น้ำ...เกาะช้าง
ถ้าท่านผู้อ่านสังเกตดู จะเห็นว่าผมพยายามเขียนถึงแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ แต่อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ให้กระจายออกไปทุกภูมิภาค หรือหยิบเอามุมที่น่าสนใจของสถานที่นั้นๆ มาบอกเล่า เพื่อจะยืนยันว่าบ้านเมืองเรามีสิ่งสวยงาม สิ่งที่น่าสนใจมากมายแทบทุกภูมิภาค แค่เราออกเดินทางก็จะพบเห็นอะไรมากมาย
อย่างครั้งนี้ ผมเห็นนักวิชาการหลายคนออกมาเตือนกันว่า ปีนี้เราจะเผชิญกับปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนิโญ คือ ปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิโลกจะสูงขึ้น น้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกสูงขึ้นมากกว่าปกติ ซึ่งจะส่งผลให้โลกมีสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างรุนแรง เป็นภาวะที่จะแล้งนาน ร้อนจัด และน้ำจะขาดแคลน
ฟังแล้วก็สยอง คิดถึงป่าไม้ขึ้นมาเลย ถ้าเมื่อไหร่ที่อุณหภูมิโลกสูงขึ้น คงมีแต่ป่าไม้ที่จะควบคุมการถูกเผาผลาญจากแดดได้ และป่านี่แหละ ที่จะเป็นตัวดูดซับน้ำลงไปเก็บไว้ในชั้นน้ำใต้ดิน ที่เราสูบขึ้นมาใช้ภายใต้ชื่อ "น้ำบาดาล" นี่แหละ ส่วนน้ำที่ลงไปไม่ลึกมาก ก็จะซึมไหลออกมาในยามที่พื้นผิวโลก มีปริมาณน้ำน้อย ค่อยๆ ไหลซึมออกมา จากทีละหยดรวมกัน กลายเป็นธารเล็กธารน้อย และจนเป็นลำธารน้ำใหญ่ในที่สุด
เกาะช้างในวันที่อาบฝนทั้งวัน
ถนนบนเกาะช้างช่วงทิศเหนือ ที่จะลงไปทางหาดทรายขาว เป็นโค้งหักศอกหลายครั้ง
ป่าจึงเป็นทั้งธนาคารของน้ำ หลักประกันของพื้นผิวโลกบนแผ่นดินใหญ่ เมืองเติบโต ผู้คนเพิ่มจำนวน ความต้องการที่ดินมากขึ้น ก็เลยต้องบุกรุกป่า แปลงสภาพเป็นที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย บนแผ่นดินใหญ่สูญเสียป่ามาก มากจนส่งผลกระทบให้เราเห็นแล้ว ด้วยความที่อยากเห็นพื้นที่ที่คนยังน้อยกว่าป่า ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง ผมจึงลงไปที่ "เกาะช้าง" เพื่อยืนยันความคิดของผมว่าสภาพบนเกาะช้างเป็นอย่างไรบ้าง
เกาะช้างนี่ก็เป็นผลพวงของภูเขาไฟที่ระเบิดมาเมื่อล้านๆ ปี ครั้งที่โลกยังอุดมไปด้วยภูเขาไฟแทบทุกพื้นที่ ก็ดูเอาจากหินที่ปรากฏบนเกาะ ซึ่งมีหินแกรนิตเป็นหลัก อย่างที่เรารู้กันว่าหินแกรนิตออกมาจากใต้โลก นำพาออกมาโดยภูเขาไฟในรูปของลาวา (ส่วนหินทรายและหินปูนมาสะสมตัวบนพื้นผิวโลก ส่วนหินแปรคือหินที่แปรสภาพทางโครงสร้างมาจากหินดั้งเดิมอีกที)
อาคารร้านค้าขนาบข้างทางทางด้านชายหาด จะเห็นภูเขาสูง ต้นน้ำของเกาะช้าง
แล้วเกาะที่เป็นบริวารของเกาะช้าง อย่าง "เกาะขาม" ก็ยังปรากฏหินบะซอลต์บนเกาะอย่างชัดเจน รวมทั้งสภาพใกล้เคียงเกาะช้างอย่าง "จันทบุรี" ที่มีอัญมณีมากมาย ซึ่งอัญมณีเหล่านี้ลาวาก็เป็นตัวนำพาออกมาจากใต้พื้นผิว ที่ขลุงมีวัดเมืองเก่าแสนตุ่ม ซึ่งมีเนินเขาแท่งหินเหลี่ยม ซึ่งเป็นหินบะซอลต์ หินชนิดนี้พ๊ะยี่ห้อหินที่มาจากลาวาชัดเจน
มาดูภูเขาบนเกาะช้าง ภูเขาที่นี่เป็นทรงแหลม สูงชัน แทบไม่เห็นป่าเบญจพรรณเลย (ป่าเบญจพรรณมักพบเห็นในโครงสร้างธรณีสัณฐานเป็นภูเขาหินปูนและภูเขาหินทราย ลองสังเกตดู) ยิ่งตามเกาะต่างๆ ในท้องทะเลตราด แทบไม่เห็นเกาะที่เป็นภูเขาหินปูนเหมือนทางภาคใต้เลย
ลักษณะบนเกาะช้าง คือ เกาะที่มีแนวยาววางตัวแนวเหนือใต้ แต่ไม่ได้วางแนวตรงๆ หากแต่เอียงๆ ไปทาง 10 และ 16 นาฬิกา บนเกาะเป็นเขาสูงชัน มีที่ราบชายทะเลเล็กน้อยทั้งทางตะวันออกและตะวันตก คนที่มาตั้งรกรากบนเกาะช้าง เขาก็พยายามหาที่ราบที่พอหาได้ ชุมชนใหญ่ๆ จึงอยู่ที่ "บ้านสลักเพชร" ที่อยู่ทางทิศใต้ของเกาะ ตรงนี้เป็นที่ราบระหว่างภูเขา ซึ่งน่าจะเป็นชุมชนดั้งเดิมบนเกาะช้างก็ว่าได้ ตัวที่ว่าการอำเภอเกาะช้างก็อยู่ทางตะวันออกของเกาะนี่แหละ
อุโบสถเก่าของวัดสลักเพชร ที่ ร.5 เสด็จมาหลายครั้ง จึงมีพระนามย่อ จปร.บนหน้าบัน
ดอกเข้าพรรษาสีขาว บานในช่วงใกล้วันเข้าพรรษา
ชุมชนใหญ่อีกที่ก็คือ "ย่านคลองสน" คือตรงหัวของเกาะช้าง ทางทิศเหนือ ใกล้ๆ กับท่าเรือเฟอร์รี่นั่นเอง ที่ราบส่วนใหญ่จะอยู่ริมทะเล แต่ไม่กว้างเท่าที่สลักเพชร อีกที่ก็คือทางด้านชายหาดทางด้านตะวันตก แต่ที่ราบทางด้านนี้จะน้อย พอกว้างหน่อยก็ย่านใกล้ๆ ปากคลองพลู และแถวๆ ไก่แบ้ นอกนั้นบ้านเรือนผู้คนจะกระจายกันห่างๆ ยกเว้นทางด้านตะวันตกที่เป็นชายหาด ที่สร้างโรงแรมที่พักกันหนาแน่นยาวไปริมถนน ไม่มีที่ราบก็สร้างได้
สวนผลไม้ ที่ใช้น้ำมาก อาชีพดั้งเดิมของคนเกาะช้าง
คนเกาะช้างดั้งเดิม เขามักจะทำสวนผลไม้กัน ทุเรียนนี่โดดเด่นเลย เงาะ มังคุด ลองกอง มีครบ สวนมะพร้าวแต่ก่อนก็ทำกันมาก ส่วนใหญ่ก็อยู่ทางบ้านสลักเพชรนั่นแหละ ยางพาราเพิ่งมาปลูกกันทีหลัง แต่พอกระแสท่องเที่ยวบูมขึ้นมา ส่วนใหญ่จะเป็นทางด้านตะวันตกซึ่งมีชายหาดที่สวยงาม จึงมีที่พัก โรงแรมปลูกกันหนาแน่น ยาวตามสองฝั่งถนน ในขณะที่ทางด้านตะวันออกจะเป็นหาดหินและป่าชายเลน ทางด้านนี้จึงไม่ค่อยมีโรงแรมที่พัก แต่มีน้ำตกเยอะมาก
อย่างที่บอกไปแล้วว่าตรงกลางเกาะจะเป็นภูเขาสูง เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญ ภูเขาสูงเหล่านี้ ก็จะมีร่องเขา ตั้งแต่ยอดเขาลงมา ฝนที่ตกลงมาก็จะไหลลงตามร่องเขาเหล่านี้ จากร่องเล็กร่องน้อยไหลมารวมกันเป็นลำธารใหญ่ แล้วไหลออกทะเลไปในที่สุด
ชาวบ้านที่ส่วนใหญ่ทำสวนผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งจะขาดน้ำไม่ได้ ทำสวนทุเรียนนี่น้ำต้องถึง ดังนั้นตามน้ำตกต่างๆ จึงจะมีท่อน้ำต่อน้ำจากน้ำตกลงไปตามสวน สวนใครสวนมัน ประกอบกับน้ำตกจะมีมากทางด้านตะวันออก สวนทุเรียนส่วนใหญ่ก็อยู่ทางตะวันออกพอดี
ดอกดาหลา สะพรั่งบานในป่าบนเกาะช้างที่น้ำตกคลองเจ้าเหลือม
ผมจะพาท่านผู้อ่านไปดูน้ำตกต่างๆ บนเกาะช้างกัน โดยไล่มาจากใต้สุดฝั่งตะวันออกของเกาะ แล้วไปสุดทางฝั่งตะวันตก เริ่มจาก…
น้ำตกคีรีเพชร น้ำตกนี้จะเลยวัดสลักเพชรไปทางโรงเรียน จะมีทางแยกเข้าไปจนสุดทาง แล้วเดินเท้า จะเดินผ่านสวนยางพารา แล้วเข้าป่าธรรมชาติ ขึ้นเนิน ลุงหุบ ราวๆ 600-700 เมตร ก็ถึงน้ำตก น้ำตกมีสองชั้นใหญ่ๆ ชั้นบนเป็นร่องน้ำตก ตกลงมาจากหน้าผาสูงราว 20 เมตร ชาวบ้านพยายามจะสร้างเป็นฝายกักน้ำไว้ใช้ แต่เป็นฝายเล็กๆ หน้าน้ำตก ห่างมาไม่ไกล เป็นน้ำตกชั้นที่สองลาดเอียงลงมาเป็นแอ่งหินกว้าง
น้ำตกคีรีเพชร ชั้นบน จะเห็นฝายเล็กๆ
น้ำตกคีรีเพชร ชั้นที่ 2
น้ำตกคลองหนึ่ง ทางเข้าอยู่ใกล้สามแยกไปวัดสลักเพชร จะมีซอยเล็กๆ ข้างร้านขายของชำ เข้าไปสุดทางแล้วเดินเท้า ทั้งระยะทางและสภาพเส้นทางคล้ายกับที่ไปน้ำตกคีรีเพชร ที่นี่คราวนี้ผมไม่ได้เข้าน้ำตกนี้ แต่เคยไปมาเมื่อสัก 6-7 ปีก่อน เป็นน้ำตกสูงที่ตกลงมาเป็นร่องน้ำ
น้ำตกธารมะยม น้ำตกนี้เป็นน้ำตกในคลองใหญ่ เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์ป่าของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง มีลานกางเต็นท์ มีที่พักริมทะเลไว้บริการ น้ำตกแห่งนี้ ร.5, ร.6 , ร.7 เคยเสด็จมาประพาส โดยเฉพาะ ร.5 เสด็จมาที่เกาะช้างนี้หลายครั้งมาก อย่างวัดสลักเพชร ก็จะมีพระปรมาภิไธยย่อ จปร.
ลานกางเต็นท์ของหน่วยฯ ธารมะยม
ที่น้ำตกธารมะยมนี้ก็เช่นกัน มีการจารึกพระปรมาภิไธยย่อ และ ปี พ.ศ. ที่พระองค์เสด็จมา บนหินใกล้น้ำตกและเหนือน้ำตก น้ำที่น้ำตกธารมะยมนี้ถือเป็นหนึ่งในน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกนำไปประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ของรัชกาลที่ 10 ด้วย เดินไปตามทางจากด่านเก็บค่าธรรมเนียมไม่ไกล มีแอ่งน้ำให้เล่นได้สบาย
น้ำตกธารมะยมแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์
หินจารึกพระนามย่อ จปร. และปี ร.ศ. ที่ ร.5 เสด็จมา
น้ำตกธารมะยมในช่วงต้นฤดูฝน
น้ำตกช่องนนทรี อยู่ด้านหลังเทศบาลเกาะช้าง ติดกับที่ว่าการอำเภอนะแหละ เข้าไปจนสุดถนน แล้วเดินไปตามลำธารราว 20 เมตร ก็ถึงชั้นที่หนึ่ง ถ้าเดินขึ้นไปตามบันไดปูน ไม่ไกลนัก ก็จะถึงชั้นสอง ก็จะเห็นสายน้ำตกไหลลดหลั่นกันลงมา จากผืนป่ากว้างด้านบน
กองหินหน้าน้ำตกนนทรีชั้นที่ 1
น้ำตกนนทรีชั้นบน จะเห็นท่อน้ำมากมาย
น้ำตกคลองเจ้าเหลือม ทางเข้าอยู่ทางบ้านคลองสน ก่อนขึ้นภูเขาชันฝั่งชายหาดนั่นเอง เข้าไปตามทางลาดยางสายหลักสายเดียวในย่านนี้ ผมบอกไม่ถูกว่ามันเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวายังไง (ถ้าสงสัยก็ถามชาวบ้าน) แต่ไปให้สุดทางเลย จะเจอบ้านสุดท้ายที่ต้องข้ามลำธารน้ำไป
เราต้องเดินผ่านที่ของเขา เจ้าของที่จะเก็บเงินคนละ 40 บาท แล้วเราก็เดินเลาะขอบสวนไป จนเข้าป่า เดินในป่าราว 100 เมตร ก็จะเจอลำธารแล้ว ตามลำธารนี้แหละจะปรากฏชั้นน้ำตกเป็นระยะๆ ชั้นสูงบ้าง ชั้นเล็กบ้าง จะมีทางเลาะซ้าย เลาะขวา บางช่วงมีเชือกให้สาวขึ้นไปได้ ผมไปได้แค่ 5-6 ชั้น แค่นั้นเอง เลยไม่รู้ว่าชั้นบนเหนือกว่านี้เป็นอย่างไร
น้ำตกคลองเจ้าเหลือม ลำคลองน้ำเล็กๆ แต่มีน้ำทั้งปี
น้ำตกคลองเจ้าเหลือมอีกชั้นหนึ่ง
น้ำตกคลองพลู เป็นน้ำตกเดียวของอุทยานฯ ทางฝั่งตะวันตก ซึ่งตามคลองต่างๆ อย่างคลองพร้าว ไม่แน่ใจว่ามีน้ำตกหรือเปล่า แต่ไม่เห็นมีใครพูดถึง เลยเดาว่าไม่มี น้ำตกคลองพลูนี้ต้องข้ามทางชัน ไปทางฝั่งชายหาด ผ่านย่านหาดทรายขาว หาดคลองพร้าว ก่อนถึงหาดไก่แบ้ จะมีทางเข้าหน่วยฯ ทางซ้ายมือ เข้าไปจอดรถที่หน่วยพิทักษ์ป่าฯ แล้วเดินเท้าไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เลียบลำธารน้ำขนาดใหญ่ไป เดินเป็นกิโลแหละ ก็จะถึงน้ำตกคลองพลู เป็นน้ำตกสูงใหญ่
คลองพลู เป็นน้ำห้วยสายใหญ่อีกแห่งบนเกาะช้างที่มีน้ำตลอดปี
เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกตลองพลู
น้ำตกบนเกาะช้างส่วนใหญ่มีน้ำตลอดทั้งปี โดยเฉพาะน้ำตกคลองมะยมกับน้ำตกคลองพลู ที่มีพื้นที่ต้นน้ำกว้าง ก็จะเป็นลำห้วยน้ำตกขนาดใหญ่ มีน้ำทั้งปี น้ำตกทุกแห่งบนเกาะช้างเป็น "น้ำตกหินแกรนิต" ที่ในฤดูฝน จะลื่นมาก และน้ำใสแจ๋ว กินดื่มได้เลย น้ำใสมาก
ลำธารน้ำของภูเขาหินแกรนิต น้ำจะใสจนเห็นถึงพื้น
ผมไปในฤดูฝน เห็นปริมาณน้ำที่ไหลลงน้ำตกไปในลำห้วยลำธารแล้วไหลลงทะเลแล้วเสียดายมาก น้ำใสสะอาด ไม่น่าจะถูกทิ้งลงทะเลเปล่าๆ แต่ครั้นจะสร้างที่กักเก็บก็ไม่มีพื้นที่ ชาวบ้านพยายามไปสร้างเป็นฝายเล็กๆ ไว้คอยกักน้ำในหน้าแล้ง แต่ด้วยความที่เป็นฝายเล็กๆ จึงเก็บน้ำไม่ได้มาก แม้จะเสียดายมากๆ แต่ในเมื่อไม่มีพื้นที่จัดเก็บน้ำ ก็ได้แต่ฝากป่าให้เป็นที่กักเก็บแทน
หลาวชะโอนริมทางศึกษาธรรมชาติ
ยังพอเบาใจได้บ้างที่ป่าบนเกาะช้างยังสมบูรณ์ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ เกาะช้างยังรักษาพื้นที่ป่าได้ดี ไม่มีการแผ้วถางป่าต้นน้ำ เมื่อป่ายังสมบูรณ์ ป่าจะยังทำหน้าที่ธนาคารน้ำได้ตลอดไป เพียงแต่ในฤดูแล้ง น้ำตามลำธารน้ำตกต่างๆ จะมีปริมาณน้อยลงบ้าง ชาวสวนก็ต้องการน้ำไปรดสวนทุเรียน นักท่องเที่ยวตามโรงแรมที่พักต่างๆ ก็ต้องการใช้น้ำมากขึ้น น้ำบนเกาะมันจะพอหรือเปล่า อันนี้คงต้องหาทางแก้ไขกัน
ซูเปอร์เอลนิลโญกำลังจะมา บนเกาะเตรียมการกันอย่างไรบ้างหรือยัง ขอให้ผ่านกันไปด้วยดีก็แล้วกัน…