เจาะลึกข้อต่างแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า LFP และ NMC เลือกแบบไหนดี
เพื่อป้องกันความสับสนในการเลือกศึกษาเทคโนโลยีของรถยนต์ไฟฟ้า 100% หรือรถ EV ในปัจจุบัน การแยกข้อมูลของระบบแบตเตอรี่ขับเคลื่อนหลักออกเป็นประเภทอย่างชัดเจนจะช่วยให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้น เนื่องจากระบบกักเก็บพลังงานที่ใช้งานจริงในตลาดประเทศไทยและตลาดโลกมีคุณลักษณะที่แตกต่างกัน เราได้ทำการแบ่งประเภทโครงสร้างทางเคมีรวมถึงระยะเวลาความทนทานของแบตเตอรี่แต่ละชนิด เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถนำข้อมูลไปเปรียบเทียบและชั่งน้ำหนักข้อดีข้อจำกัดได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
ประเภทที่ 1 แบตเตอรี่ Lithium Iron Phosphate หรือ LFP
นี่คือระบบแบตเตอรี่หลักที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าที่เน้นความคุ้มค่าและระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย โดยรายละเอียดของสเปกและคุณสมบัติเฉพาะตัวมีดังต่อไปนี้
- โครงสร้างทางเคมีภายในประกอบขึ้นด้วยธาตุเหล็กและฟอสเฟตเป็นหลักทำให้มีความเสถียรสูง
- เป็นเทคโนโลยีที่ค่ายรถยนต์สัญชาติจีนนิยมเลือกนำมาติดตั้งในรถยนต์ไฟฟุ่นเริ่มต้นถึงระดับกลางในไทย
- จุดเด่นสำคัญคือเรื่องความปลอดภัยเนื่องจากตัวเคมีมีความทนทานต่อความร้อนสูงและโอกาสลุกไหม้ได้ยากมาก
- มีจำนวนรอบในการชาร์จไฟซ้ำหรือ Cycle Life ที่สูงส่งผลให้มีอายุการใช้งานยาวนานเฉลี่ยประมาณ 10 ถึง 15 ปี
- ข้อจำกัดคือมีความหนาแน่นของพลังงานหรือ Energy Density ต่ำทำให้น้ำหนักของตัวแบตเตอรี่ค่อนข้างมากในสัดส่วนความจุที่เท่ากัน
ประเภทที่ 2 แบตเตอรี่ Nickel Manganese Cobalt หรือ NMC
สำหรับระบบแบตเตอรี่ประเภทนี้จะถูกจัดวางให้อยู่ในกลุ่มยานยนต์ที่ต้องการพละกำลังสูงและเน้นการทำระยะทางการขับขี่ที่ไกลเป็นพิเศษ โดยมีรายละเอียดข้อเท็จจริงทางเทคนิคดังต่อไปนี้
- โครงสร้างทางเคมีภายในใช้ส่วนผสมของแร่ธาตุหลักสามชนิดคือนิกเกิล แมงกานีส และโคบอลต์มารวมกัน หรือบางครั้งเรียกว่า Ternary Lithium
- เป็นเทคโนโลยีที่นิยมใช้อยู่ในรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม รถยนต์ฝั่งยุโรป รวมถึงรถยนต์รุ่นที่เน้นความเร็ว
- จุดเด่นคือมีความหนาแน่นของพลังงานหรือ Energy Density สูงทำให้จัดเก็บไฟฟ้าได้ปริมาณมากในขนาดกล่องที่เล็กและน้ำหนักเบา
- มีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8 ถึง 10 ปี โดยความทนทานจะขึ้นอยู่กับการควบคุมระบบความเย็นและพฤติกรรมการชาร์จแบบ DC Fast Charge
- ข้อจำกัดคือมีต้นทุนการผลิตของวัตถุดิบแร่ธาตุที่ค่อนข้างสูงและมีความไวต่ออุณหภูมิความร้อนสะสมมากกว่ารูปแบบแรก
สรุปความแตกต่างและการใช้งานในประเทศไทย
เมื่อทำการจำแนกรูปแบบการใช้งานในประเทศไทย จะเห็นได้ว่าระบบแบตเตอรี่ทั้งสองประเภทถูกเลือกใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ต่างกันอย่างชัดเจน โดยรถยนต์ไฟฟ้าในไทยที่เน้นความคุ้มค่าตัวรถจะมีราคาเข้าถึงง่ายมักจะใช้งานแบตเตอรี่ประเภท LFP เพื่อความทนทานปลอดภัย ส่วนรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ต้องการขับขี่ระยะทางไกลเป็นพิเศษหรือรถยนต์สมรรถนะสูงก็จะเลือกใช้งานแบตเตอรี่ประเภท NMC เพื่อให้สอดคล้องกับพละกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า
แบตเตอรี่หลักของรถยนต์ไฟฟ้า 100% ถูกแยกออกเป็นสองประเภทอย่างชัดเจนคือ LFP และ NMC ตามส่วนผสมเคมีภายใน ระยะเวลาอายุการใช้งานของ LFP จะอยู่ที่ประมาณ 10 ถึง 15 ปี ส่วน NMC จะมีอายุการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8 ถึง 10 ปี การเข้าใจข้อแตกต่างของแบตเตอรี่แต่ละประเภทจะช่วยให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าได้ตรงกับรูปแบบการใช้งานในชีวิตประจำวัน