โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สิ้นชื่อ ขุนเดช ตัวตึงรุ่นใหญ่ เสียชีวิตบริจาคอวัยวะช่วย 4 ชีวิต

สยามนิวส์

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Kong
วันที่ 21 มิถุนายน 2569 เวลา 14.00 น. ญาติพี่น้องได้เคลื่อนศพนายศรีพันเดช คำวงษา หรือคนในหมู่บ้านเรียกว่าขุนเดช อายุ 60 ปี ออกจากบ้าน ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง จ.นครพนม เพื่อประกอบพิธีพระราชทานเพลิงเป็นกรณีพิเศษ

วันที่ 21 มิถุนายน 2569 เวลา 14.00 น. ญาติพี่น้องได้เคลื่อนศพนายศรีพันเดช คำวงษา หรือคนในหมู่บ้านเรียกว่าขุนเดช อายุ 60 ปี ออกจากบ้าน ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง จ.นครพนม เพื่อประกอบพิธีพระราชทานเพลิงเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจาก นายขุนเดช ผู้วายชนม์ได้บริจาคไต และ ดวงตา 2 ข้าง ให้สภากาชาดไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยตามเจตนารมณ์

โดย นายขุนเดช ซึ่งเป็นตัวตึงรุ่นใหญ่ในหมู่บ้าน เวลาเมาจะส่งเสียงเอะอะโวยวาย และก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นประจำ ทั้งยังพกพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้าน พร้อมอวดศักดาเป็นขาใหญ่ ยิงปืนข่มขู่ในที่สาธารณะ สร้างความหวาดกลัวแก่ชาวบ้าน รวมทั้งลูกเล็กเด็กแดง และในวันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา นายขุนเดชได้ใช้ไม้เบสบอลตีนายลือชัย จันทะแสน หรือโฮม อายุ 49 ปี ผู้เป็นหลานอาการสาหัส ต้องนอนรักษาที่โรงพยาบาลนครพนมถึง 3 วัน ภายหลังนายขุนเดชได้ขอเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ยอมรับในสิ่งที่กระทำลงไป

พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่น,มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน,และยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ส่งตัวฟ้องศาลจังหวัดนครพนม ก่อนจะได้รับการประกันตัวในเวลาต่อมา หลังจากนั้นก็มาดำเนินชีวิตตามปกติ แต่ได้ลดบทบาทการเป็นตัวตึงประจำหมู่บ้านลงไปถนัดตา

นางผ่องศรี คำวงษา อายุ 58 ปี ภรรยา เล่าว่าวันที่ 16 มิถุนายน 69 นายขุนเดช ได้ไปหาปลากับเพื่อน สิ่งที่ขาดไม่ได้คือเหล้า ระหว่างนั่งดื่มที่ขอบสระ ก็เกิดอาการช็อกเกร็งเพื่อนคิดว่าเมาหนัก จึงช่วยกันหามมาส่งบ้าน นอนพักแล้วแต่อาการไม่ดี จึงนำส่งโรงพยาบาลนครพนม แพทย์เอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง พบว่าเส้นโลหิตในสมองแตก ซึ่งในขณะนั้นผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว ถือเป็นวิกฤติที่อันตรายถึงชีวิต สุดความสามารถที่จะยื้อชีวิตไว้ได้

ด้าน น.ส.ดวงฤทัย คำวงษา หรือ องุ่น อายุ 26 ปี ลูกสาว เล่าว่าตอนที่พ่อยังมีชีวิต เคยพูดเสมอว่าหากพ่อเป็นอะไรไป อวัยวะส่วนไหนในตัวพ่อที่เอาใช้กับคนอื่นได้ ก็บริจาคให้เขาไป ในเมื่อพ่อมีภาวะสมองตาย ทางการแพทย์หมายถึงเสียชีวิตแล้ว ตนจึงบริจาคอวัยวะทุกส่วนที่ยังสมบูรณ์ให้กับสภากาชาดไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ต่อไป พร้อมกันนี้ น.ส.ดวงฤทัย ได้ยกมือไหว้ขอโทษเพื่อนบ้านทุกคนที่พ่อเคยไปมีเรื่อง ขออโหสิกรรมให้กันและกัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...