โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

CCET บล.โกลเบล็ก แนะนำ “ซื้อ” เป้า 7.50 บาท

ทันหุ้น

อัพเดต 21 พ.ค. เวลา 06.40 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. เวลา 06.39 น.

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #CCET บล.โกลเบล็ก แนะนำ “ซื้อ” เป้า 7.50 บาท

บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) CCET ยังคงได้รับมุมมองเชิงบวกในฐานะหนึ่งในหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ไทยที่ได้อานิสงส์จากกระแส AI โดยเฉพาะความต้องการด้านหน่วยความจำและอุปกรณ์ Hardware ที่เติบโตต่อเนื่อง ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 7.50 บาท จากเดิม 5.90 บาท อิง PER ปี 2569 ที่ 30 เท่า สะท้อน upside ราว 23% จากราคาหุ้นปัจจุบันที่ 6.10 บาท

แม้กำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 502 ล้านบาท ลดลง 17% YoY จากรายได้ที่อ่อนตัว แต่ยังเพิ่มขึ้น 33% QoQ โดยรายได้รวมอยู่ที่ 2.97 หมื่นล้านบาท ลดลง 14% YoY และ 18% QoQ จากยอดขายกลุ่ม smart wearable devices และ storage products ที่ลดลงตามการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจและ product mix

อย่างไรก็ตาม EBITDA Margin ปรับดีขึ้นสู่ระดับ 3.9% จาก 3.3% ในไตรมาสก่อน และ 3.7% ในช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน แม้ว่าบริษัทจะมีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น โดยต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% YoY จากการกู้เงินเพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิต

ฝ่ายวิจัยมองว่าแนวโน้มกำไรปี 2569 ยังแข็งแกร่ง โดยคาดกำไรสุทธิปี 2569 อยู่ที่ 3,082 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.2% YoY ก่อนเติบโตต่อเป็น 3,245 ล้านบาทในปี 2570 และ 3,419 ล้านบาทในปี 2571

รายได้ปี 2569 คาดเพิ่มเป็น 1.49 แสนล้านบาท จาก 1.38 แสนล้านบาทในปี 2568 และจะเพิ่มต่อเนื่องสู่ 1.59 แสนล้านบาทในปี 2570 และ 1.73 แสนล้านบาทในปี 2571

ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเดินหน้าขยายโรงงานใหม่ 3 แห่ง ซึ่งเริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 2568 ได้แก่ โรงงานมหาชัย โรงงานเพชรบุรี และโรงงานที่เซาเปาโล ประเทศบราซิล โดยโรงงานมหาชัยจะผลิต SSD โรงงานเพชรบุรีผลิตเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ส่วนโรงงานบราซิลจะผลิต SSD และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อื่นเพิ่มเติม

ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าหลังการปรับ product model และ business model เสร็จสมบูรณ์ โรงงานใหม่เหล่านี้จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อทั้งรายได้และกำไรตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป

จุดแข็งสำคัญของ CCET อยู่ที่ operational agility และ production flexibility โดยบริษัทสามารถโยกย้ายสายการผลิตระหว่างฐานการผลิตในไทย ฟิลิปปินส์ บราซิล และสหรัฐฯ ได้อย่างรวดเร็วตามต้นทุนและความต้องการของลูกค้า รวมถึงมีแผนตั้งโรงงานใหม่ในสหรัฐฯ เพิ่มเติม

นอกจากนี้ บริษัทกำลังพัฒนา “dark factory” หรือโรงงานระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบที่ใช้หุ่นยนต์ในการผลิต ซึ่งจะช่วยเพิ่ม efficiency และลดผลกระทบจากต้นทุนแรงงานในระยะยาว

ฝ่ายวิจัยมองว่า แม้บริษัทอาจเผชิญแรงกดดันด้าน margin จากยอดขายบางกลุ่มที่อ่อนตัว รวมถึงความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่จะถูกชดเชยด้วยประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น การย้ายฐานการผลิต และการส่งผ่านต้นทุนบางส่วนไปยังลูกค้า

ด้วยโครงสร้างโรงงานที่กระจายตัวทั่วโลก การบริหารความเสี่ยงที่คล่องตัว และการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ทำให้ CCET ยังถูกมองเป็นหนึ่งในหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเติบโตของ AI Infrastructure โดยเฉพาะกลุ่ม Flash Memory และ Hardware Components

ในด้าน valuation ปัจจุบัน CCET ซื้อขายที่ PER ปี 2569 ราว 24.7 เท่า และ PBV 2.6 เท่า ขณะที่ ROE คาดอยู่ที่ 10.9% พร้อม Dividend Yield ประมาณ 2% ต่อปี

ราคาหุ้นในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาเคลื่อนไหวในกรอบ 4.14–7.10 บาท และตั้งแต่ต้นปี 2569 ปรับตัวขึ้นแล้วกว่า 31.6% outperform ตลาดที่เพิ่มขึ้น 9.3% สะท้อนความคาดหวังเชิงบวกต่อการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Data Storage ในระยะยาว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...