รมว.แรงงาน สั่งด่วน! ยกระดับมาตรการป้องกันอัคคีภัยสถานบันเทิงทั่วประเทศ หลังเหตุสลดที่ลาดพร้าว
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์เพลิงไหม้ภายในร้านอาหารกึ่งสถานบันเทิง "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 โดยเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
จากเหตุการณ์นี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้มอบหมายให้สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (สสปท.) เร่งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยและยกระดับมาตรการป้องกันความเสี่ยงในสถานบันเทิง ร้านอาหาร และสถานประกอบกิจการที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก เพื่อลดโอกาสการเกิดเหตุซ้ำในอนาคต
สำหรับการดำเนินงานในระยะเร่งด่วน ทาง สสปท. จะมุ่งเน้นการสื่อสารและส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการตรวจสอบความพร้อมของระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยอย่างเข้มงวด รวมถึงระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ทางหนีไฟ ไฟส่องสว่างฉุกเฉิน ระบบไฟฟ้า ระบบก๊าซ และอุปกรณ์ดับเพลิงทุกชนิด เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดทำและฝึกซ้อมแผนอพยพหนีไฟอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานและผู้ใช้บริการสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที
ดร.นันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการ สสปท. ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมยืนยันว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้กำชับให้ สสปท. เร่งดำเนินการเชิงรุก ทั้งการให้คำแนะนำด้านความปลอดภัย การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการตรวจสอบความพร้อมของระบบป้องกันอัคคีภัย เพื่อให้สามารถจัดการความเสี่ยงและรับมือกับเหตุฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้อำนวยการ สสปท. ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า เหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นภายในอาคารปิด โดยเฉพาะสถานบันเทิงหรือสถานที่ที่มีผู้คนหนาแน่น มักจะลุกลามอย่างรวดเร็วและสามารถสร้างความสูญเสียรุนแรงได้ภายในเวลาอันสั้น หากระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ระบบดับเพลิง การควบคุมควัน หรือแผนอพยพไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
แม้สาเหตุที่แท้จริงของเหตุเพลิงไหม้ที่ลาดพร้าวจะยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและพิสูจน์หลักฐานจากเจ้าหน้าที่ แต่ลักษณะของเหตุการณ์ที่เปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็วและเกิดควันหนาแน่น เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่สถานประกอบกิจการต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมปัจจัยเสี่ยงอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้า ระบบก๊าซเชื้อเพลิง วัสดุตกแต่งภายในอาคาร ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ และการจัดการเส้นทางอพยพให้สามารถใช้งานได้จริงในภาวะฉุกเฉิน
ข้อมูลด้านความปลอดภัยชี้ให้เห็นว่า ผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้จำนวนมากไม่ได้เสียชีวิตจากเปลวไฟโดยตรง แต่เกิดจากการสูดดมควันและก๊าซพิษที่มีอุณหภูมิสูง ซึ่งอาจทำให้หมดสติได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ดังนั้น ระบบแจ้งเตือนที่รวดเร็ว การตัดสินใจอพยพทันที และการมีทางหนีไฟที่เพียงพอและไม่มีสิ่งกีดขวาง จึงถือเป็นหัวใจสำคัญของการลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น
สสปท. จึงขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบกิจการร้านอาหาร สถานบันเทิง ผับ บาร์ และสถานบริการทั่วประเทศ เร่งตรวจสอบระบบไฟฟ้า ระบบก๊าซ ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ และอุปกรณ์ดับเพลิงให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ จัดให้มีทางหนีไฟที่เพียงพอและไม่มีสิ่งกีดขวาง ติดตั้งป้ายทางหนีไฟและไฟส่องสว่างฉุกเฉินที่สามารถใช้งานได้เมื่อไฟฟ้าดับ ตลอดจนฝึกซ้อมแผนอพยพหนีไฟอย่างสม่ำเสมอ และควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการให้สอดคล้องกับความจุและข้อจำกัดของอาคาร
สำหรับประชาชนผู้ใช้บริการสถานบันเทิงหรือสถานที่ที่มีผู้คนหนาแน่น ควรสังเกตตำแหน่งประตูทางออกและทางหนีไฟทุกครั้ง หากเกิดเหตุเพลิงไหม้ให้รีบอพยพออกจากอาคารทันที ไม่ย้อนกลับไปเก็บทรัพย์สิน ก้มต่ำหรือคลานเมื่อมีควันหนาแน่น และหลีกเลี่ยงการเข้าไปหลบภายในห้องน้ำหรือพื้นที่ปิดที่ไม่มีทางออก
ในระยะต่อไป สสปท. จะรวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ เพื่อนำมาประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะทางวิชาการและแนวทางยกระดับมาตรการป้องกันอัคคีภัยในสถานบันเทิงและสถานประกอบกิจการที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้มาตรการด้านความปลอดภัยสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดผลในระยะยาว
อ่านข่าวเพิ่มเติม