โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รีวิว หรือ โฆษณา? เปิดกับดักกฎหมายที่ อินฟลูเอนเซอร์ สายสุขภาพอาจไม่รู้ตัว

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 18 มิ.ย. เวลา 02.15 น.
สายรีวิวต้องดู! สลัดคำเหล่านี้ออกจากสคริปต์ด่วน ก่อนโดนเพ่งเล็ง เปิดข้อกฎหมายสุดเข้ม รีวิวสินค้าสุขภาพอย่างไรไม่ให้เข้าข่าย ‘โฆษณายาโดยไม่ได้รับอนุญาต’ อ้างซื้อเอง-ใช้จริงก็ไม่รอด

เตือน Influencer–TikToker สายรีวิวสุขภาพ

กระแสการรีวิวผลิตภัณฑ์สุขภาพผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่ม Influencer และ TikToker ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและหน่วยงานกำกับดูแลด้านสุขภาพออกมาเตือนว่า การรีวิวผลิตภัณฑ์โดยมีการกล่าวอ้างสรรพคุณ หรือชักจูงให้เกิดความเชื่อเกี่ยวกับประสิทธิภาพของสินค้า อาจเข้าข่าย “การโฆษณายา” หรือ “การโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ” ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับอนุญาตก่อนเผยแพร่

ปัจจุบันพบว่าคอนเทนต์รีวิวจำนวนไม่น้อยมีการระบุชื่อผลิตภัณฑ์ พร้อมเล่าประสบการณ์ส่วนตัวในลักษณะเชิญชวน เช่น “กินแล้วอาการดีขึ้น”, “ช่วยรักษาโรค”, “ลดน้ำตาลในเลือดได้”, “ความดันลดลงเห็นผลจริง” หรือ “ใช้แล้วหายจากอาการเรื้อรัง”

ซึ่งแม้ผู้รีวิวจะอ้างว่าเป็นเพียงประสบการณ์ส่วนบุคคล แต่หากเนื้อหามีลักษณะส่งเสริมการขายหรือทำให้ผู้บริโภคเชื่อในสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ ก็อาจถูกตีความว่าเป็นการโฆษณาตามกฎหมายได้

เส้นแบ่งสุดอันตราย: "อาหารเสริม" ไม่ใช่ "ยารักษาโรค"

จุดตายที่ TikToker สายรีวิวตกม้าตายกันมากที่สุด คือการสับสนระหว่าง อาหารเสริม (Supplement) กับ ยา (Medicine)

ตามกฎหมายของ อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) วางกฎเหล็กไว้ชัดเจนว่า อาหารเสริมมีไว้เพื่อรับประทานเสริมจากการกินอาหารปกติ ไม่ใช่มีไว้เพื่อบำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรค ดังนั้น การเคลมว่าทานแล้วหายจากโรค ถือว่าผิดกฎหมายทันที

จำไว้ให้ขึ้นใจ: ถ้าผลิตภัณฑ์นั้นไม่มีเลขทะเบียนตำรับยา (มีแค่เลข อย. อาหาร) แต่คุณรีวิวว่าใช้แล้วรักษาโรคได้ = โฆษณาเท็จและโฆษณายาเถื่อน

ฝ่าฝืน มีความผิด เปิดข้อกฎหมายที่ควรรู้

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงสาธารณสุข เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนรอบรู้เพื่ออยู่อย่างมีคุณภาพชีวิต ระบุว่า การรีวิวหรือแนะนำการใช้ยาทุกชนิดผ่านสื่อออนไลน์ (มีรูป / ชื่อสินค้า และ/หรือ การกล่าวอ้างสรรพคุณ) เข้าข่ายการโฆษณายาโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือว่าผิดกฎหมาย และผิดจรรยาบรรณวิชาชีพสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ แม้จะเป็นการเล่าประสบการณ์ส่วนตัวของการใช้ยาก็ตาม

การโฆษณายาต้องขออนุญาตก่อนการโฆษณาทุกกรณีและต้องมีใบอนุญาตโฆษณายา

หากฝ่าฝืน มีความผิดตามกฎหมาย

1. ผู้ฝ่าฝืนอาจถูกดำเนินคดีมีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท

2. เสี่ยงต่อการถูกลบเนื้อหาลดการมองเห็นหรือถูกปิดบัญชีจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

หากพบการกระทำผิดสามารถร้องเรียน แจ้งเบาะแสมายังสายด่วน อย. 1556 หรือแจ้งที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

ภาพจาก อย.

อย่ารีวิวอาหารเสริมเกินจริง เด็กทารกห้ามกิน ผิดกฎหมาย ช่องปลิวถาวร

เมื่อปี 2568 เภสัชกรเลิศชาย เลิศวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา อย. ตรวจพบกรณีผู้ใช้งานแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย อาทิ Facebook Instagram YouTube TikTok LINE ถูกระงับการใช้งานหรือถูกปิดช่องทางการเผยแพร่แบบถาวร เนื่องจากมีการนำเสนอเนื้อหาการรีวิวผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

อ้างสรรพคุณเกินจริง

เช่น ลดน้ำหนักได้ใน 3 วัน, ไม่ต้องออกกำลังกาย ก็ผอมได้ทันที, ลดระดับน้ำตาลในเลือด, รักษาเบาหวานให้หายขาด, เพิ่มภูมิคุ้มกัน, บำรุงสายตา แก้ตาแห้ง, สามารถเริ่มต้นทานได้ตั้งแต่ทารก 3 เดือนขึ้นไป ฯลฯ ซึ่งเป็นข้อความที่ล้วนก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ผู้บริโภค และเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ผิด

โดยฝ่าฝืนมาตรา 40 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมมือกับแพลตฟอร์มในการตรวจสอบและปิดกั้นการโฆษณาที่ฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าวอย่างเข้มงวด และขอเตือนว่าการโฆษณาหรือรีวิวผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ต้องศึกษากฎหมายให้ดีเพราะหากทำผิด จะถูกรายงานปิดเพจ หรือถูก AI ของแพลตฟอร์มกวาดเพจหรือช่องให้ปลิวได้

ลักษณะของข้อความที่ห้ามโฆษณา เช่น

1. ห้ามกล่าวอ้างว่าสามารถรักษา บำบัด บรรเทาหรือป้องกันโรคได้

2. ห้ามใช้ข้อความที่อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด เช่น ปลอดภัย 100% , ได้รับการรับรองความปลอดภัยจาก อย. , แพทย์แนะนำให้ใช้”

3. ห้ามนำเสนอภาพเปรียบเทียบลักษณะ “ก่อน - หลังใช้” มาใช้ประกอบ

ทั้งนี้ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียจะมีนโยบายกำกับดูแลอย่างเข้มงวดเกี่ยวกับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและทางการแพทย์ หากตรวจพบว่าเนื้อหาขัดต่อนโยบาย จะมีมาตรการลงโทษตั้งแต่การจำกัดการมองเห็น การลบเนื้อหา ไปจนถึงการปิดช่องทางเผยแพร่อย่างถาวร

รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวย้ำว่า ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการ และอินฟลูเอนเซอร์หรือครีเอเตอร์ ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปตามกฎหมายก่อนการเผยแพร่ โดยยึดหลักความปลอดภัยและสิทธิของผู้บริโภคเป็นสำคัญ หากพบเห็นการโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภคหรืออ้างสรรพคุณเกินจริง สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน อย. 1556

How-to รีวิวอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่เสี่ยงโดนหมายเรียก

-เช็กประเภทสินค้า: ดูให้ชัวร์ว่าสิ่งที่รีวิวคือ อาหาร, เครื่องสำอาง หรือยา

-พูดเฉพาะข้อเท็จจริงพื้นฐาน: รีวิวเรื่อง รสชาติ, กลิ่น, เนื้อสัมผัส, ความรู้สึกตอนใช้ หรือความคุ้มค่า แทนการเคลมเรื่องผลลัพธ์เชิงอภินิหาร

-เลี่ยงคำการันตี: ห้ามใช้คำว่า หายขาด, 100%, ปลอดภัยไร้ผลข้างเคียง

-ขึ้นคำเตือนเสมอ: สำหรับอาหารเสริม ควรมีข้อความเตือน เช่น "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" หรือ "ควรกินอาหารหลากหลายให้ครบ 5 หมู่" ให้เห็นเด่นชัดในคลิป

-รับงานอย่างมีสติ: ถ้าเป็นคลิปสปอนเซอร์ (คอร์ปอเรต) ควรขอดูเอกสารใบอนุญาตโฆษณา (ฆอ. หรือ พฆ.) จากแบรนด์ก่อนเสมอ ถ้าแบรนด์ไม่มีให้ สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าเสี่ยง!

ที่มา อย. / TNN รวบรวม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...