โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

4 กลุ่มอาหารไทยรับศึกหนัก สงครามดันต้นทุนพุ่ง แต่ขึ้นราคาแทบไม่ได้

Amarin TV

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
4 กลุ่มอาหารไทยรับศึกหนัก พิษสงครามดันต้นทุนพุ่ง ‘ขนมขบเคี้ยว’ เจ็บสุด ขึ้นราคาแทบไม่ได้

สงครามตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ กำลังยกระดับความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อาหารโลก จากเดิมที่เป็นแรงกระทบด้านพลังงาน (energy shock) ไปสู่แรงกดดันด้านต้นทุนอาหาร (food cost shock) เนื่องจากอ่าวเปอร์เซียเป็นแหล่งส่งออกสำคัญของปุ๋ยเคมี น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร

ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อจะผลักดันให้ต้นทุนปุ๋ยเคมี พลังงาน และค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนเพาะปลูกและราคาวัตถุดิบเกษตรสำคัญ เช่น ถั่วเหลือง ข้าวโพด และข้าวสาลีเพิ่มขึ้นตาม ก่อนส่งผ่านเป็นแรงกดดันต่อผู้ประกอบการอาหารในทุกช่วงของห่วงโซ่การผลิต

ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทยมองว่า ธุรกิจอาหารไทยจะเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน (cost-push) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะ 4 กลุ่มสินค้า ได้แก่ ขนมปังและขนมอบ ขนมขบเคี้ยว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และน้ำมันถั่วเหลือง ซึ่งพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าและมีต้นทุนพลังงานในสัดส่วนสูง ขณะที่ความสามารถในการผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคยังมีจำกัด จึงควรเร่งลดความเปราะบางของธุรกิจผ่านการกระจายแหล่งวัตถุดิบ การประยุกต์ใช้ AI และการลงทุนด้านพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

สงครามตะวันออกกลางสร้าง cost-push ธุรกิจอาหารไทย

ในบทวิเคราะห์ที่ Krungthai COMPASS เผยแพร่เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ระบุว่า วิกฤตตะวันออกกลางครั้งนี้มีลักษณะเป็น ‘slow-burning food crisis’ มากกว่าจะเป็น food dupply shock ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เนื่องจากผลกระทบจะค่อย ๆ ก่อตัวและรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาวผ่านต้นทุนพลังงานและปุ๋ยเคมีที่สูงขึ้น มากกว่าการหยุดชะงักของอุปทานอาหารโดยตรง

ภาวะนี้สะท้อนจากราคาถั่วเหลือง ข้าวโพด และข้าวสาลีเฉลี่ยในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2569 ที่เพิ่มขึ้นจากก่อนเกิดสงครามเพียง 5.4% 3.0% และ 9.9% ตามลำดับ ซึ่งยังต่ำกว่าช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ทำให้อุปทานอาหารโลกได้รับผลกระทบโดยตรง และดันราคาธัญพืชทั้งสามชนิดขึ้นสู่จุดสูงสุดที่ 18.5% 27.3% และ 50.2%

อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงที่ต้องจับตาอยู่ที่ราคาปุ๋ยเคมีและน้ำมัน ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงกว่าช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนแล้ว แม้ Krungthai COMPASS คาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ราคาปุ๋ยและน้ำมันจะทยอยปรับลดลงบ้าง แต่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ต้นทุนเพาะปลูกเพิ่มขึ้น และทยอยส่งผ่านมายังต้นทุนวัตถุดิบทางการเกษตร ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันตลาดโลกที่สูงขึ้นยังผลักดันต้นทุนขนส่งและโลจิสติกส์ เพิ่มแรงกดดันต่อผู้ประกอบการอาหารตลอดห่วงโซ่การผลิต

2 ช่องทางต้นทุนพุ่งทุบอุตสาหกรรมอาหารไทย

Krungthai COMPASS มองว่า แรงกดดันที่น่ากังวลและส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในวงกว้าง คือ cost-push จากราคาปุ๋ยและพลังงานที่สูงขึ้นจะส่งผ่านมายังอุตสาหกรรมอาหารไทยผ่าน 2 ช่องทางหลัก ได้แก่

1. ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าสูงขึ้น หากราคาปุ๋ยโลกเพิ่มขึ้น จะเพิ่มต้นทุนการเพาะปลูกถั่วเหลือง ข้าวโพด และข้าวสาลีโลก ส่งผลต่อธุรกิจอาหารไทยที่พึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าเป็นหลัก แม้วัตถุดิบในประเทศจะได้รับผลกระทบจากต้นทุนปุ๋ยเช่นกัน แต่สินค้าที่ใช้วัตถุดิบนำเข้าจะเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากค่าระวางเรือที่เพิ่มขึ้นและระยะเวลาขนส่งที่ยาวนานขึ้น ดังนั้น Krungthai COMPASS จึงวิเคราะห์โดยมุ่งประเมินผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าเป็นหลัก

2. ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งเพิ่มขึ้น โดยในกระบวนการผลิตอาหาร เช่น การต้ม ฆ่าเชื้อ อบแห้ง แช่เย็น และแช่แข็ง ล้วนใช้ไฟฟ้าและเชื้อเพลิง ทั้งดีเซลและก๊าซธรรมชาติ ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นกระทบต้นทุนค่าขนส่งในประเทศ กดดันต้นทุนผลิตของธุรกิจ

กลุ่มอาหารที่เหนื่อยสุด ต้นทุนพุ่งแต่ขึ้นราคายาก

Krungthai COMPASS ประเมินผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางผ่าน 2 ขั้นตอน ได้แก่ (1) คัดเลือกสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงสูงจากการพึ่งพาการนำเข้าถั่วเหลือง ข้าวโพด และข้าวสาลี รวมถึงมีต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งในสัดส่วนสูง และ (2) ประเมินความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภค โดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าอาหารกับต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าและราคาน้ำมันดีเซล

ผลการศึกษาพบว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมันถั่วเหลือง ขนมปังและขนมอบ และขนมขบเคี้ยว เป็น 4 กลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากมีสัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบนำเข้า พลังงาน และค่าขนส่งรวมกันสูงถึง 77.2-82.7% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด อีกทั้งกระบวนการผลิตยังต้องใช้พลังงานสูง ทั้งระบบ boiler, steam, cold storage รวมถึงการอบ ทอด บด และสกัดน้ำมัน ตลอดจนพึ่งพาการขนส่งด้วยน้ำมันดีเซลเพื่อกระจายสินค้าไปยังร้านค้าและโมเดิร์นเทรด

ในด้านความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภค ‘ขนมขบเคี้ยว’ ทำได้น้อยที่สุด โดยมีค่าสัมประสิทธิ์ (coefficient) เพียง 0.08 หมายความว่า หากต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าและราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 1% ราคาสินค้าจะปรับขึ้นได้เพียง 0.08% เท่านั้น เนื่องจากตลาดมีการแข่งขันรุนแรง ทั้งจากผู้ผลิตในประเทศและสินค้านำเข้า อีกทั้งยังมีสินค้าอื่นทดแทนได้ง่าย

ส่วนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมปังและขนมอบ และน้ำมันถั่วเหลือง แม้มีค่าสัมประสิทธิ์สูงกว่าเล็กน้อยที่ 0.10, 0.18 และ 0.32 ตามลำดับ แต่ก็ยังสะท้อนว่าผู้ประกอบการไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้เต็มที่

ต้นทุนบรรจุภัณฑ์พลาสติก ยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ

นอกจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานแล้ว ผู้ประกอบการอาหารยังเผชิญความเสี่ยงเพิ่มเติมจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยในไตรมาส 2/2569 สงครามตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อการนำเข้าแนฟทา ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเม็ดพลาสติก ทำให้ผู้ผลิตบางส่วนต้องลดกำลังการผลิตชั่วคราว

แม้ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย การขนส่งฟื้นตัว และการนำเข้าเม็ดพลาสติกในเดือนพฤษภาคม 2569 เพิ่มขึ้นกว่า 39% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จนมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการในประเทศ แต่ราคาที่ยังอยู่ในระดับสูงทำให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์บางรายยังชะลอการผลิต

เนื่องจากอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกคิดเป็นสัดส่วนถึง 53% ของการใช้งานทั้งหมด ต้นทุนส่วนนี้จึงยังเป็นแรงกดดันต่อผู้ประกอบการและเครื่องดื่ม อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ครั้งนี้ยังไม่ได้รวมความเสี่ยงจากการขาดแคลนบรรจุภัณฑ์ เนื่องจากผลกระทบขึ้นอยู่กับระดับสต๊อกและการบริหารจัดการของผู้ประกอบการแต่ละราย

Krungthai COMPASS แนะ 3 แนวทางลดความเปราะบาง

Krungthai COMPASS แนะแนวผู้ประกอบการอาหารปรับตัวเพื่อลดความเปราะบางด้านต้นทุน ผ่าน 3 แนวทาง ได้แก่

1. Supply Chain Relocation กระจายแหล่งนำเข้าวัตถุดิบ ลดการพึ่งพาประเทศหรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง พร้อมปรับสูตรการผลิตให้ใช้วัตถุดิบในประเทศมากขึ้น

2. AI Adoption และเทคโนโลยี Digital Cold Chain เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการสูญเสีย รักษาคุณภาพสินค้า ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อน และยืดอายุการเก็บรักษา

3. Green & Energy Transition ลงทุนในเทคโนโลยีประหยัดพลังงานและพลังงานทางเลือก เช่น Heat Optimization and Recovery และ Biogas เพื่อลดต้นทุนในระยะยาว พร้อมเสริมศักยภาพการแข่งขันด้านความยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...