โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ฮาเก้น-ดาส" ขายกิจการในจีน เซ่นพิษสู้แบรนด์เจ้าถิ่นไม่ได้

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 04 มิ.ย. เวลา 12.11 น.
General Mills เตรียมขายร้านไอศกรีมฮาเก้น-ดาสในจีนแผ่นดินใหญ่เซ่นพิษสู้แบรนด์เจ้าถิ่นไม่ได้

General Mills เจ้าของแบรนด์ไอศกรีมฮาเก้น-ดาส ตกลงขายร้านไอศกรีมในจีนแผ่นดินใหญ่ให้กับกลุ่มทุนที่นำโดย Ningji ผู้ประกอบการเชนชามะนาวที่เติบโตอย่างรวดเร็ว นับเป็นอีกสัญญาณสำคัญที่สะท้อนว่า แบรนด์ต่างชาติในจีนกำลังเผชิญแรงกดดันหนักขึ้นในเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลก

แม้ General Mills ไม่เปิดเผยมูลค่าดีล แต่ระบุว่า การขายครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนโฟกัสแบรนด์และโอกาสทางธุรกิจที่ให้การเติบโตอย่างมีกำไรมากกว่า โดยบริษัทยังจะขายไอศกรีมฮาเก้น-ดาสในจีนต่อไป ผ่านช่องทางค้าปลีกบุคคลที่สาม เช่น ร้านสะดวกซื้อ

แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องระบุว่า กลุ่มของ Ningji จะเข้าซื้อร้านฮาเก้น-ดาสประมาณ 170 สาขา เทียบกับอดีตที่ฮาเก้น-ดาสเคยมีร้านในจีนแผ่นดินใหญ่มากถึงราว 400 สาขาในช่วงพีค

ดีลนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจาก Starbucks อีกหนึ่งแบรนด์ต่างชาติที่เคยได้รับความนิยมอย่างมากในจีน ตกลงขายอำนาจควบคุมธุรกิจจีนให้กับ Boyu Capital เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ภาพใหญ่ของตลาดจีนกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แบรนด์ท้องถิ่นสามารถพัฒนาสินค้าได้เร็วกว่า ตั้งราคาดุดันกว่า และปรับตัวเข้ากับกระแสโซเชียลมีเดียได้ดีกว่าแบรนด์ต่างชาติ ส่งผลให้แบรนด์จีนแย่งส่วนแบ่งตลาดสำคัญกลับมาได้ต่อเนื่อง

Ningji Lemon Tea ก่อตั้งโดย Amanda Wang ในปี 2020 และขยายตัวอย่างรวดเร็วทั้งในจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันมีมากกว่า 3,000 สาขา และเริ่มบุกตลาดสหรัฐฯ ภายใต้แบรนด์ Bobobaba

แรงกดดันต่อแบรนด์ต่างชาติยังมาจากกำลังซื้อผู้บริโภคจีนที่เปราะบาง หลังเศรษฐกิจชะลอตัวมาหลายปี ขณะที่เงินเฟ้อจากผลกระทบของสงครามอิหร่านยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้ตลาด

สำหรับแบรนด์สหรัฐฯ ที่เคยอาศัยภาพลักษณ์พรีเมียมเป็นจุดขาย สถานการณ์ยิ่งยากขึ้น เพราะต้องเจอกับทั้งการแข่งขันด้านราคาจากแบรนด์จีน และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับจีน

ตัวอย่างชัดเจนคือ ราคาฮาเก้น-ดาสในจีน ไอศกรีมหนึ่งสกูปในร้านขายราว 40 หยวน หรือประมาณ 5.90 ดอลลาร์ ขณะที่สินค้าแบบแพ็กในร้านสะดวกซื้ออยู่ที่ประมาณ 25–39 หยวน

แต่เมื่อเทียบกับคู่แข่งท้องถิ่นอย่าง Mixue Ice Cream and Tea ซึ่งเป็นเชนฟาสต์ฟู้ดขนาดใหญ่ที่สุดของโลก มีร้านกว่า 60,000 แห่ง และขายซอฟต์เสิร์ฟเริ่มต้นเพียง 3 หยวนต่อโคน ช่องว่างด้านราคาจึงกว้างมาก

ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคจีนที่ต้องการไอศกรีมระดับพรีเมียมก็มีตัวเลือกมากขึ้นจากแบรนด์บูติกท้องถิ่น เช่น Mr Wild Man (มิสเตอร์ ไวลด์แมน) ที่มีมากกว่า 700 สาขา และนำเสนอรสชาติที่พัฒนาเพื่อคนจีนโดยเฉพาะ เช่น ข้าว และซอสถั่วเหลืองคาราเมล ในราคาประมาณ 30 หยวนต่อถ้วย

ตลาดไอศกรีมยังเผชิญอีกแรงกดดันจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปสนใจอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น รวมถึงกระแสการใช้ยาลดน้ำหนักที่ทำให้ความต้องการของหวานบางประเภทเปลี่ยนไป

General Mills ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในมินนีแอโพลิส และเป็นเจ้าของแบรนด์อย่าง Cheerios และ Pillsbury คาดว่าจะปิดดีลขายกิจการร้านฮาเก้น-ดาสในจีนได้ภายในปีนี้

ดีลนี้จึงไม่ใช่แค่การขายร้านไอศกรีม แต่เป็นภาพสะท้อนชัดเจนว่า ตลาดจีนยุคใหม่ไม่ได้เป็นสนามที่แบรนด์ต่างชาติชนะด้วยชื่อเสียงเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ต้องแข่งกับแบรนด์ท้องถิ่นที่เร็วกว่า ถูกกว่า และเข้าใจผู้บริโภคจีนมากกว่าเดิมอย่างมาก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...