ชัยภูมิเร่งซ้อมแผนรับมือ “ซูปเปอร์เอลนีโญ” จ่อวิกฤตทั้งท่วม-แล้ง ฝนทิ้งช่วงหนัก
ชัยภูมิ – ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ สั่งระดมทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติทั้งน้ำท่วมและภัยแล้งตลอด 24 ชั่วโมง หลังสถานการณ์น้ำในเขื่อนทุกแห่งทั่วจังหวัดเหลือเพียง 47% จากผลกระทบของปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ โดยได้เรียกประชุมด่วนกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยภูมิ (กอปภ.จ.) เพื่อซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอุทกภัยปี 2569 และประเมินสถานการณ์น้ำ รวมถึงการทำฝนหลวงเพื่อเติมปริมาณน้ำในพื้นที่ พร้อมเตรียมมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านการเกษตร ปศุสัตว์ ในช่วงอุทกภัยและภาวะฝนทิ้งช่วง
ที่ประชุมได้มีข้อสั่งการให้ทุกอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัย ดินถล่ม และฝนทิ้งช่วงอย่างต่อเนื่อง โดยให้ติดตามสถานการณ์ สำรวจพื้นที่ เฝ้าระวังปัญหา และสื่อสารกับผู้นำชุมชนเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์และแนวทางปฏิบัติ พร้อมทั้งให้หน่วยงานบริหารจัดการน้ำบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง จัดทำแผนบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีระบบประปาบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน พร้อมสำรวจแหล่งน้ำดิบและดำเนินการผันน้ำหรือเพิ่มระดับการกักเก็บน้ำหากมีปริมาณน้อย
นอกจากนี้ ยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ อาคารชลศาสตร์ ระบบระบายน้ำ และบุคลากรให้พร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยของคันกั้นน้ำ เขื่อน และพนังกั้นน้ำ รวมถึงจัดทำแผนสำรองและแผนเผชิญเหตุในกรณีเกิดความเสียหายหรือน้ำหลากฉับพลัน อีกทั้งยังเน้นย้ำให้เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำอย่างเป็นระบบ โดยการสำรวจ ซ่อมแซมระบบระบายน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เช่น ผักตบชวา และขุดลอกทางระบายน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่เมือง ชุมชนหนาแน่น และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ พร้อมทั้งให้ทุกหน่วยงานร่วมซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ เตรียมศูนย์พักพิง อุปกรณ์ยังชีพ ดูแลกลุ่มเปราะบาง และเคลื่อนย้ายปศุสัตว์ในพื้นที่เสี่ยง ตลอดจนให้หน่วยงานประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ความเสี่ยงสาธารณภัยแก่ภาคประชาชน และเน้นย้ำการบูรณาการการทำงานเพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด โดยประชาชนสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือฝ่ายปกครองในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง
📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด
👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news