โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดีป้า เดินหน้า OTOD #3 “นครศรีฯ” ดันเกษตรดิจิทัลเชื่อมศก.ชุมชน สู่โอกาสใหม่ในยุค Smart Agriculture

สยามรัฐ

อัพเดต 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 13 มิถุนายน 2569 หลังเดินหน้าสร้างเครือข่ายเกษตรดิจิทัลมาแล้ว 4 จังหวัด ครอบคลุมเกษตรกร ชุมชน และผู้ประกอบการกว่า 700 ราย / ชุมชน ล่าสุด สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เดินหน้าขยายผลโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซัน 3 (One Tambon One Digital: OTOD #3) สู่จังหวัดนครศรีธรรมราช ภายใต้กิจกรรม OTOD #3 Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day รอบภาคใต้ เพื่อผลักดันให้ชุมชนเกษตรไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่ใช้งานได้จริง และต่อยอดสู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

กิจกรรม OTOD #3 Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day รอบภาคใต้ ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–12 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรม เดอะ ทวินโลตัส จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยได้รับเกียรติจาก นายเอกชัย สุนทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล นำโดย นายประชา อัศวธีระ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ภาคใต้ ดีป้า และนายบุญทวี ดวงนิราช รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชน ดีป้าพร้อมทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัล เกษตรกร และกลุ่มชุมชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างคับคั่ง กว่า 130 ราย / ชุมชน

นายประชา อัศวธีระ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ภาคใต้ ดีป้า กล่าวว่า จุดสำคัญของ OTOD #3 คือการทำให้เทคโนโลยีดิจิทัลไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับชุมชน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยแก้ Pain Point จริงของภาคเกษตร ทั้งเรื่องต้นทุนแรงงาน การบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูก การลดความสูญเสียในกระบวนการผลิต ไปจนถึงการเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม ซึ่งปัจจุบันการพัฒนาเกษตรกรรม ไม่ได้มองเพียงเรื่องผลผลิตหรือรายได้เท่านั้น แต่ต้องมองไปถึงความยั่งยืนของระบบเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมควบคู่กันด้วย สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และนโยบายของภาครัฐที่ต้องการผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ผ่านการใช้เทคโนโลยีเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรอย่างแม่นยำ ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

นายเอกชัย สุนทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวเสริมว่า นครศรีธรรมราชถือเป็นหนึ่งในจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ ที่มีทั้งภาคเกษตร การท่องเที่ยว อุตสาหกรรมแปรรูป SME และเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็ง ขณะเดียวกันเราก็เริ่มเห็นคนรุ่นใหม่กลับมาพัฒนาธุรกิจท้องถิ่นและภาคการเกษตรมากขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าภาคเกษตรไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ วันนี้โจทย์ของเกษตรกรไม่ใช่เพียงเรื่อง ‘ผลผลิต’ แต่คือการสร้าง ‘มูลค่าเพิ่ม’ ให้สินค้าและชุมชน ต่อยอดสู่เกษตรมูลค่าสูงและเกษตรสีเขียว ผ่านการเชื่อมองค์ความรู้ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันได้อย่างเหมาะสม ท่ามกลางความท้าทายจากสภาพอากาศที่ผันผวน ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และการแข่งขันของตลาดโลก ดังนั้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยบริหารจัดการข้อมูล การวางแผนการผลิต การตรวจสอบย้อนกลับ รวมถึงการเข้าถึงตลาดใหม่ จึงเป็นเรื่องจำเป็น

ภายในงาน ผู้เข้าร่วมจะได้รับการพัฒนาทักษะแบบเข้มข้นผ่านกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture ครอบคลุม 4 มิติสำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล การสร้างรายได้ผ่านคอนเทนต์ดิจิทัล การเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าถึงแหล่งทุน และแนวคิดเศรษฐกิจชุมชนสีเขียว โดยผู้ใหญ่บ้านณรงค์ชัย เหมสุวรรณ ผู้นำชุมชนเกาะจิกระบบพลังงานไฟฟ้าสะอาด และเกษตรกรต้นแบบจากคุณพัชยา ไซยวิเศษ ประธานวิสาหกิจชุมชนเพาะเห็ดและสินค้าแปรรูปบ้านบางคู และคุณณรงค์ฤทธิ์ ไชยสาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกษตรกรรมโรจนะ จํากัด ที่จะร่วมแบ่งปันประสบการณ์และแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมกิจกรรม AgriTech Showcase ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรได้สัมผัสเทคโนโลยีจริง และ Business Matching เพื่อเชื่อมโยงชุมชนกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน dSURE

อีกหนึ่งช่วงสำคัญของงาน คือเวที Digital Agriculture Pitching Day ที่เปิดพื้นที่ให้ชุมชนและผู้ประกอบการนำเสนอไอเดียเพื่อรับการสนับสนุนจากดีป้า โดยประเภท d-community มีผู้ผ่านการพิจารณาจำนวน 20 ราย และผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด พร้อมเงินรางวัลพิเศษ 12,000 บาท ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนฟาร์มเห็ดปลอดสารพิษเพื่อสุขภาพ ขณะที่ประเภท d-startup มีผู้ผ่านการคัดเลือกจำนวน 3 ราย และผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด ได้แก่ นางสาวธัญธร เชษฐพรเพชร โดยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากผู้แทนจาก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, เกษตรจังหวัด, มูลนิธิเอสซีจี, บริษัท เจียไต๋ จำกัด, สมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมกันพิจารณา และให้ข้อคิดเห็น

โครงการ OTOD #3 ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด, ธนาคารออมสิน และบริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด พร้อมหน่วยงาน ภูมิภาคถัดไปโครงการจะเดินหน้าสู่ภาคใต้ตอนล่าง จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 24-25 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมนิวซีซันสแควร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยกลุ่มชุมชน และเกษตรกรที่มีความพร้อมและต้องการยกระดับสู่เกษตรดิจิทัล สามารถศึกษารายละเอียดผ่าน LINE OA: @OTOD3 ได้ตั้งแต่วันนี้ – 23 กรกฎาคมนี้เท่านั้น ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Page: depa Thailand

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...