โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ถอดรหัสตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ปีนี้พุ่งเกิน 100% กลายเป็นตลาดที่ดีที่สุดในโลก

The Bangkok Insight

อัพเดต 08 มิ.ย. เวลา 01.41 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. เวลา 01.41 น. • The Bangkok Insight

ถอดรหัสตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ปีนี้พุ่งเกิน 100% กลายเป็นตลาดหุ้นที่ดีที่สุดในโลก ขณะที่บริษัทจดทะเบียนในเกาหลีใต้ พุ่งขึ้นกว่า 45% ปีนี้

ตลอดช่วงเวลาของปี 2569 ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ขึ้นชื่อว่าให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในโลก ดัชนี KOSPI เดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) ต่อเนื่อง ล่าสุดพุ่งแตะ 8,788 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% (Year to Date 1 มิ.ย.2569)

พร้อมด้วยการเดินหน้าสร้างปรากฏการณ์มากมาย อาทิ มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของบริษัทจดทะเบียนในเกาหลีใต้ พุ่งขึ้นกว่า 45% ในปีนี้ แตะ 4.04 ล้านล้านดอลลาร์ แซงหน้าสหราชอาณาจักร ขึ้นเป็นตลาดหุ้นใหญ่อันดับ 8 ของโลก

นอกจากนี้ Samsung Electronics และ SK Hynix ขึ้นแท่นเข้าทำเนียบ "Trillion Dollar Club" (บริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์) ตามรอยหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐได้สำเร็จ

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้

ภาพของตลาดหุ้นทั้งประเทศที่ขึ้นเป็นเท่าตัวภายในเวลาไม่ถึงครึ่งปี และร้อนแรงจัดขนาดนี้ ว่ากันว่าเป็นช่วงเวลาที่คนเกาหลีใต้กำลังรวยที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศ รวมถึงสะท้อนการเปลี่ยนขั้วของตลาดทุนจากธุรกิจดั้งเดิมสู่ยุคที่ผู้ครองชิป AI คือ ผู้ครองความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ

คำถาม คือ อะไรทำให้ตลาดหุ้นของเกาหลีใต้ร้อนแรงขนาดนี้ ? คำตอบคงหนีไม่พ้นการเก็งกำไรบนธีม AI ยังถูกขับเคลื่อนจากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรอย่างมีนัยสำคัญ โดยแนวโน้มกำไรของ KOSPI ถูกปรับเพิ่มขึ้น 109% ในปีนี้ โดยเฉพาะในหุ้น 2 ตัวหลักประเทศ Samsung Electronics และ SK Hynix ที่เป็นเจ้าแห่งชิปหน่วยความจำที่เรียกว่า "DRAM"

DRAM ย่อมาจาก Dynamic Random Access Memory เป็นหน่วยความจำหลัก (RAM) ประเภทหนึ่งที่นิยมใช้ในคอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ หน้าที่ของมันคือเป็นที่พักข้อมูลชั่วคราวให้หน่วยประมวลผล (CPU) สามารถดึงไปใช้งานได้อย่างรวดเร็ว

ในเชิงธุรกิจของกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ Samsung Electronics และ SK Hynix คือสองยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ที่ทรงอิทธิพลระดับโลก ทั้งคู่ครองตลาดหน่วยความจำ รวมกันเกินกว่าครึ่งหนึ่งของโลก โดยต่างฝ่ายต่างมีจุดแข็งและกลยุทธ์ทางธุรกิจที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

1. Samsung Electronics ผู้ครองแชมป์ตลาด DRAM ทั่วโลกมายาวนานกว่า 33 ปี และปัจจุบัน Samsung กำลังทุ่มกำลังในสายการผลิต HBM4 โดยใช้ข้อดีของการเป็นผู้ผลิตแบบครบวงจรที่สามารถออกแบบชิป ผลิตแรม และแพ็กเกจชิปรวมกันได้ในที่เดียว เพื่อดึงลูกค้า Big Tech ที่ต้องการโซลูชันแบบเบ็ดเสร็จ

2. SK Hynix เบอร์ 2 ที่กำลังโตระเบิดจากการมาถึงของยุค Generative AI ด้วยการทุ่มเทพัฒนาเทคโนโลยี HBM (High Bandwidth Memory) เป็นแรมความเร็วสูงพิเศษที่จำเป็นต้องใช้คู่กับชิปประมวลผล AI มาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทกลายเป็นซัพพลายเออร์หลักที่ผูกขาดการส่งมอบชิปให้กับ NVIDIA ได้สำเร็จก่อนใคร

ทั้งนี้ เหตุผลที่หุ้นเกาหลีใต้พุ่งเกิน 100% เป็นเพราะการบรรจบกันพอดีของนวัตกรรมอย่างถูกที่ถูกเวลา นั่นคือ DRAM กับ AI ทำให้หุ้นผู้นำในเกาหลีใต้ทั้ง Samsung Electronics และ SK Hynix เติบโตมหาศาล พร้อมเปลี่ยนผ่านจากหุ้นวัฏจักรสินค้าไอทีธรรมดา (Commodity) กลายเป็นหุ้นเติบโตสูง (Growth Stock) ในสายตาของกองทุนระดับโลก

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้

ประกอบกับแรงหนุนของภาครัฐเกาหลีใต้ ที่ออกมาตรการ Corporate Value-up Program เพื่อยกระดับตลาดทุนในประเทศ และต้องการดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติ (Foreign Inflows) ตลอดจนการแก้ไขปัญหา Korea Discount หรือภาวะที่หุ้นเกาหลีใต้มักมีราคาถูกกว่าที่ควรจะเป็น เนื่องจากโครงสร้างธรรมาภิบาลของกลุ่มธุรกิจครอบครัว หรือ Chaebol โดยรัฐบาลพยายามผลักดันมาตรการบังคับและจูงใจให้บริษัทจดทะเบียนเพิ่มมูลค่าองค์กร เพิ่มการจ่ายเงินปันผล และซื้อหุ้นคืนเพื่อผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นรายย่อย ส่งผลให้เกิดการปรับโครงสร้างทางการเงินที่เป็นผลบวกต่อดัชนี KOSPI ในภาพรวม

แต่สุดท้ายนี้ แม้ปัจจัยพื้นฐานโดยรวมของหุ้นเกาหลีใต้จะยังแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ด้วยความคาดหวังของราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาสูงมากแล้ว จึงมีโอกาสที่ Growth Rate จะเลยจุด Peak ไปแล้ว เป็นปัจจัยที่นักวิเคราะห์ต้องพิจารณาให้ดีระหว่าง Valuation ปัจจุบัน กับ Expectation ของตลาดในอนาคต

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...