Kioxia แซง Toyota ขึ้นแท่นบริษัทมูลค่าสูงสุดของญี่ปุ่น รับอานิสงส์กระแส AI
Kioxia ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำของญี่ปุ่น แซง Toyota ขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดของประเทศ หลังหุ้นทะยานกว่า 670% จากแรงหนุนความต้องการชิป AI
วันที่ 12 มิถุนายน 2569 เวลา 14.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Kioxia Holdings Corp. ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของญี่ปุ่น แซงหน้า Toyota Motor Corp. ขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดของประเทศ สะท้อนอิทธิพลของกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเปลี่ยนโฉมภูมิทัศน์ธุรกิจญี่ปุ่นอย่างรวดเร็ว
*หุ้น Kioxia พุ่งขึ้น 7.6% ในการซื้อขายวันศุกร์ ส่งผลให้มูลค่าตลาดทะลุ 44 ล้านล้านเยน (ราว 274,000 ล้านดอลลาร์) เพียง 18 เดือนหลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ขณะที่ Toyota ปิดตลาดด้วยมูลค่าตลาด 43.8 ล้านล้านเยน โดยตัวเลขดังกล่าวรวมหุ้นซื้อคืน (Treasury Shares) แล้ว*
การขึ้นสู่ตำแหน่งบริษัทมูลค่าสูงสุดของ Kioxiaสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินลงทุนทั่วโลกที่ไหลเข้าสู่กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และหน่วยความจำ ซึ่งได้รับอานิสงส์โดยตรงจากความต้องการชิปสำหรับศูนย์ข้อมูล AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
นับตั้งแต่ต้นปี หุ้น Kioxia พุ่งขึ้นมากกว่า 670% กลายเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในดัชนี MSCI World
ชูทาโร ยาสุดะ นักวิเคราะห์จาก Tokai Tokyo Intelligence Laboratory ระบุว่า การที่ Kioxiaกลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดของญี่ปุ่นถือเป็น “สัญลักษณ์” ของการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญในตลาดทุน
“อาจเร็วเกินไปที่จะเรียกว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็สะท้อนภาพเช่นนั้นได้อย่างชัดเจน” เขากล่าว
ก่อนหน้านี้ SoftBank Group เคยแซง Toyota ขึ้นเป็นบริษัทมูลค่าสูงสุดของญี่ปุ่นชั่วคราว จากกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับการเข้าตลาดหุ้นของ OpenAI อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น SoftBank ปรับฐานลงในเวลาต่อมา หลังนักลงทุนลดความเสี่ยงจากการเก็งกำไรในหุ้นเทคโนโลยี
รายชื่อบริษัทมูลค่าสูงสุด 20 อันดับแรกของญี่ปุ่นในปัจจุบัน เริ่มมีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น Murata Manufacturing ผู้ผลิตชิ้นส่วนสำหรับศูนย์ข้อมูล AI และ Advantest ผู้ผลิตอุปกรณ์ทดสอบชิปเซมิคอนดักเตอร์
Kioxiaมีต้นกำเนิดจากธุรกิจชิปหน่วยความจำของ Toshiba ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยี NAND Flash ก่อนที่กิจการจะถูกแยกออกมาและเข้าซื้อโดยกลุ่มนักลงทุนที่นำโดย Bain Capital ในปี 2561 และเปลี่ยนชื่อเป็นKioxia ในปีถัดมา
ในทางตรงกันข้าม หุ้น Toyota กลับเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง โดยราคาหุ้นปรับตัวลดลงราว 17% นับตั้งแต่ต้นปี ท่ามกลางผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และความกังวลต่ออุปสงค์รถยนต์ทั่วโลก
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์ยังต้องเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้า (EV) และการพัฒนาซอฟต์แวร์ภายในรถ ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากและสร้างแรงกดดันต่อแนวโน้มการเติบโตของผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลก
อ้างอิง : www.bloomberg.com