โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

[จบแล้ว] ข้ามมิติมาเป็นเศรษฐินีไซส์บิ๊ก (ที่มีสามีหล่อมาก)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 08 พ.ค. เวลา 11.56 น. • เผยแพร่ 19 เม.ย. เวลา 15.13 น. • กุ้ยไป๋เหลียน
ลืมตาตื่นขึ้นมา… ผู้บริหารสาวโสดวัยสามสิบปี ก็พบว่าตัวเองกำลังนั่ง 'คร่อม' บุรุษรูปร่างกล้ามแน่นบึกอยู่บนเตียง!

ข้อมูลเบื้องต้น

CEO หญิงวัย 30 จากปี 2024 ตื่นขึ้นมาในร่างของ “ซู่เวย์” หญิงสาวอายุ 19 ปี รูปร่างอ้วนท้วนกว่าร้อยกิโล ที่หมู่บ้านชิงเหลียง มณฑลเสฉวน ปี 1976 พบว่าตัวเองกำลังนั่งทับทหารหนุ่มที่ถูกมอมเหล้า แผนของปู่และร่างเดิมที่หวังบีบให้เขารับผิดชอบแต่งงาน

เธอตัดสินใจไม่เดินตามแผนชั่ว ไล่แม่สื่อกลับ ปล่อยทหารหนุ่มไปทำภารกิจต่อ แต่บังเอิญติดจี้หยกรูปน้ำเต้าของเขามาด้วย สมบัติวิเศษที่ย่าของเขาสั่งเสียให้มอบแก่ภรรยาคู่ชีวิต และกลายเป็นกุญแจเปลี่ยนชีวิตเธอทั้งภพ

ตลอด 100 ตอน เธอจะค่อยๆ พลิกชะตาจากนังอ้วนดำขี้เกียจในชนบทเสฉวน ไปเป็นบัณฑิตนิติศาสตร์เกียรตินิยมอันดับหนึ่งของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง มีสามีหล่อเป็นนายทหารใหญ่ มีลูกแฝดน่ารัก และมีอาณาจักรธุรกิจของตัวเองในยุคเปิดประเทศ เริ่มต้นจากเงินทุน 2 หยวน และจบลงที่ฤดูร้อนปี 1982 ในวันรับปริญญา

วสันตฤดูในฝันร้าย

ความรู้สึกแรกคือความหนักอึ้ง… หนักจนแทบหายใจไม่ออก
ไม่ใช่ความหนักจากผ้านวมหนาเตอะ หรือหมอนใบโตที่กดทับ หากแต่มันมาจาก 'ตัวเธอเอง'
ราวกับวิญญาณถูกยัดลงไปในร่างที่เทอะทะเกินกว่าความทรงจำจะรองรับได้ ซู่เวย์พยายามขยับกาย
แต่แขนขาช่างหนักอึ้งดั่งตะกั่ว ไม่ตอบสนองดั่งใจนึก
เหมือนใครบางคนแอบเปลี่ยนรีโมตคอนโทรลร่างกายของเธอไปเสียแล้ว
อาการเวียนหัวตลบอบอวลยิ่งกว่าเมาค้าง ผสมปนเปไปกับความหวิวไหวที่เธอคุ้นเคยจากฤทธิ์ยาแก้หวัด
แต่คราวนี้… มันลึกล้ำกว่านั้น
เธอกำลังนั่งคร่อมอยู่บนอะไรบางอย่าง… หรือ ใครบางคน
ความตระหนกแล่นพล่านจนซู่เวย์สะดุ้งสุดตัว มือข้างหนึ่งยื่นออกไปควานหาหลักยึดตามสัญชาตญาณ
ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับผิวเนื้อที่ร้อนผ่าวและตึงแน่น — แผงอกกว้างกำยำ เต็มไปด้วยมัดกล้าม ภายใต้ฝ่ามือนั้น
ก้อนเนื้อหัวใจของบุรุษเพศกำลังเต้นกระหน่ำ ตึก ตึก ตึก รุนแรงราวกับสัตว์ป่าที่พยายามแหกกรงขัง
เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆ เปิดขึ้น ท่ามกลางความมืดสลัว
แสงจันทร์ข้างแรมสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างเผยให้เห็นสภาพห้องซอมซ่อ โต๊ะไม้ผุพัง ตู้เก่าคร่ำครึ
และกระจกบานเอียงที่แขวนอยู่บนผนัง
ภาพสะท้อนในกระจกนั้นชวนให้ช็อกจนลืมหายใจ… ร่างมหึมาของผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังนั่งทับร่างชายหนุ่ม
ซู่เวย์ก้มมองคนใต้ร่าง ใบหน้าของเขาจมอยู่ในเงามืด
แต่เพียงแค่แสงจันทร์ที่ตกกระทบสันกรามคมกริบและจมูกโด่งเป็นสัน
ก็บอกได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้หล่อเหลาจนอันตราย
นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?
ฝัน… ต้องเป็นฝันแน่ๆ!
ใบหน้าของซู่เวย์ร้อนวูบ หญิงแกร่งโสดสนิทวัยสามสิบปี ผู้ซึ่งชีวิตมีแต่เอกสารสัญญาและห้องประชุมอันเย็นชืด
ร่างกายที่กรำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน จู่ๆ
จิตใต้สำนึกก็ระเบิดจินตนาการอันเร่าร้อนแบบนี้ออกมาเชียวหรือ?
เอาเถอะ… ในเมื่อเป็นแค่ฝัน ก็ขอตักตวงให้คุ้มหน่อยแล้วกัน
จังหวะหัวใจใต้ฝ่ามือเธอเต้นแรงขึ้น ร่างแกร่งเบื้องล่างบิดเกร็ง เสียงครางต่ำเล็ดลอดจากลำคอแกร่ง
แหบพร่าและทุ้มลึกจนสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
"ลง… ไป…"

โอ้โห… แม้แต่เสียงยังเซ็กซี่บาดใจ ทุ้มนุ่มเหมือนเสียงเบสที่ดึงดูดวิญญาณ
"ไม่เอา~ หนูยังไม่เหนื่อยเลยนี่นา~"
ซู่เวย์ชะงักกึก เสียงหวานใสระคนออดอ้อนนั่นหลุดมาจากปากเธอจริงๆ หรือ?
มันไม่ใช่เสียงแหบห้าวทรงอำนาจของ CEO หญิงผู้สั่งการคนนับร้อย แต่เป็นเสียงเล็กๆ
นุ่มนวลเหมือนลูกแมวขี้อ้อน… เสียงที่ฟังแล้วชวนให้ใจละลาย
แต่เดี๋ยว… ประโยคนั้นเธอไม่ได้ตั้งใจจะพูดสักหน่อย! ปากมันขยับไปเอง!
ช่างเถอะ… ในฝัน ใครจะมาสนใจตรรกะกันล่ะ
ชายหนุ่มดิ้นรน แรงขัดขืนจากมัดกล้ามส่งผ่านมาถึงมือ ซู่เวย์กดข้อมือเขาลงแนบเตียงโดยอัตโนมัติ
ล็อกไว้แน่นหนาจนเขาขยับไม่ได้
เอ๊ะ… ในฝันนี่ฉันแข็งแรงขนาดนี้เลยเหรอ?
ช่างมัน… ฝันต่อดีกว่า…
.
.
"เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก!"
เสียงไก่ขันแผดจ้าปลุกภวังค์ ซู่เวย์ลืมตาโพลงพร้อมกับแสงอาทิตย์ยามเช้าที่แทงทะลุเปลือกตา และทันใดนั้น
ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอก็ถาโถมเข้ามาดั่งสึนามิ!
ชื่อที่ไม่คุ้นเคย สถานที่แปลกตา ความรู้สึกเจ็บปวดและอับอาย ทุกอย่างไหลบ่าเข้ามาในสมองจนแทบระเบิด
เธอกัดฟันแน่น ข่มความรวดร้าวเพื่อไม่ให้กรีดร้อง
วินาทีนั้นเอง เธอตระหนักได้แล้ว…
เธอย้อนเวลา… ข้ามภพข้ามชาติมาอยู่ในร่างของหญิงสาวชื่อเดียวกัน 'ซู่เวย์' แห่งหมู่บ้านชิงเหลียง มณฑลเสฉวน ปี
1976!
ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมฉายชัดราวกับม้วนฟิล์ม สาวน้อยกำพร้าพ่อแม่ ถูกปู่ตามใจจนเสียคน ขี้เกียจ
เอาแต่ใจ และที่สำคัญ… อ้วนจนไม่มีชายใดในหมู่บ้านชายตามอง จนกระทั่งเมื่อคืน…
ปู่กับหลานร่วมมือกันวางแผนชั่วร้าย มอมเหล้าทหารหนุ่มอนาคตไกล แล้วส่งหลานสาวตัวเองเข้าห้อง!
ซู่เวย์นอนตัวแข็งทื่อ
ร่างกายที่เคยคิดว่าหนักเหมือนภูเขาตอนนี้กลับเบาหวิวเมื่อเทียบกับความอับอายที่ถล่มทลายลงมา

ในฐานะผู้บริหารที่เจรจาธุรกิจพันล้านมานับไม่ถ้วน ตอนนี้เธอกลับต้องมานอนตัวลีบหลบหน้าผู้ชายที่เธอ…
ที่ร่างนี้เพิ่งจะ…
สวรรค์! ช่วยผ่าสายฟ้าลงมาที! เผาฉันให้เป็นจุณเดี๋ยวนี้เลย!
เธอไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมอง เพราะรู้ดีว่าเมื่อไฟสว่าง ความจริงก็จะปรากฏ
ร่างกายที่แท้จริงของเธอกับชายหนุ่มรูปงามข้างกายนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ขืนเขาเห็นหน้าเธอชัดๆ ตอนนี้
คงเป็นฝันร้ายซ้ำสองสำหรับเขาแน่
"อาเวย์! เวย์เอ้ย! ลุกเร็วเข้า! ป้าจ้าวมาแล้ว!"
เสียงแหบแห้งตะโกนเรียกจากลานบ้าน ตามด้วยเสียงไอโขลกๆ — ปู่ซู่เฉียง… ตัวการใหญ่กำลังพาแม่สื่อมา
'จับให้มั่นคั้นให้ตาย' ตามแผนที่วางไว้ กะว่าถ้าทหารหนุ่มไม่รับผิดชอบ
ก็จะให้ชาวบ้านมาเห็นเป็นพยานเพื่อบีบให้แต่งงาน
ไม่ได้… เรื่องบ้าๆ นี้ต้องจบลงตรงนี้
สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเลวร้ายพอแล้ว ศักดิ์ศรีไม่ควรถูกเหยียบย่ำซ้ำสอง เธอคือซู่เวย์ ผู้หญิงที่หยิ่งในศักดิ์ศรี
ไม่ใช่คนที่จะใช้วิธีสกปรกจับผู้ชายกิน
"ป้าจ้าวไหน? ป้าจ้าวคนที่เคยด่าว่าชาตินี้ฉันไม่มีวันได้แต่งงานน่ะเหรอ?
คนที่สาบานว่าจะไม่เหยียบมาบ้านเราอีก? ไล่กลับไปเลยนะปู่! ให้ฉันตายเป็นสาวเทื้อคาคาน
ยังดีกว่าให้ป้าจ้าวมาหาผัวให้!"
เสียงหวานใสตะโกนก้องออกไป แม้ถ้อยคำจะดุดัน แต่น้ำเสียงกลับไพเราะราวกับนกขุนทอง
ช่างขัดกับสถานการณ์เสียจริง
ข้างนอกเงียบกริบไปสามวินาที
ป้าจ้าวหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ สะบัดก้นเดินหนีทันทีโดยไม่ต้องรอให้ไล่ซ้ำ ปู่ซู่เฉียงยืนงงเป็นไก่ตาแตก
แผนที่เตี๊ยมกันไว้มันไม่ใช่แบบนี้นี่นา?
ซู่เวย์ถอนหายใจยาวโล่งอกเมื่อเห็นปู่ยืนเคว้งอยู่คนเดียว
วูบ… ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านแผ่นหลัง ทำให้เธอสะดุ้งเฮือก… เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าร่างกายใต้ผ้าห่มนี้เปลือยเปล่า!
และความรู้สึกเย็นวาบที่สันหลังนั้น ไม่ได้มาจากลมเพียงอย่างเดียว…
แต่มาจากสายตาคมกริบคู่หนึ่งที่จ้องมองแผ่นหลังเธอจากมุมมืด ร้อนแรงดั่งเปลวเพลิง
พรึ่บ!
เธอกระชากผ้าห่มทั้งผืนมาคลุมโปง ม้วนตัวเป็นดักแด้ ไม่เหลือชายผ้าให้ใครอีกคนแม้แต่นิดเดียว

ลู่เซิน ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
คว้าเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายมาสวมใส่อย่างคล่องแคล่วสมชายชาติทหาร สามวินาที… เสื้อผ้าอยู่บนตัวครบ
กระดุมติดเรียบร้อยจนถึงเม็ดบนสุด
ซู่เวย์ซุกหน้าอยู่ใต้ผ้าห่ม ไม่กล้าขยับ
"อาเวย์? หลานเป็นอะไรรึเปล่า? หรือว่าเขา… รังแกเจ้า?" เสียงปู่ถามด้วยความเป็นห่วง(แกมหวังผล)
ลู่เซินที่กำลังกลัดกระดุมข้อมือชะงัก ก้มมองรอยช้ำสีม่วงเข้มรอบข้อมือทั้งสองข้างของตน แล้วขบกรามแน่น…
ใครรังแกใครกันแน่?
ซู่เวย์แทบอยากเอาหัวโขกเตียง ถามมาได้ว่าเขารังแกหลาน!
ผู้ชายหุ่นล่ำบึ้กขนาดนั้นกลับมีรอยช้ำเพราะแรงบีบของเธอ… ปู่ช่างกล้าถาม!
"หนูโป๊อยู่! ปู่อย่าเข้ามานะ!" เธอตะโกนเสียงเขียวแก้เก้อ
"เออๆ รู้แล้ว!" ปู่ซู่เฉียงหยุดอยู่หน้าประตู น้ำเสียงเจือรอยยิ้ม… แผนสำเร็จสินะ
ซู่เวย์สูดหายใจลึก "ปู่! หนูอยากกินเนื้อ! ไปซื้อมาให้หน่อย เอาเยอะๆ เลย!"
"ได้ๆ! ปู่จะไปเดี๋ยวนี้แหละ! จะตุ๋นเนื้อเปื่อยๆ ให้หลานกิน!"
ชายชรารีบรับคำ แม้โควตาบัตรเนื้อจะหมดไปแล้ว แต่เพื่อฉลองความสำเร็จของหลานสาว ต่อให้ต้องเอาหน้าแก่ๆ
ไปแลกแกก็ยอม เสียงฝีเท้าลากหายไปไกล พร้อมเสียงไอที่ดังเป็นระยะ… เสียงที่ทำให้ซู่เวย์รู้สึกจุกในอก
ความทรงจำฉายภาพความรักแบบผิดๆ ของปู่ ทำให้เธอโกรธไม่ลง
ในห้องตกอยู่ในความเงียบอันน่าอึดอัด
"เรื่องเมื่อคืน… ขอโทษจริงๆ" เสียงอู้อี้ดังออกมาจากก้อนผ้าห่ม
"ขอโทษแล้วมันหายไหม?" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นที่ด้านหลัง
ซู่เวย์ขนลุกซู่ เสียงของเขามีเสน่ห์เหลือร้าย ทุ้มนุ่มแต่แฝงอำนาจเหมือนกำมะหยี่หุ้มเหล็ก ถ้าไม่ใช่สถานการณ์นี้
เธอคงอยากนั่งฟังเขาพูดทั้งวัน
"ฉันรู้ว่าคำขอโทษมันไม่พอ" เธอพูดเสียงจริงจัง ขัดกับภาพลักษณ์ขี้ขลาดที่ซ่อนตัวอยู่ "คุณจะด่า จะตี
หรือจะไปแจ้งความจับฉันก็ได้ ฉันยอมรับผิดทุกอย่าง"
น้ำเสียงของเธอเจือความสำนึกผิดอย่างแท้จริง ไร้จริตมารยา ต่างจากเมื่อคืนราวกับคนละคน

ลู่เซินมองก้อนผ้าห่มนิ่งๆ ความโกรธที่สุมอยู่ในอกค่อยๆ มอดลง เด็กสาวอายุสิบเก้า
แม้ตัวจะโตและแรงเยอะกว่าเขา(ในตอนที่เขาโดนยา) แต่เธอก็ยังเด็ก… และหากจะว่ากันตามตรง
ครึ่งหลังของกิจกรรมเมื่อคืน… เขาก็ไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าถูกบังคับ
"ผมจะรับผิดชอบ"
"ฮะ!?" ซู่เวย์โผล่หัวออกมาจากผ้าห่มทันที เธอไม่ได้ร้องห่มร้องไห้ ไม่ได้เรียกร้อง ไม่ได้ขู่จะฟ้อง…
แล้วทำไมเขาต้องมารับผิดชอบ?
"ไม่ต้อง!" เธอปฏิเสธทันควัน "คนผิดคือฉัน ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น ต่างคนต่างอยู่
แกล้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นดีที่สุด ขอบคุณค่ะ!"
สมอง CEO คำนวณผลได้ผลเสียอย่างรวดเร็ว แต่งงานกับทหาร เงินเดือนน้อยนิด ต้องเฝ้าบ้านรอสามี
ห้ามหย่าอีกต่างหาก… นี่มันนรกชัดๆ! ชาติก่อนเธอครองตัวเป็นโสดอย่างมีความสุข
จะมาจบเห่เพราะเรื่องคืนเดียวเนี่ยนะ? ไม่มีทาง!
ลู่เซินนิ่งอึ้ง… ปู่หลานคู่นี้วางแผนแทบตาย สุดท้ายพอได้ตัวเขาแล้วกลับจะ… ฟันแล้วทิ้ง?
"รีบไปเถอะค่ะ! เดี๋ยวตกรถไฟนะ!" ซู่เวย์ไล่ส่ง "ไม่ต้องห่วง ทางนี้ฉันจัดการเอง ไปเถอะๆ"
ผ้าห่มเลื่อนลงมาเล็กน้อย เผยให้เห็นลาดไหล่กลมกลึง ลู่เซินรีบเบือนหน้าหนี
หันหลังเดินออกจากห้องด้วยท่าทีเคร่งขรึม
ซู่เวย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ รีบตะกายมาใส่เสื้อผ้า
สวมไปก็น้ำตาตกในไป… กางเกงในตัวยักษ์ เสื้อไซส์พิเศษ… นี่ร่างหรือรถถัง?
เธอลุกขึ้นยืนจ้องกระจก เงาสะท้อนทำเอาเธอแทบทรุด ร่างกายอวบอ้วนผิวคล้ำเสีย
ใบหน้ากลมดิขยายจนแก้มแทบปริ… นี่ไม่ใช่จิ้งจอกสาวเจ้าเสน่ห์ แต่เป็นหมีควายชัดๆ!
ดีอย่างเดียวคือดวงตากลมโตดำขลับที่ยังพอมีประกายความฉลาดหลงเหลืออยู่บ้าง
ภายนอก ลู่เซินสะพายเป้ขึ้นหลัง เตรียมออกเดินทาง
"ผมไปล่ะ" เสียงเขาลอยมา "ภารกิจเสร็จสิ้น ผมจะกลับมา… เร็วสุดหนึ่งเดือน ช้าสุดสามเดือน"
เขาหยุดเว้นจังหวะ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"เตรียมตัวไว้… เราจะแต่งงานกัน"
ซู่เวย์ที่กำลังจะอ้าปากเถียงก็ต้องชะงักกึก
เมื่อมองผ่านช่องประตูออกไปเห็นร่างสูงสง่าในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวมะกอก แผ่นหลังเหยียดตรง
ไหล่กว้างผาย รับกับช่วงขายาวแข็งแกร่ง ใบหน้าคมเข้มต้องแสงแดดยามเช้าดูหล่อเหลาราวกับเทพบุตรสงคราม

จังหวะหัวใจของสาวโสดวัยสามสิบกระตุกวูบ…
ให้ตายเถอะ… คนหนุ่มนี่มันดีต่อใจจริงๆ บางที… การตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่ววูบก็อาจจะไม่แย่เสมอไปมั้ง?
ลู่เซินเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง แต่เมื่อพ้นเขตกำแพงดินผุพัง เขาก็หยุดฝีเท้า
มือหนายกขึ้นแตะที่หน้าอกเสื้อ…
จี้หยกประจำตระกูล… มันหายไปแล้ว

ของขวัญข้ามภพและรสชาติแห่งปาฏิหาริย์

ความเย็นเยียบจากเตียงอิฐซึมผ่านกางเกงผ้าฝ้ายตัวหนา เข้าไปบาดลึกถึงกระดูก…
ซู่เวย์นั่งกุมขมับอยู่บนเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่ต่างจากรังนก
ในหัวของเธอตอนนี้เหมือนมีเครื่องปั่นน้ำผลไม้กำลังทำงาน ปั่นรวมความทรงจำของคนสองคน สองภพ สองชาติ
เข้าด้วยกันจนแยกไม่ออก
เธอข้ามภพมาแล้วจริงๆ
หนี้บ้านที่เพิ่งกัดฟันผ่อนจนหมด หนี้รถหรูที่เหลืออีกแค่สองงวด
สัญญาหุ้นส่วนมูลค่ามหาศาลที่เพิ่งจรดปากกาเซ็นกับบริษัทญี่ปุ่นเมื่อวาน
ทั้งหมดนั่นกลายเป็นเพียงฝุ่นควันในอดีต
ไม่มีใครมารับมรดกความมั่งคั่งของเธอ พ่อแม่จากไปแล้วด้วยอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ซึ่งในนาทีนี้…
เธอกลับรู้สึกขอบคุณโชคชะตาที่ท่านไม่ต้องมารับรู้ว่าลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนได้หายสาบสูญไปจากโลกใบนั้นแล้

อีกมุมหนึ่ง… เธอก็แอบรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด
ที่พรุ่งนี้เช้าไม่ต้องตื่นตีห้าเพื่อลากสังขารไปประชุมบอร์ดบริหารอีกต่อไป
ทว่า… เมื่อก้มมองสภาพร่างกายปัจจุบัน ความโล่งใจก็มลายหายไปสิ้น
ซู่เวย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะกับอากาศเย็นในห้อง ปี 2024 เธอคือหญิงสาวร่างเล็กเพรียวบาง
สูงร้อยหกสิบสาม หนักห้าสิบสี่ ผู้รักสุขภาพและดูแลตัวเองดุจไข่ในหิน
แต่ตอนนี้… ร่างกายนี้… เกินร้อยกิโลกรัมแน่นอน
"เอาวะ! ลุก!"
เธอตบแก้มอูมๆ ของตัวเองเรียกสติ แรงตบเบาๆ แต่เนื้อแก้มกลับสั่นกระเพื่อมอยู่สามจังหวะกว่าจะหยุดนิ่ง
"ลุกขึ้นมาซู่เวย์! ชีวิตยังไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันต่อไป!"
เธอลากสังขารอันหนักอึ้งลุกขึ้นสำรวจอาณาจักรใหม่ของตน
บ้านดินสามห้องซอมซ่อ ห้องปู่อยู่ฝั่งตะวันออก เธอครองฝั่งตะวันตก ตรงกลางเป็นห้องโถงรวมครัว
ผนังบ้านแปะด้วยหนังสือพิมพ์เก่าจนเหลืองกรอบ เพดานมีรอยรั่วที่ถูกปะไว้ลวกๆ ด้วยดินเหนียว
พื้นดินอัดแน่นที่ถูกเหยียบย่ำจนขึ้นเงาวาววับ

ในสายตาของผู้ที่เคยใช้ชีวิตบนคอนโดหรูชั้นสามสิบสอง พร้อมเครื่องฟอกอากาศและระบบสมาร์ทโฮม ที่นี่คือ…
พิพิธภัณฑ์แห่งความยากจนที่สมบูรณ์แบบ
แต่เมื่อก้าวเท้าพ้นธรณีประตูออกไปนอกชานบ้าน ทิวทัศน์เบื้องหน้ากลับทำให้ดวงตาของเธอเบิกกว้าง
ลานกว้างขนาดสองหมู่จีน! (ประมาณ 3 ไร่กว่า) ล้อมรอบด้วยรั้วกิ่งไม้เตี้ยๆ
แม้ตอนนี้จะเป็นต้นฤดูใบไม้ผลิที่แห้งแล้งของเสฉวน พื้นดินยังโล่งเตียน
แต่ฉากหลังที่เป็นทิวเขาซับซ้อนสลับซับซ้อน มียอดเขาปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตัดกับท้องฟ้าสีครามสดใสนั้น…
มันคือวิวระดับร้อยล้าน!
ซู่เวย์ยิ้มกว้างจนตาหยี ชาติที่แล้วเธอทุ่มเงินห้าล้านหยวนเพื่อแลกกับสวนหย่อมเท่าแมวดิ้นตายหน้าคอนโด
แต่ชาตินี้… เธอมีลานส่วนตัวกว้างขวางขนาดนี้ นี่มันวิลล่าตากอากาศชัดๆ!
เธอสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึก
กลิ่นดินชื้นและกลิ่นหญ้าอ่อนหอมสดชื่นราวกับจะชำระล้างปอดที่เต็มไปด้วยควันพิษของเมืองหลวง…
ก่อนจะรีบวิ่งกลับเข้าบ้านเพราะลมหนาวที่บาดผิวจนตัวสั่น
"เริ่มปฏิบัติการ!"
วิญญาณ CEO เจ้าระเบียบเข้าสิงทันที เธอผู้ซึ่งทนเห็นรอยนิ้วมือบนกระจกรถไม่ได้
จะทนอยู่ในสภาพเล้าหมูแบบนี้ได้อย่างไร? เสื้อผ้าและผ้าห่มส่งกลิ่นเหม็นอับจนแทบจะตั้งได้
ความทรงจำบอกว่าร่างเดิมอาบน้ำปีละสองครั้ง… สองครั้ง!
เธอลงมือเก็บกวาดราวกับพายุเข้า ขนขยะที่สุมไว้ทิ้ง โยนเสื้อผ้าเน่าๆ ลงถังซัก เช็ดกระจก ขัดพื้น
ล้างคราบเขม่าดำปี๋ออกจากเตา ขนเครื่องนอนออกไปตากแดดฆ่าเชื้อ
ใกล้เที่ยง… ปู่ซู่เฉียงกลับมาถึงบ้านพร้อมถุงเนื้อหมูครึ่งกิโลในมือที่สั่นเทา
ชายชรายืนตะลึงค้างอยู่หน้าประตูรั้ว ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
หลานสาวตัวดี… ผู้ที่ไม่เคยแม้แต่จะหยิบไม้กวาด… กำลังนั่งขยี้ผ้ากองโตอย่างขะมักเขม้นอยู่กลางลาน
แขนอวบใหญ่ซักผ้าด้วยจังหวะกระฉับกระเฉง และเมื่อมองเข้าไปในตัวบ้าน… กระจกใสวิ้ง พื้นสะอาดเอี่ยม
ทุกอย่างดูแปลกตาจนน่าตกใจ
"อาเวย์?" เสียงเรียกแผ่วเบาราวกระซิบ กลัวว่าถ้าเสียงดังไป ภาพฝันตรงหน้าจะสลายหายไป
ซู่เวย์เงยหน้าขึ้น มองชายชราผอมแห้งที่ยืนเกาะรั้วด้วยรอยยิ้มจางๆ
ปู่ซู่เฉียง… อดีตทหารผ่านศึกผู้เกรียงไกร เหรียญกล้าหาญเต็มหน้าอก
เคยเป็นถึงองครักษ์ติดตามผู้บัญชาการระดับสูง แต่บัดนี้… เหลือเพียงชายชราขี้โรค
ร่างกายผ่ายผอมจนหนังหุ้มกระดูก ไอโขลกเขลกทุกสิบก้าว
แต่ยังอุตส่าห์ลากสังขารเดินไปกลับสิบลี้เพื่อซื้อเนื้อมาให้หลานสาวกิน

ความรักที่ยิ่งใหญ่… แลกมาด้วยสุขภาพที่ถดถอย ทั้งหมดเพื่อหลานสาวเนรคุณที่ไม่เคยพูดขอบคุณสักคำ
ความรู้สึกผิดของเจ้าของร่างเดิมตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก ซู่เวย์รีบลุกขึ้น รับถุงเนื้อจากมือเหี่ยวย่น
แล้วประคองแขนท่านอย่างนุ่มนวล
"ปู่… เหนื่อยไหมคะ? เข้ามานั่งพักก่อนเถอะ" เธอพาปู่ไปนั่งบนเตียงอิฐที่ปูผ้าสะอาดเอี่ยม
แล้วรีบรินน้ำอุ่นใส่ถ้วยมาให้
ปู่ซู่เฉียงรับถ้วยน้ำด้วยมือที่สั่นเทา ดวงตาฝ้าฟางกวาดมองบ้านที่สะอาดสะอ้าน ราวกับหลุดเข้ามาในบ้านเศรษฐี
ซู่เวย์รู้ดีว่าการเปลี่ยนแปลงกะทันหันอาจทำให้สงสัย เธอจึงรีบชิงพูดก่อน "ปู่… หนูโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ
ที่ผ่านมาหนูทำตัวเหลวไหล หนูขอโทษ… ต่อไปนี้หนูจะปรับปรุงตัว จะดูแลปู่ให้ดีที่สุด!"
"เอ้อ… ดี! ดีจริงๆ!" ชายชรารีบก้มหน้าดื่มน้ำซ่อนน้ำตาที่รื้นขึ้นมา
ดื่มน้ำไปได้สองอึก ความกังวลเรื่องหลานสาวก็กลับมา "แล้ว… พ่อหนุ่มคนนั้นล่ะ?"
"เขามีภารกิจด่วน ต้องรีบไปขึ้นรถไฟค่ะ"
ดวงตาของอดีตทหารวาวโรจน์ขึ้นมาทันที "ไปเฉยๆ งั้นรึ? ไม่พูดอะไรทิ้งท้ายเลยหรือ?"
"ปู่คะ…" ซู่เวย์นั่งลงตรงข้าม จับมือปู่ไว้แน่น "เกิดเรื่องแบบนั้น เขาไม่ชักปืนยิงหนูก็บุญแล้ว
ปู่จะไปหวังอะไรอีก?"
"แต่ว่า… เจ้าเสียเปรียบเขานะ" ปู่พูดเสียงเครือ มองสภาพหลานสาวด้วยความเวทนาปนกังวล "ถ้าไม่มีใครรับเลี้ยง
เจ้าจะอยู่ยังไง? ปู่อยู่ได้อีกไม่นาน… เจ้าทำกับข้าวก็ไม่เป็น ทำไร่ก็ไม่ไหว ถ้าปู่ตายไป พวกญาติๆ
ตระกูลซู่คงมารุมทึ้งบ้าน
แล้วขายเจ้าไปเป็นเมียคนป่าบนเขาแน่ๆ!"
ยิ่งพูดยิ่งเครียด ปู่ซู่เฉียงไอโขลกๆ จนตัวโยน ละอองเลือดปนน้ำลายกระเซ็นใส่มือ
"ปู่!" ซู่เวย์ตกใจสุดขีด รีบลูบหลังให้ท่าน "ใจเย็นๆ ก่อน! หนูโกหก! จริงๆ แล้วเขารับผิดชอบ
เขาบอกว่าจะกลับมาแต่งงานกับหนู เร็วสุดหนึ่งเดือน ช้าสุดสามเดือน!"
"จริงรึ?" ดวงตาชายชราเบิกกว้างด้วยความหวัง
"จริงสิ ดูนี่… ของหมั้น!"
เธอดึงเชือกเส้นเล็กที่คอเสื้อออกมา เผยให้เห็นจี้หยกรูปน้ำเต้าสีเขียวมรกตที่ส่องประกายแวววับยามต้องแสงแดด
เนื้อหยกเนียนละเอียด สีเขียวเข้มจัดดุจผืนน้ำลึก… เป็นของล้ำค่าที่คนธรรมดาไม่มีทางหาซื้อได้

ปู่ซู่เฉียง ผู้เคยเห็นโลกกว้างมามาก มองปราดเดียวก็รู้ว่านี่คือของวิเศษราคาแพงระยับ
"ไม่ได้ขโมยมาใช่ไหม?"
"ปู่! หลานปู่หน้าตาอาจจะขี้ริ้ว แต่หนูไม่เคยเป็นขโมยนะ!"
ก็จริง… เจ้าของร่างเดิมถึงจะนิสัยเสียแค่ไหน แต่เรื่องลักขโมยของมีค่า เธอไม่เคยสน เพราะสนแต่เรื่องกินอย่างเดียว
"จริงสินะ… หลานปู่เป็นเด็กดี" ปู่ยิ้มจนแก้มปริ ดีใจที่หลานสาวจะมีคนดูแลเสียที
ซู่เวย์ลูบจี้หยกในมือเบาๆ ความจริงคือ… ร่างเดิมกระชากมันติดมือมาตอนนัวเนียเมื่อคืน
และในเส้นเรื่องเดิมที่เธอรับรู้มา ลู่เซินกลับมาทวงคืนแต่ถูกปฏิเสธ สุดท้ายลูกพี่ลูกน้องจอมปลอมชื่อ 'ซู่เสี่ยวเหมย'
ก็มาหลอกซื้อจี้นี้ไปในราคาแค่สิบหยวน
หลังจากนั้น ชีวิตของซู่เสี่ยวเหมยก็พุ่งทะยานราวกับติดปีก กลายเป็นเศรษฐีพันล้านภายในไม่กี่ปี
สัญชาตญาณนักธุรกิจของซู่เวย์กรีดร้องบอกว่า… ความลับแห่งความมั่งคั่งต้องซ่อนอยู่ในหยกชิ้นนี้!
"ปู่พักผ่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูไปทำกับข้าวให้กิน"
"ไปๆ ปู่ไม่หิวหรอก เจ้าทำกินเองเถอะ" ปู่โบกมือไล่ ทั้งที่ท้องร้องจ๊อก เพราะอยากประหยัดข้าวไว้ให้หลาน
ซู่เวย์สะท้อนใจ เดินเข้าครัวด้วยความรู้สึกจุกแน่น
เธอเปิดไหข้าว… มีเพียงแป้งข้าวโพดหยาบๆ ก้นไห กับกะหล่ำปลีเหี่ยวสองหัว
และมันฝรั่งที่งอกรากจนเกือบจะเป็นต้นไม้… นี่คือเสบียงทั้งหมดสำหรับห้าวัน
ชาติก่อนเธอเคยกินมื้อละเป็นพันหยวนโดยไม่กระพริบตา แต่ตอนนี้… มันฝรั่งงอกรากสามหัวนี้คือสมบัติล้ำค่า
"เอาวะ เป็นไงเป็นกัน!"
เธอลงมือจุดไฟในเตาดิน ซาวแป้งข้าวโพด หั่นผักอย่างคล่องแคล่ว แม้จะไม่คุ้นเคยกับครัวโบราณ
แต่ทักษะการเอาตัวรอดจากการเข้าค่ายและทำอาหารกินเองสมัยเรียนเมืองนอกก็ช่วยให้เธอประคองตัวไปได้
ขณะที่มือกำลังปรุงอาหาร จู่ๆ จี้หยกที่คอก็อุ่นวาบขึ้นมาแปลกประหลาด…
กลิ่นหอม…
ไม่ใช่กลิ่นหอมธรรมดา แต่เป็นกลิ่นหอมเย้ายวนที่ลอยฟุ้งออกมาจากกระทะ
ทั้งที่เธอใส่แค่เกลือหยาบกับมันฝรั่งต้มน้ำแกง
ปู่ซู่เฉียงที่นั่งสัปหงกอยู่ ถึงกับสะดุ้งตื่นเพราะกลิ่นหอมเตะจมูก เดินตามกลิ่นเข้ามาในครัว น้ำลายสอเต็มปาก

---
อาหารง่ายๆ ถูกยกขึ้นโต๊ะ
ซู่เวย์ตักโจ๊กข้าวโพดข้นๆ ใส่ชามใหญ่ให้ปู่ พร้อมผัดมันฝรั่งใส่กะหล่ำปลีที่โปะเนื้อหมูชิ้นโตๆ จนพูนจาน
ส่วนของเธอ… มีเพียงโจ๊กชามเล็กและน้ำแกงใสๆ
"เวย์… เจ้าตักผิดรึเปล่า? มาแลกกัน" ปู่จะเลื่อนชามคืน
"ไม่ค่ะปู่ หนูจะลดน้ำหนัก ปู่กินให้หมดนะ ห้ามเหลือ!"
"ลดน้ำหนัก? ใครบอกเจ้าอ้วน? ไหนใครว่าหลานข้า!" ปู่ของขึ้นทันที
"ก็… ลู่เซินบอกว่า อ้วนแบบนี้จะมีลูกยาก…" เธออ้างชื่อทหารหนุ่มหน้าตาเฉย
ปู่ชะงัก เงียบกริบ… ถ้าว่าที่หลานเขยพูดแบบนั้น คนแก่ก็เถียงไม่ออก เพื่อเหลนในอนาคต ยอมก็ได้วะ!
สองปู่หลานเริ่มลงมือทานอาหาร
ทันทีที่โจ๊กคำแรกแตะลิ้น… ดวงตาของทั้งคู่ก็เบิกโพลงพร้อมกัน
ความหวานละมุนของข้าวโพดที่ควรจะหยาบกร้าน กลับนุ่มนวลชุ่มฉ่ำราวกับครีมชั้นดี
รสชาติกลมกล่อมของผัดผักธรรมดาๆ ระเบิดความอร่อยซ่านไปทั่วปาก ทั้งสดชื่น หวานล้ำ
และเปี่ยมด้วยพลังงานบางอย่างที่ทำให้อุ่นวาบไปถึงท้องน้อย
ปู่ซู่เฉียงเคี้ยวค้าง… ในชีวิตที่ผ่านร้อนหนาวมาค่อนคน เคยลิ้มรสอาหารเหลาในปักกิ่งมาก็มาก แต่สาบานได้เลยว่า
ไม่เคยมีมื้อไหนอร่อยล้ำลึกเท่ากับฝีมือหลานสาวในวันนี้
ส่วนซู่เวย์… ผู้ที่เคยกวาดมิชลินสตาร์มาแล้วทั่วโลก ถึงกับวางชามไม่ลง
จี้หยกที่คอร้อนวูบวาบราวกับกำลังสื่อสารบางอย่าง…
ชัดเจนแล้ว… นี่ไม่ใช่แค่จี้หยกธรรมดา แต่เป็น 'กุญแจ'
สู่ความลับบางอย่างที่อาจเปลี่ยนชีวิตของเธอและปู่ไปตลอดกาล

ปาฏิหาริย์แห่งผืนดิน

แปลก… แปลกเกินไปแล้ว
ซู่เวย์วางชามเปล่าลงบนโต๊ะด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม
กระเพาะของหล่อนคือกาละมังไร้ก้นที่ถมเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม การกินข้าวเพียงชามเล็กๆ แค่นี้
ไม่น่าจะทำให้รู้สึกอิ่มได้เลยแม้แต่น้อย
ทว่าตอนนี้… ความอิ่มเอิบซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย มันไม่ใช่ความอิ่มแบบจุกเสียด
แต่เป็นความอิ่มอกอิ่มใจที่มาพร้อมกับขุมพลังงานอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปตามเส้นเลือด
แขนขาที่เคยหนักอึ้งกลับเบาสบายและเปี่ยมไปด้วยเรี่ยวแรง
ซู่เวย์ประมวลผลอย่างรวดเร็ว วัตถุดิบพื้นๆ วิธีปรุงบ้านๆ ไม่มีเคล็ดลับอะไรซ่อนอยู่ สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปคือ…
ตัวเธอ
สายตาของเธอเลื่อนลงไปหยุดที่จี้หยกรูปน้ำเต้าบนหน้าอก มันยังคงอุ่นวาบราวกับมีชีวิต
หรือว่า… จะเป็นเพราะเจ้านี่?
ฝั่งตรงข้าม ปู่ซู่เฉียงวางชามที่สองลงแล้วลูบท้องด้วยความเปรมปรีดิ์
"สบายท้องจัง… ไม่ได้กินอะไรอร่อยแล้วสบายตัวแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ…"
เสียงของชายชราสั่นเครือด้วยความตื้นตัน
ซู่เวย์มองปู่ด้วยความสะเทือนใจ โรคกระเพาะเรื้อรังที่กัดกินท่านมานานจนหมอแทบจะส่ายหน้า
บัดนี้กลับดูสงบลงอย่างน่าอัศจรรย์ ชายชราเอนตัวลงนอนบนเตียงอิฐ แล้วหลับสนิทไปในเวลาไม่กี่นาที
เสียงกรนสม่ำเสมอเป็นเครื่องยืนยันว่าท่านไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มเช่นนี้มานานแค่ไหนแล้ว
เธอห่มผ้าให้ปู่อย่างเบามือ ก่อนจะย่องออกจากบ้าน มุ่งหน้าสู่ป่าหลังบ้าน
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่เขตป่าโปร่ง ความรู้สึกมหัศจรรย์ก็ถาโถมเข้ามาปะทะร่าง
ไม่ใช่แค่สายลมเย็นยะเยือกของฤดูใบไม้ผลิ แต่เป็นกระแสธารพลังงานที่มองไม่เห็น ไหลเวียนอยู่ในอากาศ
ซึมผ่านผิวหนัง พุ่งตรงเข้าสู่จี้หยก แล้วกระจายไปทั่วร่างกายของเธอ ก่อนจะไหลย้อนกลับคืนสู่ธรรมชาติ
เป็นวงจรการแลกเปลี่ยนที่สมบูรณ์แบบ
ยิ่งเดินลึก พลังงานยิ่งเข้มข้น ซู่เวย์หลับตาลง สัมผัสถึงเส้นใยพลังงานสีเขียวจางๆ
ที่เชื่อมโยงเธอเข้ากับทุกสรรพสิ่ง… ใบไม้ กิ่งไม้ รากไม้ ล้วนกำลัง 'หายใจ' ร่วมกับเธอ
เธอทดลองส่งกระแสจิตเพ่งไปยังกอผักกาดป่าที่เพิ่งแทงยอดอ่อน

วูบ!
พลังงานสายหนึ่งพุ่งออกจากจี้หยก ในพริบตาเดียว ต้นผักกาดก็ยืดตัวสูงขึ้นนับฟุต
ใบเขียวชอุ่มแผ่กว้างจนเกือบฟาดหน้าเธอ!
ดวงตาของซู่เวย์เบิกโพลงด้วยความตื่นตะลึง เธอหันไปหาเป้าหมายใหม่… ต้นบลูเบอร์รี่ป่าแคระแกร็น
เธอส่งพลังงานเข้าไป และดึงกลับมา ทำซ้ำไปมาหลายรอบ
ผลลัพธ์ที่ได้คือพวงบลูเบอร์รี่สีม่วงเข้มลูกโตเท่าหัวแม่มือ ห้อยระย้าเต็มต้น ส่งกลิ่นหอมหวานยั่วน้ำลาย
เธอเด็ดลูกหนึ่งเข้าปาก… รสชาติหวานฉ่ำล้ำลึกระเบิดในโพรงปาก
เป็นรสชาติของผลไม้ที่ดูดซับแก่นแท้ของฟ้าดินมาอย่างเต็มเปี่ยม อร่อยล้ำเกินกว่าผลไม้ใดๆ ที่เธอเคยกินมาทั้งชีวิต
นี่แหละ… 'ทองคำ' ของเธอ!
ไม่จำเป็นต้องมีมิติวิเศษส่วนตัว ขอแค่มีผืนดินและจี้หยกนี้ เธอสามารถเสกสรรค์พืชผลมหัศจรรย์ได้ไม่จำกัด
จะเช่าที่กี่ร้อยไร่ ปลูกอะไรก็ย่อมได้
ซู่เวย์รีบจัดการทำลายหลักฐาน ดึงพลังงานกลับจนต้นบลูเบอร์รี่เหี่ยวเฉาลงดังเดิม แล้วกลบฝังเมล็ดลงดิน
ขากลับ เธอสังเกตเห็นว่าตามรูขุมขนมีคราบเหนียวสีดำคล้ำซึมออกมา ส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยวจนน่าสะอิดสะเอียน…
ของเสียที่ถูกขับออกจากร่างกาย นี่คือกระบวนการชำระล้างไขกระดูกสินะ
เธอต้องรีบกลับไปอาบน้ำด่วนที่สุด!
---
แต่ทว่า… เมื่อมาถึงหน้าบ้าน แขกไม่ได้รับเชิญก็มารออยู่แล้ว
หญิงวัยกลางคนสองคนยืนกร่างอยู่กลางลานบ้าน คนหนึ่งแต่งตัวดีแต่ใบหน้าบ่งบอกนิสัยเจ้ากี้เจ้าการ
อีกคนสวมเสื้อผ้าเก่าปะชุน กำลังก้มหน้าก้มตาขุดดินอย่างขะมักเขม้น
ป้าสะใภ้ใหญ่ 'หลิวชุนฮวา' และป้าสะใภ้รอง แห่งตระกูลซู่ซาน… ญาติฝ่ายพ่อที่ไม่เคยญาติดีด้วย
ซู่เวย์ยืนนิ่ง ขุดคุ้ยความทรงจำ… ปู่ซู่ซาน น้องชายแท้ๆ ของปู่เธอ แต่ถูกยกให้คนอื่นเลี้ยงตั้งแต่เด็ก
โตมาเป็นนักเลงหัวไม้ มีลูกหลานเต็มบ้านแต่สันดานพอกัน พวกนี้จ้องจะฮุบที่ดินสองหมู่ของปู่เธอมานานแล้ว
"อุ๊ยตาย! นังเวย์กลับมาแล้วเหรอ?" หลิวชุนฮวาจีบปากจีบคอทักทาย ก่อนจะทำจมูกฟุดฟิด "อี๋… กลิ่นอะไรเนี่ย?
เหม็นเน่าเหมือนตกส้วมมา หรือว่าแกขี้แตกใส่กางเกงฮะ?"
ซู่เวย์ไม่สะทกสะท้าน เดินอาดๆ เข้าไปคว้าท่อนฟืนท่อนใหญ่ออกมาจากกองฟืนข้างกำแพง

"บอกมาซิ ตัวเท่าควายขนาดนี้ ยังขี้แตกเรี่ยราดอีก จะมีผู้ชายหน้าโง่ที่ไหนมาขอแกทำเมีย?"
ป้าสะใภ้ใหญ่ยังคงพ่นวาจาร้ายกาจ
ปู่ซู่เฉียงได้ยินเสียงเอะอะ เดินงกๆ เงิ่นๆ ออกมาจากในบ้าน สีหน้าเป็นกังวล
ซู่เวย์ยกท่อนฟืนขึ้นชี้หน้าหลิวชุนฮวา สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยว
"นี่บ้านฉัน ลานบ้านฉัน! ใครใช้ให้พวกป้ามาสาระแนขุดดิน?"
เสียงหวานใสตะคอกถาม แม้น้ำเสียงจะดูเหมือนเด็กสาวเอาแต่ใจ แต่รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างมหึมา
ประกอบกับท่อนฟืนในมือ ทำให้ไม่มีใครกล้าขำ
"ว้าย! นังเด็กบ้า!" หลิวชุนฮวาผงะถอยหลังกรูด ความทรงจำเรื่องหมัดหนักๆ ของซู่เวย์ในอดีตแล่นเข้ามาในหัว
"ป้า… ป้ามาช่วยขุดดินให้นะยะ! หวังดีแท้ๆ!"
"หวังดี?" ซู่เวย์แค่นหัวเราะ "ร้อยวันพันปีไม่เคยโผล่หัวมา จู่ๆ จะมาหวังดีอะไรตอนนี้?
คิดว่าฉันโง่ดูไม่ออกเหรอ?"
"เอ๊ะ! นังนี่!"
"ขุดดินเสร็จ ก็จะเที่ยวไปป่าวประกาศว่าผักในสวนนี้ป้าเป็นคนลงแรง พอผักโตก็จะมาตู่เอาไปกินหน้าด้านๆ
ใช่มั้ยล่ะ?"
หลิวชุนฮวาอ้าปากค้าง เหมือนโดนตบหน้ากลางสี่แยก… นังเด็กนี่มันอ่านความคิดคนออกหรือไง!
"ฟังให้ชัดๆ นะ! ผักในลานบ้านฉัน ฉันปลูกเอง กินเอง! ตัวฉันคนเดียวกินจุเท่ากับหมูสิบตัว
ไม่มีเหลือเผื่อแผ่ให้เปรตขอส่วนบุญที่ไหนหรอก!"
คำพูดเจ็บแสบที่ย้อนรอยอดีต… ครั้งหนึ่งซู่เวย์เคยไปขอแบ่งผักจากบ้านนั้นเพราะอดอยาก แต่กลับโดนด่าว่า
'กินจุเหมือนหมู' แล้วไล่ตะเพิดออกมา
วันนี้เธอคืนคำด่านั้นให้พวกมันครบทุกเม็ด!
ปู่ซู่เฉียงมองหลานสาวด้วยความตื่นตะลึงระคนปลาบปลื้ม น้ำตาซึมที่หางตา…
หลานสาวของเขาเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ไม่ใช่เด็กก้าวร้าวไร้เหตุผล
แต่เป็นนางพญาผู้พิทักษ์สิทธิ์ของตนเองได้อย่างเฉียบขาด
หลิวชุนฮวากับสะใภ้รองหน้าม้าน รีบโกยดินกลบหลุมแล้วเดินกระฟัดกระเฟียดออกจากบ้านไป
แต่ก่อนจะพ้นประตูรั้ว หลิวชุนฮวาหันกลับมามองด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย ริมฝีปากขมุบขมิบสาปแช่ง…
ซู่เวย์ยักไหล่ไม่ใส่ใจ หารู้ไม่ว่า… ศึกครั้งนี้ยังไม่จบ อีกไม่ถึงชั่วโมง กองทัพของจริงกำลังจะยกพลมาถล่มบ้านเธอ!

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...