"สามารถ" หนุน "อนุทิน-อรรษิษฐ์" ซัดข้อหา "ร่างทรง" ไม่เป็นธรรม
">
วันที่ 3 ก.ค.69 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ระบุว่า "ม้ากับจ๊อกกี้ต้องเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน’ ถอดรหัสการทำงาน ‘อนุทิน-อรรษิษฐ์’ เพื่อผลประโยชน์ประชาชน"
จากกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของ ท่านอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบัน ในประเด็นที่ถูกมองว่าเป็น "ร่างทรง" หรือตามติด ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย จนเกินไปนั้น เรื่องนี้ผมมองว่า “ต้องให้ความเป็นธรรมกับท่านปลัดอรรษิษฐ์ด้วยครับ”
หากเราศึกษาและย้อนดูประวัติศาสตร์การบริหารราชการแผ่นดินของไทย จะเห็นได้ชัดเจนว่า การที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะต้องร่วมคณะและติดตามนายกรัฐมนตรี หรือผู้นำระดับสูงลงพื้นที่ไปทุกหนทุกแห่งนั้น ถือเป็น "หน้าที่ตามแนวทางปฏิบัติปกติ" ที่สืบทอดกันมาทุกยุคทุกสมัย ไม่ใช่เรื่องของการเป็นร่างทรงหรือการประจบสอพลอแต่อย่างใด
ถ้าย้อนกลับไปดูในอดีต เราจะเห็นภาพจำเหล่านี้จนชินตา
ยุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์: ท่านปลัดพิศาล มูลศาสตรสาทร (ปลัดฮิ) ก็ต้องนั่งเฮลิคอปเตอร์ลงพื้นที่เคียงข้างนายกฯ เปรม และ พล.อ.สิทธิ จิรโรจน์ รมว.มหาดไทย ตลอดเวลา เพื่อขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงและการพัฒนาชนบท
ยุค พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ: ท่านปลัดอนันต์ อนันตกูล ก็ทำงานใกล้ชิดกับนายกรัฐมนตรี เพื่อประสานงานนโยบายกระจายรายได้สู่ภูมิภาค
ยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา: เราจะเห็น "ปลัดฉิ่ง" (ท่านฉัตรชัย พรหมเลิศ) ร่วมคณะลงพื้นที่สนองงานเคียงข้าง ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ลงไปลุยพื้นที่สั่งการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง ก็จะเห็นปลัดฉิ่งตามประสานงานตลอด จนต่อเนื่องมาถึงยุค "ปลัดเก่ง" (ท่านสุทธิพงษ์ จุลเจริญ) ก็ต้องสนองงานใกล้ชิดกับผู้บังคับบัญชาในลักษณะเดียวกันนี้เช่นกัน
ที่สำคัญที่สุด ในการทำงานภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข
กลไกถูกวางไว้อย่างถูกต้องแล้วว่า "นักการเมือง" มาจากการเลือกตั้ง ได้รับมอบหมายหน้าที่มาจากพี่น้องประชาชน ส่วน "ข้าราชการประจำ" ก็คือคนที่ทำงานให้ประชาชนอีกขาหนึ่ง
ถ้าจะมองภาพให้เห็นชัด ๆ "นักการเมืองก็เหมือนจ๊อกกี้ ส่วนข้าราชการประจำก็เปรียบเสมือนม้า"
ม้ากับจ๊อกกี้ต้องเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ถึงจะพากันเข้าสู่หลักชัยได้อย่างรวดเร็ว ลองคิดดูว่าถ้าไม่มีจ๊อกกี้ ม้าก็คงเดินไปเรื่อย ๆ ไร้ทิศทาง หรือถ้ามีจ๊อกกี้ที่เก่ง แต่ม้าเดินไม่รู้เรื่อง ทำตามไม่ได้ จ๊อกกี้ก็ไม่สามารถบังคับม้าให้ไปสู่เส้นชัยได้ บางทีจ๊อกกี้ก็ตกม้า หรือบางทีม้าก็ถีบจ๊อกกี้เสียหาย ดังนั้น การเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน โดยมีผลประโยชน์ของประชาชนและความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง จึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดครับ
ผมจึงขอสนับสนุน ท่านนายกฯ อนุทิน และ ท่านปลัดอรรษิษฐ์ ว่าสิ่งที่ท่านกำลังทำอยู่นี้คือสิ่งที่ถูกต้องตามกลไกแล้ว ท่านปลัดไม่ใช่ร่างทรงอย่างแน่นอน เพราะท่านนายกฯ อนุทิน คือเจ้านายและผู้บังคับบัญชาโดยตรงในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง
ท้ายที่สุดนี้ สิ่งสำคัญที่สุดที่ประชาชนกำลังจับตามองคือ "ปมทุจริตสอบท้องถิ่น" ผมขอเป็นกำลังใจให้ท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยเดินหน้าพิสูจน์ความจริง เร่งหาตัวผู้กระทำความผิดและขบวนการทุจริตครั้งนี้มาลงโทษให้ได้โดยเร็วที่สุด เพราะ "ศรัทธาของประชาชนและระบบคุณธรรม" คือสิ่งสำคัญที่สุดครับ
สำหรับกระแสข่าวที่มีความพยายามจะยุแยงให้ ท่านนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล กับ คุณเนวิน ชิดชอบ ทะเลาะกันนั้น บอกได้เลยว่าเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนครับ เพราะท่านอนุทินก็ออกมาพูดชัดเจนแล้วว่ารักกันมาก ขนาดแซวว่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น "อนุวิน" กับ "เนทิน" กันอยู่แล้ว ความสัมพันธ์ระดับแกนเหล็กที่ผ่านร้อนผ่านหนาวร่วมกันมาอย่างยาวนานแบบนี้ ไม่มีทางเกิดรอยร้าวขึ้นได้ง่าย ๆ ใครที่คิดจะยุแยงบอกได้คำเดียวว่า… จบและม้วนเสื่อกลับบ้านไปได้เลยครับ