โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะลึกข้อต่างแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า LFP และ NMC เลือกแบบไหนดี

Amarin TV

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เจาะลึกข้อแตกต่างของระบบแบตเตอรี่ขับเคลื่อนหลักในรถยนต์ไฟฟ้า 100% แยกประเภทข้อมูลตามโครงสร้างและระยะเวลาการใช้งานเพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น

เพื่อป้องกันความสับสนในการเลือกศึกษาเทคโนโลยีของรถยนต์ไฟฟ้า 100% หรือรถ EV ในปัจจุบัน การแยกข้อมูลของระบบแบตเตอรี่ขับเคลื่อนหลักออกเป็นประเภทอย่างชัดเจนจะช่วยให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้น เนื่องจากระบบกักเก็บพลังงานที่ใช้งานจริงในตลาดประเทศไทยและตลาดโลกมีคุณลักษณะที่แตกต่างกัน เราได้ทำการแบ่งประเภทโครงสร้างทางเคมีรวมถึงระยะเวลาความทนทานของแบตเตอรี่แต่ละชนิด เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถนำข้อมูลไปเปรียบเทียบและชั่งน้ำหนักข้อดีข้อจำกัดได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

ประเภทที่ 1 แบตเตอรี่ Lithium Iron Phosphate หรือ LFP

นี่คือระบบแบตเตอรี่หลักที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าที่เน้นความคุ้มค่าและระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย โดยรายละเอียดของสเปกและคุณสมบัติเฉพาะตัวมีดังต่อไปนี้

  • โครงสร้างทางเคมีภายในประกอบขึ้นด้วยธาตุเหล็กและฟอสเฟตเป็นหลักทำให้มีความเสถียรสูง
  • เป็นเทคโนโลยีที่ค่ายรถยนต์สัญชาติจีนนิยมเลือกนำมาติดตั้งในรถยนต์ไฟฟุ่นเริ่มต้นถึงระดับกลางในไทย
  • จุดเด่นสำคัญคือเรื่องความปลอดภัยเนื่องจากตัวเคมีมีความทนทานต่อความร้อนสูงและโอกาสลุกไหม้ได้ยากมาก
  • มีจำนวนรอบในการชาร์จไฟซ้ำหรือ Cycle Life ที่สูงส่งผลให้มีอายุการใช้งานยาวนานเฉลี่ยประมาณ 10 ถึง 15 ปี
  • ข้อจำกัดคือมีความหนาแน่นของพลังงานหรือ Energy Density ต่ำทำให้น้ำหนักของตัวแบตเตอรี่ค่อนข้างมากในสัดส่วนความจุที่เท่ากัน

ประเภทที่ 2 แบตเตอรี่ Nickel Manganese Cobalt หรือ NMC

สำหรับระบบแบตเตอรี่ประเภทนี้จะถูกจัดวางให้อยู่ในกลุ่มยานยนต์ที่ต้องการพละกำลังสูงและเน้นการทำระยะทางการขับขี่ที่ไกลเป็นพิเศษ โดยมีรายละเอียดข้อเท็จจริงทางเทคนิคดังต่อไปนี้

  • โครงสร้างทางเคมีภายในใช้ส่วนผสมของแร่ธาตุหลักสามชนิดคือนิกเกิล แมงกานีส และโคบอลต์มารวมกัน หรือบางครั้งเรียกว่า Ternary Lithium
  • เป็นเทคโนโลยีที่นิยมใช้อยู่ในรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม รถยนต์ฝั่งยุโรป รวมถึงรถยนต์รุ่นที่เน้นความเร็ว
  • จุดเด่นคือมีความหนาแน่นของพลังงานหรือ Energy Density สูงทำให้จัดเก็บไฟฟ้าได้ปริมาณมากในขนาดกล่องที่เล็กและน้ำหนักเบา
  • มีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8 ถึง 10 ปี โดยความทนทานจะขึ้นอยู่กับการควบคุมระบบความเย็นและพฤติกรรมการชาร์จแบบ DC Fast Charge
  • ข้อจำกัดคือมีต้นทุนการผลิตของวัตถุดิบแร่ธาตุที่ค่อนข้างสูงและมีความไวต่ออุณหภูมิความร้อนสะสมมากกว่ารูปแบบแรก

สรุปความแตกต่างและการใช้งานในประเทศไทย

เมื่อทำการจำแนกรูปแบบการใช้งานในประเทศไทย จะเห็นได้ว่าระบบแบตเตอรี่ทั้งสองประเภทถูกเลือกใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ต่างกันอย่างชัดเจน โดยรถยนต์ไฟฟ้าในไทยที่เน้นความคุ้มค่าตัวรถจะมีราคาเข้าถึงง่ายมักจะใช้งานแบตเตอรี่ประเภท LFP เพื่อความทนทานปลอดภัย ส่วนรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ต้องการขับขี่ระยะทางไกลเป็นพิเศษหรือรถยนต์สมรรถนะสูงก็จะเลือกใช้งานแบตเตอรี่ประเภท NMC เพื่อให้สอดคล้องกับพละกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า

แบตเตอรี่หลักของรถยนต์ไฟฟ้า 100% ถูกแยกออกเป็นสองประเภทอย่างชัดเจนคือ LFP และ NMC ตามส่วนผสมเคมีภายใน ระยะเวลาอายุการใช้งานของ LFP จะอยู่ที่ประมาณ 10 ถึง 15 ปี ส่วน NMC จะมีอายุการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8 ถึง 10 ปี การเข้าใจข้อแตกต่างของแบตเตอรี่แต่ละประเภทจะช่วยให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าได้ตรงกับรูปแบบการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...