โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“กสทช.”หนุนใช้เทคโนโลยี ยกระะดับการแพทย์ฉุกเฉิน

เดลินิวส์

อัพเดต 25 มิถุนายน 2569 เวลา 23.39 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“สำนักงาน กสทช.” เดินหน้าหนุนบริการโทรคมนาคมพื้นฐานและบริการเพื่อสังคม จับมือ “สพฉ.” ทำ MOU ยกระดับระบบการแพทย์ฉุกเฉินทั่วประเทศ

นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.)เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. ได้หารือร่วมกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) และจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็ยโอยู) ร่วมกันภายใต้โครงการยกระดับการให้บริการเพื่อสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน เพื่อเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมกับระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งที่ประชุม กสทช. มีมติเห็นชอบโครงการดังกล่าว โดยใช้งบประมาณจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ในกรอบวงเงิน 250 ล้านบาท เพื่อนำไปพัฒนาและติดตั้งระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินอัจฉริยะ (Smart Emergency Alert System)) อุปกรณ์ช่วยชีวิต และอุปกรณ์เทคโนโลยีด้านการแพทย์ฉุกเฉิน

สำหรับกระบวนการทำงานของระบบเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินกดปุ่มเอสโอเอส ที่จุดติดตั้ง ระบบจะส่งสัญญาณภาพและเสียงผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไปยัง National Digital Emergency Medical Service (NDEMS) ของ สพฉ. ศูนย์สั่งการระดับจังหวัด (1669) เมื่อมีการรับสาย เห็นภาพเหตุการณ์และตำแหน่งแบบเรียลไทม์จะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำการทำ ซีพีอาร์และใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า ก่อนเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินเข้าพื้นที่รับผู้ป่วย ลดการสูญเสียจากภาวะหัวใจหยุดเต้น โดยกำหนดติดตั้งจุดความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 700 แห่งทั่วประเทศ ในพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่ชายขอบ

นพ.สรณ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ตรงใจตั้งแต่แรกตั้งแต่มาเป็นประธาน กสทช. คือการกำหนดกรอบนโยบายโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ พัฒนาระบบการแพทย์พื้นฐาน เพราะโอกาสทำให้คนรอดชีวิตมีมากขึ้นถ้าเราเอาระบบโทรคมนาคมมาใช้คนจะเข้าถึงระบบสาธารณสุขพื้นฐานได้ง่าย ผมเป็นหมอหัวใจถึงรู้ว่าการแพทย์ฉุกเฉินมีความจำเป็นมาก กรณีฉุกเฉินที่ทำให้คนเสียชีวิตถ้าไม่นับเรื่องกรณีอุบัติเหตุ อันดับหนึ่งคือเรื่องของหัวใจ มีสถิติว่าการไม่ใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้ามีคนที่รอดตายเพียง 5% แต่เมื่อมีเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าช่วยปั๊มหัวใจ ทำให้คนรอดตายได้ประมาณ 25-28% ฉะนั้นจะทำอย่างไรให้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าไปถึงที่หมายไวที่สุด และต้องใช้งานเป็น การช่วยชีวิตยิ่งเร็วเท่าไรยิ่งดี เพราะหัวใจที่นิ่งไป 5 นาทีคือความตาย

“จากข้อมูล สพฉ. รายงานว่า ปัจจุบันมีคนไทยเสียชีวิตนอกโรงพยาบาลประมาณ 84,000 คนต่อปี เนื่องจากเข้าถึงระบบการแพทย์ฉุกเฉินได้ไม่ทันเวลา ขณะที่ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า หากการแจ้งเหตุและการช่วยเหลือล่าช้าเพียง 1 นาที อัตราการรอดชีวิตจะลดลงถึง 10% นอกจากนี้ยังมีตำบลอีกกว่า 46% ที่ยังขาดแคลนระบบกู้ชีพที่ครอบคลุมเพียงพอ ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ในการนำโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...