความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) ร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกันเปิดปฏิบัติการ "ปิดฉากแรงเงา" ปราบปรามขบวมการนายหน้าแรงงานต่างด้าว ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐทุจริตจัดทำบัตรบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนให้กับแรงงานชาวเมียนมาโดยมิชอบ ในพื้นที่ อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีการจับกุมนายหน้า
ค้าแรงงานเถื่อนชาวเมียนมา (ขนชาวโรฮิงญา) ในความผิดฐานช่วยเหลือซ้อนเร้นคนต่างด้าวเข้าพักอาศัยเพื่อให้พ้นจากการจับกุม และคดีทำร้ายร่างกายและกักขังหน่วงเหนี่ยวชาวชาวเมียนมา (โรฮิงญา) เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2567 ตรวจพบว่า บุคคลดังกล่าวมีบัตรประจำตัวสองตัวตน คือ บัตรประจำตัวบุคคลคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย เมียนมา (บัตรสีชมพูเลข 00 ) และบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรสีขาวเลข 0 ) จึงส่งให้กรมการปกครองตรวจสอบความถูกต้องของบัตรประจำตัวทั้ง 2 ใบ

จากนั้น ได้ส่งเรื่องต่อให้กรมการปกครอง โดยคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E.) ได้ทำการตรวจสอบ พบว่ามีนายไพรัช ปลัดอำเภอขนอม จ.นครศรีธรรมราช ครั้งดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ในช่วงปี พ.ศ. 2564 - 2568 เป็นผู้จัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรสีขาวเลข 0) ร่วมกับนางสาวนันทภัด ลูกจ้าง สย. ไปจำนวนมากถึง 240 ราย จึงได้นำข้อมูลไปประสานกับศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ และเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) เพื่อตรวจเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลบัตรประจำตัวบุคคลลคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย เมียนมา (บัตรสีชมพูเลข 00) ด้วยระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของกรมการปกครอง และสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ซึ่งปรากฏภาพใบหน้าและลายนิ้วมือตรงกับบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมาที่มีหนังสือเดินทาง จำนวน 12 ราย จึงได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบ และสืบสวน จนสรุปข้อเท็จจริงได้ความว่า กรณีนี้ มีขบวนการนายหน้าซึ่งถือหนังสือเดินทางของประเทศเมียนมาได้มาติดต่อกับนายไพรัชฯ และนางสาวนันทภัคฯ เพื่อให้ดำเนินการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีมีสถานะทางทะเบียน (บัตรสีขาวเลข 0 ) ให้กับแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาโดยมิชอบ โดยนางสาวนันทภัคฯ จะเป็นผู้จัดหาเจ้าบ้านเพื่อให้รับบุคคลต่างด้าวเข้าในทะเบียนบ้าน และจ่ายเงินเพื่อเป็นค่าตอบแทนให้กับเจ้าบ้าน จำนวน 1,000 - 2,000 บาท ต่อราย

นอกจากนี้นางสาวนันทภัคฯ ยังมีพฤติกรรมเรียกเก็บเงินจากกลุ่มคนที่ยื่นขอมีบัตรประจำตัวบุคคล
ที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรสีขาวเลข 0) จำนวนมากถึง 60,000 บาท กรณีนี้รวมมูลค่าความเสียหายแล้ว ไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท

กรมการปกครองจึงได้มอบหมายเจ้าหน้าที่เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สภ.ดอนสัก
เพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ นายหน้า เจ้าบ้าน และแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาจำนวนอย่างน้อย 12 ราย ในความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารรับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร รับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้นหรือว่าการอย่างใด ได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ รับรองเป็นหลักฐานว่าได้มีการแจ้งซึ่งข้อความอัน
มิได้มีการแจ้ง และรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ
ร่วมกันทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้าน หรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ นำไปสู่การออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวน 17 หมาย ประกอบด้วย

ปลัตอำนายขนอม (อดีตปลัดอำเภอตอนสัก ในฐานะนายทะเบียน), นางสาวนันทภัค อดีตลูกจ้าง สย. อำเภอดอนสัก, เจ้าบ้านผู้รับรอง และเชื่อว่าเป็นขบวนการนายหน้า จำนวน 3 ราย, แรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ผู้สวมสิทธิ จำนวน 12 ราย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เปิดปฏิบัติการ "ปิดฉากแรงเงา" นำหมายค้น จำนวน 5 หมาย เข้าตรวจค้นบ้านพักอาศัยจำนวน 5 จุด และจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ จำนวน 11 ราย ได้แก่ นายไพรัช ปลัดอำเภอขนอม (อดีตปลัดอำเภอดอตอนสัก ในฐานะนายทะเบียน), นางสาวนันทภัค, เจ้าบ้านผู้รับรองและเชื่อว่าเป็นขบวนการนายหน้า จำนวน 3 ราย และแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ผู้สวมสิทธิ จำนวน 6 ราย โดยขณะนี้ยังเหลือแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ผู้สวมสิทธิ ที่หลบหนีการจับกุมอีก จำนวน 6 ราย (อยู่ระหว่างติดตามจับกุม)

จากนี้ จ.สุราษฎร์ธานี จะดำเนินการยกเลิก เพิกถอน และจำหน่ายรายการทั้ง 12 ราย โดยทันที
และได้ดำเนินการออกคำสั่งระงับความเคลื่อนไหวหวทางทะเบียนทั้งหมด จำนวน 240 รายแล้ว โดยจะมีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบ หากพบว่าเป็นการทุจริตออกบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทางทะเบียน (บัตรสีขาวเลข 0) โดยมิชอบ ก็จะดำเนินการยกเลิก เพิกถอน และจำหน่ายรายการทางทะเบียนต่อไป รวมทั้ง ได้แจ้งไปยังไปยังจ.นครศรีธรรมราช เพื่อให้ดำเนินการทางวินัยและให้นายไพรัชฯ ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว

อีกทั้งสำนักงาน ปปง. จะดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และดำเนินการกับทรัพย์สินของ
เครือข่ายผู้กระทำความผิดและผู้เกี่ยวข้อง ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 โดยจะตรวจสอบเส้นเงินของบุคคลที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการยึดทรัพย์ เพื่อขุดรากถอนโคนขบวนการนี้ให้สิ้นซาก ซึ่งการต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียนนี้ จะขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นแบบนี้ต่อไปจนกว่าปัญหานี้จะหมดไปจากผืนแผ่นดินไทย เพื่อเป็นมาตรการป้องปราม ป้องกัน และชุดรากถอนโคนเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะกลุ่มต่างด้าวที่เข้ามาทุจริตทางทะเบียนซึ่งถือเป็นภัยความมั่นคงอย่างร้ายแรง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...