โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กระทรวงเกษตรฯ บูรณาการเชิงรุก ดันนโยบายปุ๋ยอินทรีย์ ดึงนวัตกรรม - ดิจิทัลสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับรายได้เกษตรกรสู่ระบบคาร์บอนต่ำ

สวพ.FM91

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กระทรวงเกษตรฯ บูรณาการเชิงรุก ดันนโยบายปุ๋ยอินทรีย์ ดึงนวัตกรรม - ดิจิทัลสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับรายได้เกษตรกรสู่ระบบคาร์บอนต่ำ

(6 ก.ค.69) นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนปุ๋ยอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางอมราพร ชีพสมุทร์ ผู้อำนวยการกองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน ผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 134 - 135 และผ่านระบบประชุมทางไกล Zoom Meeting เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและการขับเคลื่อนการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และน้ำหมักชีวภาพในการแก้ไขปัญหาภาคเกษตรกรรมระดับพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยที่ประชุมได้มอบนโยบายเร่งด่วนในการยกระดับศักยภาพเกษตรกรและลดต้นทุนการผลิต ผ่านมาตรการปรับสมดุลดิน “70:30” คือการใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินควบคู่กับปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานวิเคราะห์ผลการทดสอบปุ๋ยอย่างตรงไปตรงมาเพื่อปรับปรุงสูตรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด มุ่งตอบโจทย์แนวคิด “ตลาดนำการผลิต” ด้วยการพัฒนาปุ๋ยสูตรเฉพาะพืช และเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบจากความผันผวนของราคาปัจจัยการผลิตในตลาดโลก

สำหรับการดำเนินงานในระดับพื้นที่ หน่วยงานในสังกัดได้เสนอนวัตกรรมและการแก้ไขปัญหาวิกฤตอย่างเป็นระบบ โดยการยางแห่งประเทศไทยได้เร่งฟื้นฟูสภาพดินและแก้ปัญหาโรคใบร่วงชนิดใหม่ในภาคใต้ พร้อมร่วมมือกับกรมพัฒนาที่ดินวิจัยพัฒนา “ปุ๋ยอะมิโนนม” เพื่อช่วยระบายน้ำนมดิบล้นตลาด อีกทั้ง กรมพัฒนาที่ดินได้สนับสนุนหัวเชื้อจุลินทรีย์ พด. กว่า 2.7 ล้านซอง พร้อมเปิดตัว AI Chatbot “น้องดินดี” และระบบ e-Service เพื่ออำนวยความสะดวกด้านข้อมูลดินและปุ๋ยออนไลน์แก่เกษตรกร ทางด้านสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้ขยายผลการตั้งกลุ่มเครือข่ายผลิตปุ๋ยอินทรีย์ในเขตปฏิรูปที่ดินครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อลดการเผาในพื้นที่เกษตรและนำวัสดุเหลือใช้มาแปรสภาพเป็นทุน ขณะเดียวกันกรมหม่อนไหม กรมปศุสัตว์ และกรมประมงได้ร่วมส่งเสริมโมเดลสร้างรายได้ ได้แก่ โครงการไข่ไก่อินทรีย์ แปลงหญ้าออร์แกนิค การใช้จุลินทรีย์ผลิตปลานิลออร์แกนิคเข้าสู่ตลาดโมเดิร์นเทรด รวมถึงแปลงทดสอบการใช้ปุ๋ยอินทรีย์จากน้ำนมดิบ ณ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ สระบุรี

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังได้วางรากฐานระยะยาวเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับมาตรการสิ่งแวดล้อมโลก และแนวโน้มเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยมอบหมายให้กรมพัฒนาที่ดินเป็นหน่วยงานหลักในการรวบรวมและเชื่อมโยงฐานข้อมูลพื้นที่และเกษตรกรอินทรีย์ทั่วประเทศให้เป็นหนึ่งเดียว ควบคู่กับการส่งเสริมระบบเกษตรยั่งยืนและมาตรฐานการรับรองแบบมีส่วนร่วม (PGS) ด้านกรมวิชาการเกษตรศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งกองทุนเกษตรกรรมยั่งยืน (SDG Fund) เพื่อสนับสนุนส่วนต่างราคาให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าอินทรีย์ได้ง่ายขึ้น กรมการข้าวได้เตรียมประกาศแนวทางการรับรองมาตรฐาน “ข้าวคาร์บอนต่ำ” เพื่อสร้างแต้มต่อและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดส่งออกสำคัญ เช่น สหภาพยุโรป กรมส่งเสริมการเกษตรขอความร่วมมือให้ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนดำเนินการประชาสัมพันธ์และเป็นสถานที่วางจำหน่ายน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมแล้ว และกรมส่งเสริมสหกรณ์ส่งเสริมมีการนำน้ำนมดิบกว่า ๗๑๖ ตัน ไปแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพ ได้กว่า 1,144,000 ลิตร ทั้งนี้ ปลัดเกษตรฯ เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนบูรณาการแผนงานและงบประมาณร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับโครงสร้างภาคเกษตรไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...