โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เกาะติดศก. 10 ก.ค. 69 จับตาหุ้นไทยรับแรงหนุน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านผ่านฉลุย ลุ้นบิ๊กดีลไทย-มาเลเซีย ดันการค้า ขณะตลาดโลกจับตาเงินเฟ้อยุโรป

สยามรัฐ

อัพเดต 35 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รายงานความเคลื่อนไหวเศรษฐกิจและการลงทุนประจำวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ตลาดการเงินไทยเริ่มได้รับแรงหนุนจากปัจจัยบวกภายในประเทศ หลังความชัดเจนด้านกฎหมายการกู้เงินของภาครัฐช่วยลดความกังวลด้านเสถียรภาพ ขณะที่นักลงทุนยังจับตาปัจจัยเศรษฐกิจโลก ทั้งตัวเลขเงินเฟ้อยุโรป ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ และแนวโน้มเศรษฐกิจเอเชียที่ยังเผชิญความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ตลาดทุนไทยให้ความสนใจ คือกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากวินิจฉัยว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน วงเงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งช่วยสร้างความชัดเจนต่อนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

นักวิเคราะห์ประเมินว่า ตลาดหุ้นไทย (SET Index) มีโอกาสตอบรับในเชิงบวกจากปัจจัยดังกล่าว โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนภาครัฐ โครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด และพลังงานหมุนเวียน ซึ่งคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากแผนการใช้เม็ดเงินเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและปรับโครงสร้างพลังงานในระยะยาว

จับตาผลหารือไทย-มาเลเซีย ดันการค้าชายแดนใต้

อีกประเด็นที่ต้องติดตาม คือความคืบหน้าผลการหารือระดับทวิภาคีระหว่างไทยและมาเลเซีย หลังเข้าสู่ช่วงสรุปผลการเยือนอย่างเป็นทางการ โดยภาคธุรกิจและผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์จับตารายละเอียดความร่วมมือที่จะออกมา โดยเฉพาะด้านการเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร และการเชื่อมโยงระบบคมนาคม

การเปิดเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อด่านสะเดาแห่งใหม่ ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ลดต้นทุนทางธุรกิจ และสนับสนุนการเติบโตของการค้าชายแดนภาคใต้ ซึ่งอาจกลายเป็นแรงส่งสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

ตลาดโลกจับตาเงินเฟ้อเยอรมนี ชี้ทิศทางดอกเบี้ย ECB

ด้านเศรษฐกิจโลก นักลงทุนรอติดตามการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และอัตราเงินเฟ้อที่สอดคล้องกัน (Harmonised Inflation Rate) ของเยอรมนี ประจำเดือนมิถุนายน ซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินทิศทางเงินเฟ้อของยุโรป

หากตัวเลขเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงตามคาดการณ์ราว 2.3-2.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อาจส่งผลต่อการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) รวมถึงสร้างแรงผันผวนต่อค่าเงินยูโร ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาพลังงานและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ตลาดเอเชียประเมินทิศทางเฟด หลังเปิดรายงานประชุม FOMC

ขณะเดียวกัน นักลงทุนทั่วโลกยังคงประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เปิดเผยรายงานการประชุม FOMC Minutes ซึ่งสะท้อนมุมมองของคณะกรรมการต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ

ข้อมูลดังกล่าวถูกนำมาประกอบกับการประเมินเศรษฐกิจเอเชีย หลังธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ปรับลดประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเหลือ 4.9% จากแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

เดินหน้าปั้น Healthcare Economy ดันไทยสู่ Medical Hub

สำหรับเศรษฐกิจในประเทศ รัฐบาลยังเดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมสุขภาพ (Healthcare Economy) ผ่านเวทีเจรจาจับคู่ธุรกิจในงาน International Healthcare Week 2026 ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการด้านสุขภาพ นักลงทุน และสตาร์ทอัปเทคโนโลยีการแพทย์ระดับโลกเชื่อมโยงความร่วมมือทางธุรกิจ

ภาคสุขภาพถูกมองเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) ที่จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ พร้อมยกระดับศักยภาพประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ระดับโลก

ภาพรวมเศรษฐกิจวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 จึงเป็นอีกวันที่ตลาดต้องจับตา โดยไทยได้รับแรงหนุนจากความชัดเจนด้านนโยบายการเงินการคลังและความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ปัจจัยภายนอกอย่างเงินเฟ้อ ราคาพลังงาน และทิศทางดอกเบี้ยโลก ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางตลาดทุนในระยะต่อไป

#เศรษฐกิจ2569 #หุ้นไทยวันนี้ #พรกกู้เงิน4แสนล้าน #ไทยมาเลเซีย #การค้าชายแดนใต้ #เงินเฟ้อเยอรมนี #ประชุมเฟด #BusinessMatching #MedicalHub #ข่าวเศรษฐกิจ #siamrathonline

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...