โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์ไฟเขียวให้ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออตเอง พลิกท่าทีสำคัญ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บลูมเบิร์ก รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐเปิดเผยว่า เขาจะอนุญาตให้ยูเครนสามารถผลิตขีปนาวุธสกัดกั้นแพทริออต (Patriot) ได้เอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนท่าทีของเขาต่อสงครามรัสเซีย รวมถึงต่อตัวประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี

“เรากำลังจะมอบใบอนุญาต (สิทธิ์การผลิต) ให้กับคุณ” ทรัมป์กล่าวขณะนั่งเคียงข้างประธานาธิบดียูเครนในการประชุมสุดยอดนาโต (NATO) ที่ประเทศตุรกี “เราจะแสดงให้พวกเขาเห็นว่าต้องทำอย่างไร”

ทางด้านยูเครนระบุว่า กำลังมีความต้องการขีปนาวุธแพทริออตเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วนเพื่อใช้ในการป้องกันประเทศ เนื่องจากสงครามรุกรานเต็มรูปแบบของรัสเซียกำลังดำเนินเข้าสู่ปีที่ 5 ทว่าคลังอาวุธทั่วโลกกลับเริ่มร่อยหรอลง และสหรัฐ เป็นเพียงประเทศเดียวที่ผลิตระบบป้องกันภัยทางอากาศชนิดนี้ ส่งผลให้รัฐบาลยูเครนต้องเอ่ยปากขอสิทธิ์ในการผลิตแพทริออตภายในประเทศเอง

ทรัมป์กล่าวว่ากระบวนการดังกล่าวอาจเริ่มต้นขึ้นในเร็ว ๆ นี้ พร้อมคาดการณ์ว่าบรรดาผู้ผลิตของสหรัฐจะเดินทางไปยังยูเครนเพื่ออธิบายขั้นตอนการผลิต อย่างไรก็ตาม ขีปนาวุธเหล่านี้มีความซับซ้อนอย่างมาก และความเชี่ยวชาญในการผลิตโดรนของยูเครนก็ใช่ว่าจะสามารถเปลี่ยนมาใช้กับการผลิตขีปนาวุธขั้นสูงได้โดยง่าย

“ผมคิดว่าพวกเขาจะสามารถผลิตมันได้ค่อนข้างเร็ว” ทรัมป์กล่าว “พวกเขามีขีดความสามารถที่ยอดเยี่ยมในการผลิตอาวุธ”

  • ชัยชนะสำคัญของเซเลนสกีในการต่อรอง

หากทรัมป์ดำเนินนโยบายนี้จริง จะถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของเซเลนสกี และเป็นการพลิกผันครั้งสำคัญในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ หลังจากที่เมื่อปีก่อน ทรัมป์เพิ่งจะตำหนิเซเลนสกีว่าไม่สำนึกบุญคุณ ระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายโต้เถียงกันอย่างดุเดือดต่อหน้าสาธารณชนในห้องทำงานรูปไข่

นับตั้งแต่นั้นมา เซเลนสกีเริ่มรับมือกับทรัมป์ได้ดีขึ้น โดยใช้วิธีปรับเปลี่ยนรูปแบบการร้องขอและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าต่อหน้ากล้อง ซึ่งการขอขีปนาวุธแพทริออตเพิ่มคือข้อเรียกร้องหลักของเขาในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยย้ำว่าเป็นความจำเป็นที่เร่งด่วนมาก ทั้งนี้ ยูเครนไม่สามารถยิงตกขีปนาวุธนำวิถีความเร็วสูงของรัสเซียได้เลยแม้แต่ลูกเดียวในระหว่างการโจมตีเมื่อต้นสัปดาห์นี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนกำลังลดน้อยถอยลงขั้นวิกฤต

“มันเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมมาก” เซเลนสกีกล่าว “เราต้องการมันจริงๆ”

  • ยุโรปกดดันปูตินให้เจรจาสันติภาพ

การพบกันระหว่างทรัมป์และเซเลนสกีเกิดขึ้นในขณะที่เหล่าผู้นำยุโรปกำลังพยายามผลักดันให้ทรัมป์กลับมาให้ความสำคัญกับสงครามรัสเซียอีกครั้ง ด้วยหวังว่าเขาจะสามารถกดดันประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ให้ยอมเข้าสู่การเจรจารอบใหม่กับเคียฟได้

นอกจากนี้ ยูเครนยังมีความได้เปรียบในสมรภูมิมากขึ้น จากการทำลายเส้นทางส่งกำลังบำรุงของรัสเซียลึกเข้าไปหลังแนวรบและในพื้นที่ยึดครองแหลมไครเมีย โดยยูเครนได้ใช้ขีปนาวุธ "ฟลามิงโก" (Flamingo) ที่ผลิตเองในประเทศสำหรับการโจมตีบางส่วน ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถด้านการผลิตที่เติบโตขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น ปูตินกำลังเผชิญกับความยากลำบากภายในประเทศ หลังจากที่ยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันสำคัญๆ จนส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันทั่วประเทศรัสเซีย

“เรามีแรงกดดันอย่างมากต่อประธานาธิบดีปูติน” ทรัมป์กล่าว “ผมไม่คิดว่าเขาจะชอบสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น และไม่คิดว่าเขาจะยินดีกับสถานการณ์ในตอนนี้”

ทรัมป์ระบุว่าเขาจะต่อสายตรงพูดคุยกับปูตินในวันพุธ แม้ว่าทางทำเนียบเครมลินจะยังไม่ได้ประกาศเรื่องการพูดคุยนี้ก็ตาม

ทรัมป์บอกกับเซเลนสกีว่า เขาคิดว่าสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปของรัสเซียอาจทำให้รัฐบาลมอสโกมีแนวโน้มที่จะยอมยุติสงครามมากขึ้น อย่างไรก็ดี ปูตินยังไม่มีการแสดงท่าทีเช่นนั้นต่อสาธารณะ โดยยังคงยื่นข้อเรียกร้องขั้นสูงสุดเพื่อฮุบดินแดนของยูเครน และปฏิเสธข้อเสนอของเซเลนสกีในการเปิดเจรจาโดยตรงเมื่อไม่นานมานี้

ผู้นำสหรัฐ ยังยอมรับด้วยว่า ยูเครนจำเป็นต้องมีข้อตกลงค้ำประกันความมั่นคงในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหากมีการทำสัญญาข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งข้อเรียกร้องสำคัญของเคียฟ แต่ทรัมป์ยังไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจนในเรื่องนี้

ทรัมป์ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยอ้างว่าเขาสามารถยุติสงครามได้ภายใน 24 ชั่วโมง ได้ยอมรับในเวลาต่อมาว่ามันเป็นภารกิจที่ท้าทาย แม้ว่าเขาจะพยายามเปิดการเจรจาในช่วงต้นวาระและเคยเชิญปูตินไปร่วมประชุมสุดยอดที่รัฐอะแลสกาเมื่อปีที่แล้ว แต่การเจรจากลับต้องหยุดชะงักลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากสหรัฐต้องเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับเป้าหมายนโยบายต่างประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามกับอิหร่าน

เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า รัฐบาลยังคงมองว่าความขัดแย้งนี้อยู่ในภาวะที่ทั้งสองฝ่ายต่างไม่มีความคืบหน้ามากนัก

  • ทรัมป์เริ่มเอนเอียงมาทางยูเครนมากขึ้น

กระนั้น ผู้นำยุโรปแย้งว่ายูเครนกำลังได้เปรียบ ซึ่งเป็นโอกาสดีที่จะกดดันให้ปูตินยอมรับข้อตกลงหยุดยิงตามแนวรบปัจจุบัน และเริ่มเปิดฉากเจรจาเกี่ยวกับหลักประกันความมั่นคงของเคียฟ รวมถึงความเป็นไปได้ในการตั้งกองกำลังนานาชาติเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ความพยายามในการโน้มน้าวให้ทรัมป์กลับมาจัดการปัญหาความขัดแย้งในยูเครนยากขึ้นไปอีก คือความตึงเครียดระหว่างพันธมิตรนาโตกับรัฐบาลวอชิงตันเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน รวมถึงระดับงบประมาณด้านการป้องกันประเทศ และแม้ว่าทรัมป์จะมีท่าทีที่เป็นมิตรกับเซเลนสกีมากขึ้น แต่เขาก็ยังคงแสดงความอึดอัดใจต่อทั้งยูเครนและรัสเซียเกี่ยวกับเหตุการณ์สู้รบที่เกิดขึ้น

ถึงกระนั้น การประเมินสถานการณ์สงครามของทรัมป์ก็เห็นได้ชัดว่าเริ่มเอนเอียงมาทางฝั่งยูเครนมากขึ้น จากเดิมที่เคยยืนกรานว่าเซเลนสกี “ไม่มีไพ่ในมือเลย” และควรรีบทำข้อตกลงกับรัสเซียโดยเร็ว มาเป็นคำให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวในเดือนมิถุนายนว่า ยูเครนกำลัง “ทำผลงานได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...