โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ไชยชนก”โชว์ปราบ“สแกมเมอร์” ดันจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือในไทย

เดลินิวส์

อัพเดต 25 มิ.ย. เวลา 16.31 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. เวลา 10.45 น. • เดลินิวส์
รมว.ดีอี หารือ WEF โชว์เคสปราบ “สแกมเมอร์” ผลักดันจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือในไทย ยกระดับด้านความมั่นคงไซเบอร์ – เศรษฐกิจดิจิทัล

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)เปิดเผยว่า ได้ร่วมหารือกับนาย อักษัย โจชี ผู้แทนจาก เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม(ดับเบิลยูอีเอฟ) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการรับมืออาชญากรรมไซเบอร์ การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล และแนวทางการยกระดับความร่วมมือระหว่างกัน โดยยืนยันว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติ โดยได้บูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงดีอี หน่วยงานด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย และผู้ให้บริการโทรคมนาคม เพื่อดำเนินมาตรการเชิงรุกในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์อย่างจริงจัง

“จากบูรณาการทำงานระหว่างหน่วยงานดังกล่าว ประเทศไทยสามารถลดปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ได้ประมาณ 50% ภายในระยะเวลา 6 เดือน ผ่านการตัดวงจรอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า ซิมม้า การฟอกเงินออนไลน์ และเครือข่ายการพนันผิดกฎหมาย ตลอดจนการเสริมสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดย ผู้แทนจาก ดับเบิลยูอีเอฟ ได้แสดงความสนใจที่จะนำแนวทางและผลสำเร็จของประเทศไทยไปจัดทำเป็นกรณีศึกษาระดับนานาชาติ เพื่อเผยแพร่ผ่านรายงานและเวทีด้านความมั่นคงไซเบอร์ของ ดับเบิลยูอีเอฟ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเป็นต้นแบบให้แก่ประเทศอื่น ๆ ที่กำลังเผชิญความท้าทายในลักษณะเดียวกัน”

นายไชยชนก กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันยังได้หารือถึงความเป็นไปได้ในการจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือภายใต้เครือข่าย ดับเบิลยูอีเอฟ ในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นประเด็นที่สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของประเทศ ได้แก่ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และ กัฟเทค เพื่อสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถด้านดิจิทัลและการพัฒนานวัตกรรมของประเทศในระยะยาว

“ได้เน้นย้ำถึงความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล และประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน เอไอ และเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาค ควบคู่ไปกับการพัฒนากฎระเบียบที่เหมาะสม โครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน และการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ โดยการหารือครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของ ดับเบิลยูอีเอฟ ต่อบทบาทของประเทศไทยในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล และเป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลที่มั่นคง ปลอดภัย ในอนาคต” นายไชยชนก กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...