โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เคน เบตส์ อดีตเจ้าของเชลซี-ลีดส์ เสียชีวิตในวัย 94 ปี

SIAMSPORT

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เคน เบตส์ อดีตเจ้าของและประธานสโมสร เชลซี รวมถึงอดีตเจ้าของ ลีดส์ ยูไนเต็ด เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 94 ปี โดย

เคน เบตส์ นักธุรกิจชื่อดังชาวอังกฤษ อดีตเจ้าของสโมสรเชลซี และ ลีดส์ ยูไนเต็ด เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 94 ปีที่ราชรัฐโมนาโก เมื่อวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) ท่ามกลางภรรยาและครอบครัว

เบตส์ มีชื่อเสียงอย่างมากตอนที่เข้ามาเทคโอเวอร์เชลซี ด้วยมูลค่า 1 ล้านปอนด์ (ราว 44 ล้านบาท) เมื่อปี 1982 ซึ่งตอนนั้นทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" ยังอยู่ในระดับดิวิชั่นสองของอังกฤษ และช่วยฟื้นฟูสโมสรให้รอดพ้นจากวิกฤติการเงิน จากนั้นก็ปลุกปั้นทีมจนสามารถหวนคืนสู่ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีได้สำเร็จ

เขาดำรงตำแหน่งประธานสโมสรเชลซีมาอย่างยาวนานจนกระทั่งขาย "สิงห์บลูส์" ให้กับ โรมัน อบราโมวิช อภิมหาเศรษฐีชาวรัสเซีย ในราคา 140 ล้านปอนด์ (ราว 6,160 ล้านบาท) เมื่อปี 2003

จากนั้น เบตส์ กลับคืนสู่วงการฟุตบอลระดับสโมสรในปี 2005 หลังเข้ามาเทกโอเวอร์สโมสรลีดส์ ยูไนเต็ด ด้วยการเข้าซื้อหุ้น 50 เปอร์เซ็นต์ของทีม ก่อนอำลา "ยูงทอง" ในปี 2012 หลังจากกลุ่มทุนจีเอฟเอช แคปิตอลl เข้าซื้อกิจการทั้งหมดของสโมสรด้วยมูลค่า 52 ล้านปอนด์ (ราว 2,288 ล้านบาท)

แถลงการณ์ของ เชลซี ระบุว่า "ด้วยความโศกเศร้าอย่างยิ่ง สโมสรขอแจ้งข่าวการเสียชีวิตของ เคน เบตส์ อดีตเจ้าของและประธานสโมสรเชลซี สโมสรขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อ ซูซานนาห์ ภรรยาของเคน รวมถึงครอบครัวและเพื่อน ๆ ของเขาทุกคน"

"ความมุ่งมั่นของ เคน ในการต่อสู้เพื่อสโมสรเชลซี ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และการผลักดันสโมสรไปสู่ความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ จะไม่มีวันถูกลืมเลือน" แถลงการณ์ฉบับเดิม ระบุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...