โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดสถิติธุรกิจตั้งใหม่ 4 เดือนแรก กว่า 2.9 หมื่นราย

The Better

อัพเดต 21 พ.ค. เวลา 06.48 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. เวลา 06.40 น. • THE BETTER
กรมพัฒนาธุรกิจฯจับสัญญาณธุรกิจไทยยังเดินหน้าต่อ ชี้ขายออนไลน์ ขยายตัวดี ด้านต่างชาติลงทุนไทยเพิ่ม 124% แห่ลงทุน 4 เดือนแรกทะลุ 1.29 แสนล้านบาท ปักหมุดลงทุนในพื้นที่ EEC ต่อเนื่อง

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยผลการวิเคราะห์สถานการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนเมษายน 2569 พบว่า มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 6,454 ราย เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนมีนาคม 2569 (7,588 ราย) ลดลง 1,134 ราย คิดเป็น 14.94% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) เดือนเมษายน 2568 (6,325 ราย) เพิ่มขึ้น 129 ราย คิดเป็น 2%

ขณะที่ทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 22,765 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนมีนาคม 2569 (19,500 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 3,265 ล้านบาท คิดเป็น 16.74% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) เดือนเมษายน 2568 (32,142 ล้านบาท) ลดลง 9,377 ล้านบาท คิดเป็น 29.17%

ทั้งนี้มีนิติบุคคล 1 ราย ที่มีทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เกิน 1,000 ล้านบาท คือ บริษัท ธีธี 1 โฮลดิ้งส์ จำกัด ทุนจดทะเบียน 7,843 ล้านบาท ประกอบธุรกิจโฮลดิ้งที่ไม่ได้ลงทุนในธุรกิจการเงินเป็นหลัก เข้าเป็นหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัด เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัดใดๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศเพื่อประโยชน์ของบริษัท

สำหรับการจัดตั้งใหม่ช่วง 4 เดือนของปี 2569 (มกราคม-เมษายน) มีจำนวน 29,679 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (30,148 ราย) ลดลง 469 ราย คิดเป็น 1.56% ส่วนทุนจดทะเบียนตั้งใหม่ 4 เดือน สะสมอยู่ที่ 81,341 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (112,062 ล้านบาท) ลดลง 30,721 ล้านบาท คิดเป็น 27.41%

เมื่อวิเคราะห์อัตราการเติบโตของการจัดตั้งธุรกิจใหม่ พบว่า มี 3 ประเภทธุรกิจที่ขยายตัวอย่างน่าสนใจ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) ได้แก่ 1. ธุรกิจขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 801 ราย เพิ่มขึ้น 274 ราย คิดเป็น 51.99% มูลค่าทุนจดทะเบียน 1,121 ล้านบาท 2. ธุรกิจบริการอื่นๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น จำนวน 333 ราย เพิ่มขึ้น 194 ราย คิดเป็น 139.57% มูลค่าทุนจดทะเบียน 275 ล้านบาท และ 3. ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 1,408 ราย เพิ่มขึ้น 171 ราย คิดเป็น 13.82% (YoY) มูลค่าทุนจดทะเบียน 2,335 ล้านบาท

ด้านการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการเดือนเมษายน 2569 มีจำนวน 981 ราย เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนมีนาคม 2569 (1,111 ราย) ลดลง 130 ราย คิดเป็น 11.70% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) กับเดือนเมษายน 2568 (814 ราย) เพิ่มขึ้น 167 ราย คิดเป็น 20.52%

ขณะที่ทุนจดทะเบียนเลิกอยู่ที่ 5,214 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนมีนาคม 2569 (5,244 ล้านบาท) ลดลง 29.52 ล้านบาท คิดเป็น 0.56% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) กับเดือนเมษายน 2568 (4,131 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 1,083 ล้านบาท คิดเป็น 26.21%

การจดทะเบียนเลิกช่วง 4 เดือนของปี 2569 (มกราคม-เมษายน) มีจำนวน 4,217 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (3,921 ราย) เพิ่มขึ้น 296 ราย คิดเป็น 7.55% ส่วนทุนจดทะเบียนเลิก 4 เดือน สะสมอยู่ที่ 26,258 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (15,990 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 10,268 ล้านบาท คิดเป็น 64.21%

สำหรับสถานกาณณ์การลงทุนของชาวต่างชาติในไทยประจำเดือนเมษายน 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย 91 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 20 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 71 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 31,553 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และจีน ตามลำดับ

ทั้งนี้ช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-เมษายน) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยจำนวน 438 ราย เพิ่มขึ้น 75 ราย คิดเป็น 21% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (363 ราย) โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 98 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของ คนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 340 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 129,332 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71,472 ล้านบาท คิดเป็น 124% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (57,860 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตามในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 มีประเทศที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. สหรัฐอเมริกา 77 ราย คิดเป็น 18% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 5,951 ล้านบาท 2. จีน 65 ราย คิดเป็น 15% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 25,092 ล้านบาท 3. ญี่ปุ่น 65 ราย คิดเป็น 15% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 24,724 ล้านบาท 4. สิงคโปร์ 57 ราย คิดเป็น 13% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 23,575 ล้านบาท และ 5. ฮ่องกง 42 ราย คิดเป็น 10% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 8,066 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 132 ราย คิดเป็น 29% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 41,924 ล้านบาท

ด้านการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-เมษายน) มีจำนวน 134 ราย คิดเป็น 31% ของนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้น 26 ราย คิดเป็น 24% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (108 ราย) มูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 49,957 ล้านบาท คิดเป็น 39% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยเป็นนักลงทุนจากประเทศจีน 43 ราย ลงทุน 21,095 ล้านบาท ญี่ปุ่น 22 ราย ลงทุน 7,042 ล้านบาท สิงคโปร์ 19 ราย ลงทุน 7,940 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 50 ราย ลงทุน 13,880 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...