โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

‘โลกแอนตี้ปาล์ม’ เดิมพันใหม่ประเทศไทย ในตลาดเชื้อเพลิงการบินโลก

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทยกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญในการก้าวเข้าสู่สนาม Sustainable Aviation Fuel (SAF) หรือเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน ซึ่งเป็นเทรนด์โลกที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ อย่างไรก็ตาม แม้ไทยจะมีการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ไปแล้วนับหมื่นล้านบาท แต่ดูเหมือนว่าเส้นทางของปาล์มไทยในเวทีโลกจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

ดร.บุรินทร์ สุขพิศาล อดีต กนป.นำคณะเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ดูงานที่มาเลเซีย

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม นำโดย ดร.บุรินทร์ สุขพิศาล ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจชีวภาพ อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายปาล์มแห่งชาติ (กนป.) และนักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ในฐานะหัวหน้าคณะ ได้นำผู้แทนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี และสื่อมวลชน เดินทางเข้าร่วมศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในงาน “MyAero Sustainable Aviation APAC Symposium 2026 “ (MSAAS 2026) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรม The Everly เมืองปูตราจายา ประเทศมาเลเซีย เพื่อศึกษาทิศทางอุตสาหกรรม SAF เทคโนโลยีการผลิต มาตรฐานสากล ตลอดจนโอกาสในการเชื่อมโยงปาล์มน้ำมันไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนของภูมิภาคและตลาดโลก

NAICO ชี้ “ความยั่งยืน” คือกุญแจแข่งขันระดับโลก

ดร. ชามซุล กามาร์ อาบู ซามะฮ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NAICO Malaysia เป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรม (MITI) เปิดเผยถึงการงาน MSAAS 2026 ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มจัดงานมา โดยมีผู้นำอุตสาหกรรมการบิน ผู้ผลิตพลังงาน และตัวแทนรัฐบาลจาก 22 ประเทศ กว่า 400 ราย เข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินสู่ความยั่งยืน สะท้อนให้เห็นว่าระบบนิเวศการบินยั่งยืนในภูมิภาคมีความสำคัญเร่งด่วน โดยย้ำว่าปัจจุบันเรื่องความยั่งยืน ไม่ใช่แค่ทางเลือกหรือสิ่งที่ทำควบคู่ไปกับธุรกิจอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นหัวใจหลักของความสามารถในการแข่งขันระดับโลก

“ไม่ว่าจะเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) กลยุทธ์การลดคาร์บอน หรือการรายงาน ESG สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่แผนในอนาคต แต่กลายเป็น ‘ข้อกำหนดทางธุรกิจ’ (Business Requirements) ในปัจจุบันไปแล้ว “มาเลเซีย” มีความพร้อมทั้งด้านทรัพยากรชีวมวล และระบบนิเวศการผลิตที่แข็งแกร่งในการรองรับอุตสาหกรรมนี้

รุกหนัก SAF - Carbon Capture ปั้นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่

ด้าน นายหลิว ชิน ตง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรม (MITI) มาเลเซีย ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษโดยยกบทเรียนประวัติศาสตร์ของสหภาพโซเวียตที่เร่งขยายเศรษฐกิจจนทำให้ทะเลสาบอารัล (Aral Sea) แห้งขอดและกลายเป็นทะเลทรายที่มีพิษ เพื่อเตือนใจว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เมินเฉยต่อสิ่งแวดล้อมจะนำไปสู่ภัยพิบัติ

อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ราว 2-3% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามความต้องการเดินทางที่พุ่งสูงขึ้น สำหรับมาเลเซียซึ่งมีนักท่องเที่ยวเข้ามาถึง 42 ล้านคนในปีที่ผ่านมา (มากกว่าประชากรในประเทศ) ความท้าทายนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่

“รัฐบาลมาเลเซียประกาศเป้าหมายชัดเจนที่จะทำให้ประเทศเป็น “ศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับ SAF” (Regional Hub for Sustainable Aviation Fuel) และการผลิตการบินอวกาศสีเขียว โดยมองว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero ภายในปี 2050 คือโอกาสทางเศรษฐกิจเชิงกลยุทธ์ที่จะดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูงและสร้างงานมูลค่าเพิ่ม”

นอกจากนี้ ยังเปิดเผยความคืบหน้าโครงการ Carbon Capture and Storage (CCS) โดย Petronas ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นศึกษาวิจัยและนำร่อง โครงการนี้มีเป้าหมายในการดักจับการ์บอนจากภาคอุตสาหกรรมหนัก เช่น โรงงานเหล็ก แล้วส่งผ่านท่อความยาวกว่า 300 กิโลเมตร เพื่อนำไปกักเก็บไว้ในบ่อน้ำมันเก่าใต้ทะเลลึก เป็นต้น

อย่างไรก็ดีการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของมาเลเซียในการแสดงศักยภาพฐานะผู้นำด้านพลังงานทดแทนและอุตสาหกรรมโอเลโอเคมีในภูมิภาค ซึ่งจะเป็นต้นแบบสำคัญให้กับกลุ่มประเทศ APEC ในการก้าวสู่ยุคการบินไร้มลพิษอย่างเป็นรูปธรรม” นายหลิว ชิน ตง กล่าวในตอนท้าย

ไทยตื่นตัวเร็วแต่ "ช้า" ในเชิงนโยบาย

ดร.บุรินทร์ สุขพิศาล อดีตผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) กล่าวว่า ปัจจุบันเทรนด์ SAF ในระดับภูมิภาคเดินหน้าไปไกลมาก โดยเฉพาะมาเลเซียที่เริ่มทำในเชิงรุก แม้ว่าประเทศไทยจะมีการตื่นตัวมาก่อนและมีผู้ประกอบการตัดสินใจลงทุนสร้างโรงงานมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาทไปแล้ว แต่ในแง่ของกฎระเบียบและนโยบายภาครัฐไทยยังถือว่าขับเคลื่อนได้ช้ากว่าคู่แข่ง

ในส่วนของวัตถุดิบการรวบรวม น้ำมันพืชใช้แล้ว (UCO) กำลังเป็นปัญหาใหญ่ เนื่องจากในไทยมีแผนจะผลิต SAF ถึง 3 โรงงาน ทำให้เกิดการแย่งชิงวัตถุดิบกันเอง รวมถึงต้องแข่งกับต่างชาติที่เข้ามาแย่งซื้อ UCO ด้วย ทางออกที่น่าสนใจคือการใช้เทคโนโลยีเปลี่ยน น้ำเสียจากโรงสกัดน้ำมันปาล์ม ให้เป็นน้ำมันเครื่องบิน ซึ่งปัจจุบันไทยมีโรงสกัดกว่า 100 แห่ง ผลิตน้ำมันปาล์มได้ 3.8 ล้านตันต่อปี หากนำน้ำเสียมาสกัดน้ำมันตกค้างด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม จะสามารถผลิต SAF ได้ถึง 30-60 ล้านลิตรต่อปีนอกจากนี้ยังมีทางเลือกจากการใช้ เอทานอล แต่ปัจจุบันต้นทุนยังคงสูงอยู่

ปาล์มคือ "ผู้ร้าย" ในสายตาโลก

อุปสรรคที่ยากที่สุดของปาล์มไทยไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือภาพลักษณ์ ดร.บุรินทร์ ระบุว่าหน่วยงานสากลอย่าง ตามที่ประชุมสมัชชาองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO ที่กำกับดูแลมาตรฐาน Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation หรือ CORSIA ซึ่งยังคงไม่สบายใจที่จะยอมรับผลิตภัณฑ์จากปาล์มน้ำมัน เนื่องจากฝังใจกับภาพการบุกรุกป่าบนเกาะบอร์เนียวและการเผาป่าในอดีตของประเทศเพื่อนบ้านเมื่อ 20 ปีก่อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่าอย่างลิงอุรังอุตัง

"ไม่ว่าปาล์มจะมาจากประเทศไหน ฝรั่งมองว่าเป็นผู้ร้ายไปแล้ว แม้เราจะพยายามชี้แจงว่าปาล์มไทยไม่ได้บุกรุกป่าหรือเผาป่าเหมือนที่อื่น แต่ในทางปฏิบัติเขาก็ยังลังเลที่จะยอมรับ แม้แต่ผลิตภัณฑ์จากน้ำเสีย (POME) เขาก็ยังมองว่ามันมีต้นทางมาจากปาล์มอยู่ดี"

บทเรียนจากญี่ปุ่น "ฟางข้าว" สู่ SAF

ดร.บุรินทร์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันกลุ่มทุนญี่ปุ่นเริ่มหันไปให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีไบโอแมส เช่น การนำ "ฟางข้าว" มาผ่านกระบวนการย่อยเซลลูโลสให้เป็นแอลกอฮอล์เพื่อทำ SAF ซึ่งญี่ปุ่นก็ได้เข้ามาสนับสนุนเทคโนโลยีนี้ในไทยที่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี แล้ว เนื่องจากไทยมีเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจำนวนมาก

ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณการใช้น้ำมันเครื่องบินอยู่ที่ประมาณ 6,000 ล้านลิตรต่อปี โดยขณะนี้เริ่มมีการส่งเสริมการผสม SAF ในลักษณะภาคสมัครใจที่สัดส่วน 0.5 - 1% หากไทยสามารถปลดล็อกปัญหาเรื่องภาพลักษณ์และบริหารจัดการวัตถุดิบได้ตลาด SAF จะกลายเป็นโอกาสมหาศาลของเกษตรกรและอุตสาหกรรมพลังงานไทยในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...