โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เมื่อ Big Tech อยากน่ารักมากขึ้น บริษัทเทคฯ แห่ปั้น “มาสคอต” ดึงใจผู้ใช้

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 พ.ค. เวลา 09.53 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. เวลา 02.53 น.

บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่หลายแห่ง กำลังหันกลับมาใช้ “มาสคอต” เพื่อทำให้แบรนด์ดูอบอุ่น เป็นมิตร และเข้าถึงง่ายขึ้น ท่ามกลางยุคที่ผู้บริโภคเริ่มไม่ไว้วางใจ Big Tech มากขึ้น

วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าว BBC รายงานว่า แบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกจำนวนมากกำลังพยายามทำให้ตัวเองดูน่ารักและเข้าถึงง่ายมากขึ้น ผ่านการสร้างตัวการ์ตูนมาสคอตขึ้นมาใหม่ เพื่อเชื่อมโยงกับผู้บริโภคในยุคที่ผู้คนเริ่มรู้สึกห่างเหินและไม่ไว้วางใจบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่

Microsoft และ Apple คือหนึ่งในบริษัทที่กำลังใช้กลยุทธ์นี้ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดมองว่า “มาสคอต” ช่วยทำให้แบรนด์ดูมีความเป็นมนุษย์ อบอุ่น และเป็นมิตรมากขึ้น

โดย Apple เปิดตัวตัวละครสีน้ำเงิน-ขาวหัวโต ที่แฟน ๆ เรียกกันว่า “Little Finder Guy” ผ่านวิดีโอบนโซเชียลมีเดียเมื่อเดือนมีนาคม เพื่อโปรโมตแล็ปท็อปรุ่นใหม่ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเชิงบวกพอสมควร

ด้าน Microsoft ซึ่งเคยยกเลิก “Clippy” ผู้ช่วยรูปคลิปหนีบกระดาษที่โดนผู้ใช้จำนวนมากไม่ชอบในอดีต ก็เปิดตัวตัวละครใหม่สำหรับ AI Assistant อย่าง Copilot ตัวละครใหม่นี้ชื่อ “Mico” มีลักษณะคล้ายก้อนกลมยิ้มได้ โดย Microsoft ระบุว่า มันไม่ใช่มาสคอต แต่เป็นอัตลักษณ์ทางภาพที่ผู้ใช้เลือกเปิดใช้ได้ เพื่อทำให้การสนทนากับ AI ดูเป็นธรรมชาติ อบอุ่น และปรับแต่งได้มากขึ้น

นักวิชาการด้านการตลาดชี้ว่า การมีมาสคอตช่วยสร้างบุคลิก เสียง และใบหน้า ให้กับองค์กรที่หลายคนมองว่าเย็นชาและไร้ตัวตน งานวิจัยเมื่อปี 2562 ยังพบว่าบริษัทที่ใช้มาสคอตในแคมเปญการตลาด มีโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งตลาดมากกว่าบริษัทที่ไม่มีมาสคอตถึง 37%

นอกจากสร้างตัวละครใหม่ หลายบริษัทเทคโนโลยียังนำตัวละครเดิมกลับมาต่อยอด เช่น Google ที่เปิดให้ผู้ใช้ปรับแต่งหุ่นยนต์ Android สีเขียวของตัวเอง ผ่านแอปที่สามารถอัปโหลดรูปเซลฟี เพื่อให้หุ่นยนต์แต่งตัวและทำทรงผมคล้ายผู้ใช้ Reddit ก็ปรับโฉมเอเลียน “Snoo” ให้มีอารมณ์และการเคลื่อนไหวมากขึ้น ขณะที่ Mozilla เปลี่ยนโลโก้ Firefox ให้กลายเป็นมาสคอตเต็มตัวชื่อ “Kit”

จอห์น โซโลมอน ประธานฝ่ายการตลาดของ Mozilla กล่าวว่า คู่แข่งอย่าง Chrome, Safari และ Edge ดูแข็ง เย็น และคล้ายกันเกินไป ทำให้ Mozilla ต้องการสร้างความแตกต่างผ่านตัวละครที่มีบุคลิกชัดเจนกว่า

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่มองกระแสนี้ในแง่บวก นาธาลี นาไฮ นักเขียนและนักวิจัยด้านจิตวิทยากับเทคโนโลยี มองว่าการกลับมาของมาสคอตเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่ผู้คนเริ่มไม่ไว้วางใจบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่มากขึ้น

“ผู้คนกำลังเข้าสู่จุดวิกฤตในความสัมพันธ์กับเทคโนโลยี” เธอกล่าว พร้อมตั้งคำถามว่า “จะมีอะไรดีกว่าการสร้างตัวละครน่ารัก ๆ มาปกปิดภาพลักษณ์บริษัทเทคโนโลยีที่ถูกมองว่าเป็นผู้ควบคุมโลก”

ทั้งนาไฮและนักวิชาการด้านการตลาดอีกหลายคนยังแสดงความกังวลต่อการผสมผสานระหว่าง AI กับมาสคอต เพราะในอนาคต ตัวละครเหล่านี้อาจสามารถพูดคุยกับผู้บริโภคแบบหนึ่งต่อหนึ่ง และโน้มน้าวพฤติกรรมได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น นักวิชาการรายหนึ่งกล่าวว่า “มันเริ่มดูน่ากลัวนิด ๆ แล้วใช่ไหม”

ในมุมของการสร้างแบรนด์ ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า ตัวละครสีสันสดใสช่วยสร้างความคุ้นเคยได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะเมื่อผู้บริโภคเห็นมาสคอตเหล่านี้ตั้งแต่เด็ก ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในช่วงหลังคือ “Duo” นกฮูกสีเขียวของ Duolingo ซึ่งกลายเป็นไวรัลบน TikTok และ Instagram จนมีผู้ติดตามรวมกว่า 20 ล้านคน

แคต ชาน หัวหน้าฝ่ายการตลาดแบรนด์ของ Duolingo กล่าวว่า Duo “ไม่ใช่แค่มาสคอตอีกต่อไป แต่เป็นตัวละครที่ผู้คนติดตามและมีปฏิสัมพันธ์ด้วยจริง ๆ”

นักจิตวิทยายังอธิบายว่ามนุษย์มีแนวโน้มตอบสนองต่อสิ่งที่หัวโต ตาโตแบบเดียวกับเด็กทารกโดยธรรมชาติ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมตัวการ์ตูนแบรนด์จำนวนมากจึงออกแบบให้ดูน่ารักเกินจริง จริง ๆ แล้ว การใช้มาสคอตไม่ใช่เรื่องใหม่ ทีมกีฬาใช้มาสคอตมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และแบรนด์ต่าง ๆ ก็เริ่มใช้กันอย่างแพร่หลายในช่วงทศวรรษ 1960 แต่หลังจากมีตัวละครมากเกินไป ผู้บริโภคเริ่มเบื่อ ทำให้หลายบริษัทค่อย ๆ เลิกใช้ไป

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้กระแสมาสคอตกำลังกลับมาอีกครั้ง ไม่ใช่เฉพาะบริษัทเทคโนโลยีเท่านั้น เช่น Penguin Books ที่เพิ่งนำเพนกวินซึ่งอยู่บนสันหนังสือตั้งแต่ปี 1935 กลับมาทำใหม่ในรูปแบบภาพวาด เพื่อเพิ่มความอบอุ่นและอารมณ์ขันให้กับแบรนด์

แม้หลายคนเชื่อว่าผู้บริโภคยุคใหม่เริ่มมองเกมการตลาดเหล่านี้ออกมากขึ้น แต่นาไฮเตือนว่า เด็กและคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่คุ้นกับการตลาดเชิงจิตวิทยา อาจยังได้รับอิทธิพลจากตัวละครน่ารักเหล่านี้ได้มากกว่าที่คิด

อ้างอิง : bbc.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...