ฝ่ายค้านชง 6 ร่างกฎหมายกลับเข้าสภา "ไอติม" ชูแก้ รธน.เพิ่มส่วนร่วมจากประชาชน-คุมอำนาจ สว.
ฝ่ายค้านยืนยัน 6 ร่างกฎหมายกลับเข้าสภา “พริษฐ์” ชูแก้ รธน.ใหม่ ยึดประชาชนมีส่วนร่วม-ไม่เพิ่มอำนาจ สว. ขณะที่พรรคประชาชนเดินหน้ากฎหมายแรงงาน สิ่งแวดล้อม ที่ดิน และศาลทหาร หวังบรรจุวาระสภาสัปดาห์หน้า
วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วย น.ส.กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล นายกฤช ศิลปะชัย นายเซีย จำปาทอง นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทิดสกุล นายเอกราช อุดมอำนวย และคณะ ร่วมแถลงข่าวยืนยันเจตนารมณ์ของพรรคประชาชนในการยื่นร่างกฎหมายกลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง หลังคณะรัฐมนตรีไม่มีมติยืนยันร่างกฎหมายค้างจากสภาชุดที่ผ่านมา ส่งผลให้ร่างกฎหมายทั้ง 6 ฉบับตกไป แม้ สส. จะอภิปรายเหตุผลความจำเป็นของกฎหมายเหล่านี้ในที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมาแล้วก็ตาม
นายพริษฐ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนจะยื่นร่างกฎหมายทั้ง 6 ฉบับกลับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาอีกครั้ง โดยบางร่างจะใช้เนื้อหาเดิม ขณะที่บางร่างอาจปรับปรุงรายละเอียดเพิ่มเติมเล็กน้อยก่อนยื่นเข้าสภา ประกอบด้วย 1.กฎหมาย PRTR 2.กฎหมายโรงงาน 3.กฎหมายคุ้มครองแรงงาน 4.กฎหมายที่ดิน 5.กฎหมายศาลทหาร และ 6.ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
สำหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายพริษฐ์ระบุว่า พรรคจะยื่นแก้ไขมาตรา 256 และเพิ่มเติมหมวด 15/1 ว่าด้วยกลไกการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยยึด 3 หลักการสำคัญ คือ เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ป้องกันการผูกขาดอำนาจในการกำหนดเนื้อหารัฐธรรมนูญโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และไม่เพิ่มอำนาจพิเศษให้สมาชิกวุฒิสภาเข้ามาชี้ขาดร่างรัฐธรรมนูญก่อนทำประชามติ
นายพริษฐ์กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวแตกต่างจากแนวทางของพรรคภูมิใจไทยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นการเปิดให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ และการไม่กำหนดเงื่อนไขให้ต้องใช้เสียง สว. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ด้าน น.ส.กมนทรรศน์ กล่าวถึงร่างกฎหมาย PRTR ว่า มีเป้าหมายจัดทำระบบฐานข้อมูลสารมลพิษและสารเคมีอย่างเป็นระบบ โดยกำหนดให้ผู้ครอบครองสารเคมีและผู้ปล่อยมลพิษต้องรายงานข้อมูลต่อหน่วยงานรัฐ เพื่อให้กรมควบคุมมลพิษรวบรวมและเปิดเผยต่อสาธารณะโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสิ่งแวดล้อม และเพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ สอดคล้องกับมาตรฐาน OECD
ขณะที่นายกฤช กล่าวว่า ร่างแก้ไขกฎหมายโรงงานมีเป้าหมายเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนในการรับรู้และแสดงความคิดเห็นต่อการตั้งโรงงาน รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับโรงงานอันตราย โดยเฉพาะการนำระบบต่ออายุใบอนุญาตกลับมาใช้ เพื่อป้องกันปัญหามลพิษและลดภาระงบประมาณฟื้นฟูที่ตกกับประชาชน
นายเซีย กล่าวว่า ร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานเกิดจากข้อเสนอของเครือข่ายแรงงานโดยตรง มีสาระสำคัญ เช่น ลดชั่วโมงการทำงาน เพิ่มวันหยุดประจำสัปดาห์เป็น 2 วัน เพิ่มวันลาพักผ่อนจาก 6 วันเป็น 10 วัน ห้ามเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน รวมถึงกำหนดสิทธิลาเพื่อดูแลบุคคลใกล้ชิด มุมปั๊มนม และสิทธิลาช่วงมีประจำเดือนของแรงงานหญิง โดยยืนยันว่าจะผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของสภาอีกครั้ง
นายเลาฟั้ง กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายที่ดิน ป่าไม้ และทรัพยากรธรรมชาติ ว่า มีเป้าหมายคืนความเป็นธรรมให้ประชาชนที่ถูกดำเนินคดีจากการครอบครองที่ดินในพื้นที่ป่า ทั้งที่หลายกรณีอยู่อาศัยหรือทำกินมาก่อนการประกาศเขตป่า โดยอ้างข้อมูลว่าช่วงปี 2552-2562 มีคดีลักษณะนี้กว่า 60,000 คดี และถูกยึดที่ดินกว่า 1.2 ล้านไร่
ส่วนนายเอกราช กล่าวว่า พรรคประชาชนเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร เพื่อเปิดสิทธิให้ประชาชนสามารถฟ้องคดีต่อเจ้าหน้าที่ทหารได้โดยตรง และตัดอำนาจศาลทหารออกจากคดีทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ทหาร โดยให้โอนไปสู่ศาลยุติธรรม เพื่อป้องกันการใช้ศาลทหารเป็นเครื่องมือสร้างความลอยนวลพ้นผิด
ทั้งนี้ พรรคประชาชนระบุว่า ร่างกฎหมายทั้ง 6 ฉบับครอบคลุมมิติเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง และจะสมทบกับร่างกฎหมายของ สส.พรรคประชาชนอีกกว่า 30 ฉบับที่ยื่นไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมเรียกร้องให้สภาจัดสรรเวลาในการประชุมสัปดาห์หน้าเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายของ สส. ไม่ใช่เฉพาะร่างของคณะรัฐมนตรีเท่านั้น
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO