โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"กรมตรวจบัญชีสหกรณ์" ลุยทรานส์ฟอร์มดิจิทัล ดัน AI ตรวจบัญชี -บริการประชาชน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

นางสาวบุญรัตน์ อาจหาญรณฤทธิ์ รองอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการให้บริการประชาชนและสนับสนุนการทำงานของบุคลากรภายในองค์กร โดยมีเป้าหมายในการพัฒนา 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่ การยกระดับเทคโนโลยีด้านการสอบบัญชี โดยเตรียมนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการตรวจสอบบัญชีในโปรเจกต์ที่วางแผนไว้สำหรับปีงบประมาณ 2570 เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและตอบสนองต่อความต้องการของภาคสหกรณ์ได้ดียิ่งขึ้น

เสาหลักที่สองคือ การยกระดับการกํากับดูแลภาคสหกรณ์ โดยกำลังศึกษาและพัฒนาระบบประมวลผลธุรกิจหลักของสหกรณ์แบบเรียลไทม์ (Real-time Core Business Processing) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและรองรับการกำกับดูแล ตลอดจนเตรียมจัดตั้งศูนย์ข้อมูลทางการเงิน (Financial Information Center) แห่งแรกของประเทศไทย เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลหลักในการวิเคราะห์และวางแผนนโยบายระดับประเทศ และเสาหลักสุดท้ายคือ การยกระดับเทคโนโลยีการให้บริการประชาชน โดยร่วมมือกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ สร้างพื้นที่การเรียนรู้ด้านการเงินการบัญชีขนาดใหญ่สำหรับสหกรณ์ สมาชิก และเกษตรกร

นอกจากระบบการตรวจสอบระดับองค์กรแล้ว กรมฯ ยังได้ต่อยอดความสำเร็จของแอปพลิเคชัน SmartMe ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 239,000 ราย สู่ "SmartMe Plus" แอปพลิเคชันที่รองรับการบันทึกบัญชีครัวเรือนและต้นทุนประกอบอาชีพ โดยเพิ่มศักยภาพการใช้งานด้วยการบันทึกด้วยเสียง (Voice Recording) การวิเคราะห์ข้อมูลผ่าน Dashboard และการวางแผนควบคุมงบประมาณรายจ่าย

นางสาวบุญรัตน์ อาจหาญรณฤทธิ์ รองอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 

ในอนาคตมีแผนที่จะพัฒนาไปสู่ระบบ AI on Cloud เพื่อช่วยวิเคราะห์รายรับรายจ่าย ประเมินสุขภาพทางการเงินแบบเรียลไทม์ และให้คำแนะนำในการแก้ปัญหาหนี้สิน ถือเป็นการนำเทคโนโลยีมาสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้แก่สังคมอย่างยั่งยืน

“เรื่องทำบัญชีไม่ใช่เรื่องไกลตัว การเริ่มต้นจดบันทึกบัญชีแม้เพียงวันละเล็กวันละน้อย จะถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของเราดีขึ้น เนื่องจากเราสามารถรู้ต้นทุน รู้รายได้ รู้ค่าใช้จ่าย กรมฯ จึงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนประชาชนให้สามารถสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินได้อย่างยั่งยืน” นางสาวบุญรัตน์ กล่าว

เนื่องจากข้อมูลทางการเงินและบัญชีเป็นข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน กรมฯ จึงให้ความสำคัญกับระบบ Data Security อย่างสูงสุด โดยขับเคลื่อนผ่านมาตรการเชิงเทคนิคและการป้องกัน เช่น การเข้ารหัสข้อมูลขั้นสูง (Encryption) และการติดตั้ง Firewall รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัด ตลอดจนการบริหารจัดการความเสี่ยงและจัดทำแผนสำรองข้อมูล ควบคู่ไปกับการสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับบุคลากร สหกรณ์ และประชาชน

ระบบ

สำหรับการพัฒนาบุคลากรภายใน กรมฯ ได้ผลักดันโครงการ "Smart Auditor" เพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัลของผู้สอบบัญชี โดยนำเครื่องมือและระบบคลาวด์เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลที่ผิดปกติ ลดระยะเวลาการทำงาน และเพิ่มความแม่นยำในการตรวจสอบ

นอกจากนี้ ในด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ กรมฯ มุ่งเน้นการสื่อสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว และเข้าใจง่าย โดยแปลงข้อมูลตัวเลขทางบัญชีที่ซับซ้อนให้เป็นเรื่องใกล้ตัว ผ่านสื่อหลากหลายรูปแบบ พร้อมทั้งใช้ระบบ AI ในการติดตามเสียงสะท้อนจากประชาชน (Social Listening) เพื่อนำข้อคิดเห็นมาปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการความร่วมมือกับเครือข่ายส่วนราชการใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลข่าวสารจะเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...