โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พ่อค้าแม่ค้าชายแดนตั้งตารอ ลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส” วอนรัฐช่วยต่อลมหายใจ

เดลินิวส์

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • เดลินิวส์
คนชายแดนสุรินทร์ พร้อมลงทะเบียน ไทยช่วยไทยพลัส พรุ่งนี้แต่เช้า ระบุโครงการนี้ดี จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดนและอยากให้มีตลอดไป หลังจากการค้าชายแดนซบเซามาร่วมปีหลังเกิดสงคราม

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ภายหลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชน ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและรักษากำลังซื้อของประชาชน รวมถึงช่วยให้ผู้ประกอบการร้านค้ามีรายได้จากการขายสินค้าและบริการเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยภาครัฐให้การสนับสนุนเงินร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด ให้แก่ประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) เพื่อนำไปใช้จ่ายกับผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40)

ทั้งนี้ จะช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชน รวมกว่า 43 ล้านคน แบ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง ผ่านกลไกของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) จำนวน 13.18 ล้านคน และประชาชนกลุ่มคนทั่วไป (ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ) ประมาณ 30 ล้านสิทธิ โดยกำหนดให้ประชาชนกลุ่มคนทั่วไป ลงทะเบียนรับสิทธิโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)" ผ่านแอปฯ เป๋าตัง เริ่มลงทะเบียนสำหรับประชาชนผ่านแอปฯ เป๋าตัง วันที่ 25 - 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 06:00 - 22:00 น.

การลงทะเบียน เริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม ถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 (เวลา 06:00 - 22:00 น.) จนกว่าจะครบจำนวน 30 ล้านสิทธิ หรือถึงปิดลงทะเบียนวันสุดท้ายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 แล้วแต่เกณฑ์ใดจะถึงก่อน สำหรับประชาชนผู้ที่เคยใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส จะต้องยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"

สำหรับประชาชนผู้ที่ไม่เคยใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส จะต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" โดยเมื่อลงทะเบียนแล้วเสร็จ จะได้รับข้อความผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" หรือข้อความสั้น (Short Message Service: SMS) แจ้งยืนยันการได้รับหรือไม่ได้รับสิทธิในโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40)

ล่าสุดวันนี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังย่านการค้าตลาดชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อสอบถามความคิดเห็นและการเตรียมความพร้อมที่จะลงทะเบียนในโครงการดังกล่าว จากบรรดาประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าที่ขายกับข้าวเย็นและของกินริมทางหน้าตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ที่พบว่าเป็นไปอย่างเงียบเหงา ไม่คึกคักเท่ากับช่วงก่อนเกิดสถานการณ์การสู้รบ

โดยนางกนกอร สเน่หา แม่ค้าขายไส้กรอกย่างและปอเปี๊ยะทอด ริมทางหน้าตลาดการค้าชายแดนช่องจอม กล่าวว่า ตนจะลงทะเบียนช่วงเช้า โครงการนี้ดีช่วยให้ขายของคึกคักขึ้น ชาวบ้านชายแดนจะได้มีการใช้จ่าย อยากให้มีโครงการนี้ตลอดไป เพราะการค้าขายชายแดนเงียบมาก

นางรัตนา ชูกล้า แม่ค้าขายสินค้าทั่วไปหน้าตลาดการค้าชายแดนช่องจอม กล่าวว่า ตนจะลงทะเบียนแต่เช้า โครงการนี้ดี จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การค้าขายชายแดนเงียบมาก เผื่อโครงการนี้จะได้ช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจชายแดนไทยดีขึ้น อยากให้มีโครงการนี้ต่อไป เพราะคนชายแดนหากินยากมาก อยากให้รัฐบาลช่วยส่งเสริมการพัฒนาชายแดนเพื่อให้เศรษฐกิจดีขึ้น เพราะพ่อค้าแม่ค้าชายแดนขายของแย่มากและเงียบมาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...