‘เท้ง’ เตือนหนี้เยอะกู้มาแจก จ่อเสนอกฎหมาย 3 ฉบับ รื้อระบบจัดสรรงบ
‘เท้ง’ เปิดงาน Hack งบ 70 เตือนหนี้เยอะกู้มาแจก ยังไงประเทศเจ๊ง จ่อเสนอกฎหมาย 3 ฉบับ รื้อระบบจัดสรรงบ หากรัฐเก็บรายได้น้อยกว่าประมาณการต้องรายงานสภาฯ
วันนี้ (11 ก.ค. 69) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดกิจกรรม Hack งบ 70 ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ที่อาคารรัฐสภา
นายณัฐพงษ์กล่าวช่วงหนึ่งถึงรายจ่ายลงทุน ยกตัวอย่างโครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่รัฐบาลพยายามจะแจกเงิน ซึ่งไม่ผ่านกฎหมายงบประมาณ ที่กำหนดไว้ว่าจะต้องเป็นรายจ่ายลงทุนจำนวน 21% มีการตีความว่าเงินบางส่วนที่ไปให้สถานประกอบการใช้ในการลงทุนทำธุรกิจ จึงมีความพยายามกำหนดให้อยู่ในรายจ่ายลงทุน ดังนั้นจึงต้องมีอย่าง…ที่ชัดเจนไม่เช่นนั้นจะเปิดช่องให้รัฐบาลพลิกไปพลิกมา ไม่ได้เอางบประมาณภาษีของประชาชนไปลงทุนกับงบสร้างอนาคตของประเทศ แต่นำมาแจกให้กับประชาชน
การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2555 ไทยติดปัญหาไม่ได้ลงทุนเพื่ออนาคต ทุจริตคอร์รัปชัน และฝั่งการเมืองไม่ได้คิดออกแบบนโยบายแบบระยะยาว มองถึงคะแนนนิยมเฉพาะหน้าเท่านั้น
เมื่อเอางบปี 70 มากระจายตามจังหวัดโดยหารต่อหัวประชากร จะเห็นว่ามีการกระจุกตัวอยู่ที่กรุงเทพมหานคร งบประมาณต่อหัวอยู่ที่ 22,493 บาทต่อคน ภาคอีสานต่ำสุดอยู่ที่ 5,517 บาทต่อคน
แต่เมื่อดูหนี้สาธารณะต่อ GDP ของประเทศไทยอยู่ที่ 64.5% ขณะที่รายได้รับต่อ GDP 15.70% เท่านั้น สะท้อนว่าหนี้เยอะแต่รายได้น้อย ยังไงประเทศก็เจ๊งหากเดินแบบนี้ต่อ
นายณัฐพงษ์ยกตัวอย่างประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างกรณีของเกาหลีใต้ที่รายได้หลักมาจากภาษีเงินได้ แต่แหล่งรายได้หลักของรัฐไทยมาจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเก็บผู้บริโภคและคนตัวเล็กตัวน้อยทุกคน
“บ้านเรายิ่งเดินไป ความเหลื่อมล้ำยิ่งกว้างขึ้นเกี่ยวข้องกับโครงสร้างงบประมาณ เดินหน้าไปรัฐไม่ได้มีรายได้ตาม ติดเรื่องหนี้ เงินเหลือน้อย กู้ไปแจกประเทศยิ่งไม่มีอนาคต”
นายณัฐพงษ์จำแนกงบปี 70 ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
1.ประเภทที่ 1 พวกจ่ายเงินเดือนให้กับบุคลากร ยกตัวอย่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงกลาโหม หากเปิดงบประมาณดูโครงสร้างงบประมาณจะถูกเทไปที่งบบุคลากรเยอะ หากศึกษาประเทศที่พัฒนาแล้ว จะพบว่ารายจ่ายบุคลากรภาครัฐอย่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข จะถูกจัดสรรโดยท้องถิ่น ไม่ได้อยู่กับงบประมาณส่วนกลาง
2.ประเภทที่ 2 พวกลงทุนก่อสร้าง เช่น กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย
3.ประเภทที่ 3 พวกส่งต่อและเงินอุดหนุน เช่น กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงมหาดไทย
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อถึงกรณีที่การจัดสรรงบประมาณมักจะใช้งบประมาณเดิมทุกปี เราจึงเสนอแนวคิดการจัดทำงบประมาณแบบฐานศูนย์ (Zero-Based Budgeting) แม้รัฐบาลบอกว่าจะพยายามจัดสรรงบประมาณตามแนวคิดนี้แล้ว แต่พบว่า 95% ยังเป็นโครงการเดิม
สำหรับทางแก้ พรรคประชาชนเตรียมเสนอกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณหรือชื่อเล่นกฎหมายปฏิรูปงบประมาณ (Budget Reform) พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง และ พ.ร.บ.ยกระดับการทำงานของสำนักงบประมาณรัฐสภา เพื่อให้ได้งบประมาณที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และยึดโยงกับประชาชน พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการเปิดเผยคำของบประมาณ
อย่างไรก็ตาม เราจะแก้การจัดสรรงบประมาณ ให้การจัดสรรงบประมาณแผ่นดินไม่ได้พูดแค่เรื่องรายจ่าย แต่ต้องมองถึงฝั่งรายได้ด้วย ถ้าจัดเก็บรายได้น้อยกว่าที่ประมาณการ หรือออกโครงการอะไรที่ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ ควรจะต้องกลับมารายงานต่อสภาฯ ด้วย ซึ่งจะทำให้ประชาชนและสาธารณะร่วมกันตรวจสอบงบประมาณได้ด้วย