ผู้เชี่ยวชาญเตือน นี่คือตัวการลับทำผ้าขนหนูเหม็นอับ
หยุดทำร้ายผิว! 4 พฤติกรรมยอดฮิตที่เปลี่ยน"ผ้าขนหนู" เป็นแหล่งเพาะเชื้อ จนส่งกลิ่นอับซักไม่หาย
สำหรับพ่อบ้านแม่บ้านหลายคน ไม่มีอะไรน่าหงุดหงิดไปกว่าการตั้งใจซักผ้าอย่างดี แต่พอหยิบ "ผ้าขนหนู" ออกมาใช้งานกลับต้องเจอ "กลิ่นอับชื้น" โชยมาแตะจมูก ทั้งที่เพิ่งผ่านการซักและใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มมาหมาด ๆ ปัญหานี้สร้างความขัดใจให้กับใครหลายคนจนต้องตั้งคำถามว่า เราทำอะไรผิดพลาดไปในขั้นตอนไหน?
ผู้เชี่ยวชาญด้านจุลชีววิทยาและสิ่งทอระบุว่า ผ้าขนหนูมีโครงสร้างใยผ้าแบบพิเศษที่หนาและอมน้ำได้มากกว่าผ้าชนิดอื่น มันจึงไวต่อการสะสมของสิ่งสกปรก และนี่คือ 4 พฤติกรรมใกล้ตัวที่เรามักทำโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผ้าขนหนูเหม็นอับไม่หายเสียที
4 พฤติกรรมผิด ๆ ที่ทำให้ผ้าขนหนูเหม็นอับเรื้อรัง
1. แขวนผ้าซ้อนกัน หรือตากในห้องน้ำ
หลังอาบน้ำเสร็จ หลายคนมักแขวนผ้าขนหนูผึ่งไว้กับตะขอในห้องน้ำ หรือพาดซ้อนกันไว้บนราวตากผ้า การทำแบบนี้จะทำให้พื้นที่ผิวของผ้าไม่สัมผัสกับอากาศ ประกอบกับความชื้นในห้องน้ำที่สูงตลอดเวลา ทำให้ผ้าแห้งช้าลง และกลายเป็นอู่ข้าวอู่น้ำชั้นดีให้แบคทีเรียเจริญเติบโตจนเกิดแก๊สกลิ่นอับ
2. ปล่อยผ้าทิ้งไว้ในเครื่องซักหลังซักเสร็จ
การกดซักผ้าทิ้งไว้ตอนกลางคืนแล้วตื่นมาตากตอนเช้า หรือการลืมผ้าไว้ในถังซักเป็นเวลาหลายชั่วโมง คือการสร้าง "ตู้อบความชื้น" ให้กับผ้าขนหนู เพียงแค่ 1-2 ชั่วโมงที่ผ้าเปียกอัดแน่นอยู่ในถัง แบคทีเรียก็สามารถขยายพันธุ์ได้นับล้านตัวแล้ว ต่อให้นำไปตากแดดจนแห้ง กลิ่นอับที่ฝังลึกก็จะไม่หายไป
3. ประโคมน้ำยาปรับผ้านุ่มมากเกินไป
นี่คือกับดักที่คนรักความหอมมักติดกับ สารเคมีในน้ำยาปรับผ้านุ่มมีส่วนผสมของไขมันที่จะเข้าไป "เคลือบและอุดตันเส้นใยผ้า" เมื่อใช้ไปนาน ๆ ใยผ้าขนหนูจะจับตัวกันแน่นจนสูญเสียความสามารถในการซับน้ำ และกักเก็บคราบเหงื่อไคลรวมถึงผงซักฟอกไว้ข้างใน กลายเป็นแหล่งสะสมกลิ่นอับที่ล้างออกยากมาก
4. ใช้ซ้ำนานเกินไปโดยไม่เปลี่ยน
หลายคนคิดว่าร่างกายเราสะอาดแล้วหลังอาบน้ำ จึงใช้ผ้าขนหนูผืนเดิมซ้ำเป็นสัปดาห์ แต่ในความจริง ผ้าขนหนูจะขูดเอาเซลล์ผิวที่ตายแล้ว (คราบขี้ไคล) และน้ำมันตามธรรมชาติจากผิวหนังหลุดออกมาด้วย ยิ่งใช้ซ้ำหลายวัน อาหารของแบคทีเรียก็ยิ่งแน่นผืนผ้า
สูตรเด็ดเคล็ดลับ: วิธีกู้ชีพผ้าขนหนูเหม็นอับด้วยของในครัว
หากผ้าขนหนูของคุณเริ่มมีกลิ่นอับฝังลึก ซักแบบธรรมดาไม่หาย อย่าเพิ่งถอดใจทิ้ง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ลองใช้ "เบกกิ้งโซดา" และ "น้ำส้มสายชู" ซึ่งเป็นกรดและด่างธรรมชาติในการทำความสะอาดลึกถึงเส้นใย:
รอบที่ 1: ใส่ผ้าขนหนูลงเครื่องซักผ้า เท น้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวง ลงไปในช่องใส่ผงซักฟอก (ไม่ต้องใส่ผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่ม) แล้วเปิดเครื่องซักตามปกติด้วยน้ำอุ่น น้ำส้มสายชูจะช่วยสลายคราบไขมันและสารเคมีที่เคลือบใยผ้าออก
รอบที่ 2: หลังจากรอบแรกเสร็จ ให้ใส่ เบกกิ้งโซดาครึ่งถ้วยตวง ลงไปในถังซัก แล้วกดซักอีกครั้งหนึ่ง เบกกิ้งโซดาจะช่วยฆ่าเชื้อและดูดซับกลิ่นอับที่ค้างอยู่ให้หมดไป
ขั้นตอนสุดท้าย: นำผ้าขึ้นตากในที่แดดจัดหรืออากาศถ่ายเทสะดวกทันที
แหล่งที่มาอ้างอิง (References)
สถาบันวิจัยสิ่งทอและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขอนามัยการซักฟอก (Laundry & Textile Experts)
ข้อมูลคำแนะนำด้านสุขภาพผิวหนังจาก Sleep Foundation และกรมอนามัย