โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

S&P 500 ปิดลบ หลังทรัมป์ประกาศข้อตกลงอิหร่านล่ม กดดันตลาด

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดการซื้อขายวันพุธ (8 ก.ค.) โดยดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า ข้อตกลงชั่วคราวที่มีเป้าหมายยุติสงครามกับอิหร่านสิ้นสุดลงแล้ว ขณะที่ Broadcom นำการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ก่อนหน้านี้ร่วงลงอย่างหนัก

ระหว่างการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ที่ตุรกี ทรัมป์กล่าวว่า ไม่มีความสนใจที่จะเจรจากับอิหร่านเพิ่มเติม และเตือนว่า กรุงวอชิงตันมีแนวโน้มจะดำเนินการโจมตีเพิ่มเติมในคืนวันพุธที่ผ่านมา

ความเห็นของทรัมป์นับเป็นความล้มเหลวครั้งล่าสุดของการเจรจาที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแกว่งไปมาระหว่างการข่มขู่ที่จะยกระดับความขัดแย้งกับความหวังในการใช้การทูต ส่งผลให้นักลงทุนประเมินสถานการณ์ผิดพลาดจากความหวังเรื่องข้อตกลงสันติภาพที่ล้มเหลวหลายครั้ง

หุ้น SpaceX

ลดลง 0.8% ปิดที่ 148.38 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นราคาปิดต่ำสุดนับตั้งแต่บริษัทด้านดาวเทียมและจรวดเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน หุ้น Microsoft และ Alphabet ต่างปรับตัวลงมากกว่า 1% ขณะที่หุ้น Meta Platforms ลดลง 2% ช่วยให้ดัชนี Nasdaq ยังคงปิดในแดนบวกได้จากการที่หุ้น Broadcom พุ่งขึ้น 4.8% หลัง Apple เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนใช้จ่ายมากกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้ข้อตกลงจัดหาชิปที่ทำไว้กับ Broadcom เมื่อต้นสัปดาห์นี้

หุ้น Nvidia เพิ่มขึ้น 3.65% หลัง The Information รายงานว่า จีนมีแผนอนุญาตให้บริษัท AI ชั้นนำของประเทศสามารถซื้อชิป H200 ของ Nvidia ได้ในจำนวนจำกัด

ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.28% ปิดที่ 7,482.71 จุด

ดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.20% ปิดที่ 25,870.65 จุด ขณะที่ดัชนี Dow Jones Industrial Average ลดลง 1.09% ปิดที่ 52,348.39 จุด ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ PHLX เพิ่มขึ้น 2.23%

จากดัชนีอุตสาหกรรมทั้ง 11 กลุ่มของ S&P 500 มี 9 กลุ่มที่ปรับตัวลดลง โดยกลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวลงมากที่สุด 3.41% รองลงมาคือกลุ่มวัสดุที่ลดลง 2.45%

ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นหลังทรัมป์แสดงความเห็น

สัญญาน้ำมันดิบ Brent ปิดเพิ่มขึ้น 5.2% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน หลังแรงขายขยายตัวไปยังตลาดพันธบัตร

การยกระดับความขัดแย้งครั้งล่าสุดคุกคามการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้น ซึ่งช่วยผลักดันดัชนี S&P 500 ให้เพิ่มขึ้นแล้วประมาณ 9% นับตั้งแต่ต้นปี แม้ว่าจะเผชิญแรงขายอย่างหนักหลังสงครามในตะวันออกกลางปะทุขึ้น

การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันอีกครั้งอาจกระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และยิ่งทำให้แนวทางดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีความซับซ้อนมากขึ้น

หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวที่อ่อนไหวต่อราคาพลังงานปรับตัวลง

หลังราคาน้ำมันที่สูงขึ้นสร้างความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนเชื้อเพลิงและอุปสงค์ โดยหุ้น United Airlines และ Delta Air Lines ต่างลดลงมากกว่า 1% หุ้นผู้ประกอบการธุรกิจเรือสำราญปรับตัวลงเช่นกัน โดย Carnival ร่วง 3.9% และ Norwegian Cruise Line ลดลง 1.9%

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2026 ลงอีกครั้งสู่ระดับ 3% พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงที่ยังคงดำเนินอยู่จากสงครามในตะวันออกกลาง

รายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่เผยแพร่ในวันพุธ แสดงให้เห็นว่า ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในการประชุมเมื่อเดือนที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ Fed เห็นพ้องตามแนวทางของประธาน Fed เควิน วอร์ช ที่ปรับถ้อยแถลงนโยบายการเงินให้กระชับมากขึ้น

ทั้งนี้ ตลาดประเมินว่า Fed มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนธันวาคม ตามข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME

จำนวนหุ้นที่ปรับตัวลงในดัชนี S&P 500 มากกว่าหุ้นที่ปรับตัวขึ้นในอัตราส่วน 3.5 ต่อ 1 ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐค่อนข้างเบาบาง โดยมีการซื้อขายหุ้นรวม 17,800 ล้านหุ้น เทียบกับค่าเฉลี่ย 23,000 ล้านหุ้นในช่วง 20 วันทำการก่อนหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...