วิจัยเมืองนอก เผย 4 ข้อดีของ "การนินทา" ไม่ใช่แค่หาแฟนง่าย แต่มีผลดีต่อสมอง
สายเม้าท์ถูกใจสิ่งนี้! ผลวิจัยเผย "การนินทา" มีข้อดีอย่างไม่น่าเชื่อ แถมช่วยให้หาแฟนง่ายขึ้น?
เวลาที่เราล้อมวง "เม้าท์มอย" เรื่องดารา คนดัง หรือแอบซุบซิบเรื่องเพื่อนร่วมงาน หลายคนมักจะมีความรู้สึกผิดลึก ๆ อยู่ในใจว่ากำลังทำพฤติกรรมที่ไม่น่ารักหรือเปล่า?
แต่ล่าสุดมีข่าวดีสำหรับสายเผือกทั่วโลก เมื่อผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์จากประเทศโปแลนด์ระบุว่า "การนินทา" ไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป แต่มันมีประโยชน์ต่อวิวัฒนาการของมนุษย์ แถมยังช่วยให้คุณมีโอกาสประสบความสำเร็จในความรักและการมีลูกอีกด้วย
ดร. มาร์ซิน โมรอน นักจิตวิทยาทางสังคม ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมการนินทาในเชิงลึก เน้นไปที่การนินทาในแง่ลบหรือการขุดคุ้ยเรื่องราว และพบข้อมูลที่น่าทึ่งว่า กลุ่มคนที่ชอบเข้าร่วมวงนินทาหรือส่งต่อข่าวลือ มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการสร้างความสัมพันธ์เชิงชู้สาว และมีจำนวนบุตรมากกว่าคนที่ไม่นินทาใครเลย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมนี้ให้ผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ ในแง่ของการสืบทอดเผ่าพันธุ์ตามธรรมชาติ
กางตำราแย่งชิงคู่ครอง! การนินทาคือกลยุทธ์ "ดิสเครดิต" คู่แข่งแบบเจ็บแสบ
ตามหลักจิตวิทยาเชิงวิวัฒนาการ มนุษย์เราต้องแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด รวมถึง "คนรักที่ดี" ด้วย โดยนักวิจัยชี้ว่ามนุษย์มีกลยุทธ์หลัก ๆ อยู่ 2 วิธีในการหาคู่ คือ:
- การโปรโมตตัวเอง: เช่น การแต่งตัวสวย ๆ หรือโพสต์ภาพเซ็กซี่ลงโซเชียลเพื่อดึงดูดสายตา
- การดิสเครดิตคู่แข่ง: และนี่คือจุดที่ "การนินทา" ทำหน้าที่ของมัน
ดร. มาร์ซิน อธิบายว่า การแอบปล่อยข่าวลือหรือนินทาเรื่องแย่ ๆ ของคู่แข่ง จะช่วยทำลายชื่อเสียงของคน ๆ นั้น ทำให้พวกเขาลดความน่าสนใจลง และถอนตัวออกจากการแข่งขันในตลาดความรักไปเองโดยปริยาย
เมื่อคู่แข่งลดลง "สายเม้าท์" ก็จะมีตัวเลือกมากขึ้นและมีโอกาสคว้าคนโปรไฟล์ดีไปครองได้ง่ายขึ้น ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของความก้าวร้าวที่มนุษย์พัฒนาขึ้นเพื่อเอาตัวรอด โดยที่ผู้ชวนเม้าท์แทบจะไม่ต้องเสี่ยงอันตรายหรือเผชิญหน้าโดยตรงเลย
iStockphoto
ไม่ใช่แค่หาแฟนง่าย! เปิด 4 ข้อดีของการ "นินทา/เม้าท์มอย" ที่ส่งผลต่อสมอง
นอกจากเรื่องความรักแล้ว การศึกษายังพบข้อดีอื่น ๆ ของการนินทาที่ส่งผลดีต่อจิตใจ ดังนี้:
- ช่วยกระชับความสัมพันธ์: การแชร์ความลับร่วมกันระหว่างคนสองคน ไม่ว่าจะเรื่องดีหรือร้าย จะช่วยดึงดูดให้คนสองคนใกล้ชิดกันมากขึ้น และเพิ่มความรู้สึกชอบพอกันได้อย่างรวดเร็ว
- บำบัดความเครียด: การได้พูดถึงสิ่งแย่ ๆ หรือพฤติกรรมไม่ดีที่เราไปพบเจอมาให้คนอื่นฟัง จะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นและรู้สึกผ่อนคลายลง
- เพิ่มความมั่นใจ (ชั่วคราว): การได้นินทาหรือกดคนอื่นให้ต่ำลงในวงสนทนา ช่วยให้ผู้พูดรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น แต่อาจส่งผลเสียในระยะยาวคล้ายกับการกิน "อาหารขยะ" ที่อร่อยตอนกินแต่ไม่ดีต่อสุขภาพ ทำให้เกิดพฤติกรรมอยากนินทาซ้ำ ๆ
- กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์: เนื่องจากระบบการนินทาต้องใช้ความเจ้าเล่ห์ การวางแผน และการประเมินความเสี่ยง จึงมีส่วนช่วยกระตุ้นสมองในส่วนความคิดสร้างสรรค์ได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวิทยาศาสตร์จะบอกว่าการนินทามีประโยชน์ในแง่วิวัฒนาการและจิตวิทยา แต่ผู้เชี่ยวชาญก็เตือนว่าควรทำแต่พอดีและมีขอบเขต เพราะหากเลยเถิดไปเป็นการใส่ร้ายป้ายสีหรือสร้างความเดือดร้อนรุนแรง ก็อาจเปลี่ยนจาก "ข้อดี" เป็น "พิษร้าย" ที่ทำลายความสัมพันธ์และสังคมรอบตัวแทนได้