โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พรรคประชาชาติ-เศรษฐกิจ ไม่อนุญาตสภาส่งตัว ‘ชนนพัฒฐ์’ ให้ดีเอสไอตามหมายเรียก

The Reporters

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

พรรคประชาชาติ-เศรษฐกิจ ไม่อนุญาตสภาส่งตัว ‘ชนนพัฒฐ์’ ให้ดีเอสไอตามหมายเรียก ด้าน ‘คริส’ บอกเป็น ‘โรม-ไอซ์-เท้ง’ สภาก็ต้องปกป้อง ขณะ ‘โรม’ สวน รับไม่ได้เทียบคดีต่อสู้ประชาธิปไตยกับอาชญากรรมข้ามชาติ

วันนี้ (29 พ.ค. 69) ในการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาวาระญัตติด่วนเรื่อง ขออนุญาตจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเรียกตัว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม เข้ารับทราบข้อกล่าวหาและสอบสวนปากคำระหว่างสมัยประชุม ตามมาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญ ภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีหนังสือถึงสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกนายชนนพัฒน์เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและสอบสวนปากคำตามข้อสั่งการของอัยการสูงสุด ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญมาตรา 125 วรรคหนึ่ง กำหนดห้ามมิให้มีการเรียกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปทำการสอบสวนในฐานะผู้ต้องหาในคดีอาญาระหว่างสมัยประชุม เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาผู้แทนราษฎร

นายซูกาโน่ มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ ร่วมอภิปรายว่า รัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ร่างขึ้นมาทั้งหมดไม่ได้ให้เอกสิทธิ์ว่า สส. หรือสมาชิกรัฐสภาทุกคนอยู่เหนือกฎหมาย ไม่มีใครในประเทศไทย ที่จะอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ แม้กระทั่งการยกร่างกฎหมาย หากขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็ไม่สามารถบังคับใช้ได้ ดังนั้น การที่เราจะอนุญาตหรือไม่อนุญาต คิดว่าเป็นเรื่องที่พวกเราต้องพิจารณาว่าเอกสิทธิ์ของ สส. นั้นควรจะได้รับความคุ้มครองอยู่ในสมัยประชุมอย่างไรบ้าง การทำหน้าที่ในอดีต ก็มีเสียงที่ไม่มาก ปริ่มน้ำฉะนั้นคณะร่างรัฐธรรมนูญหลายหลายคณะจึงมีการตราในรัฐธรรมนูญ ว่า สส. มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง สามารถไม่ไปรับทราบข้อกล่าวหาได้แต่ต้องมาขอมติขอสภา ยกเว้นเป็นความผิดเฉพาะหน้า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้นั้นคิดว่าในสมัยประชุมนี้เหลือเวลาอีกเดือนเศษหลังปิดประชุมเอกสิทธิ์การคุ้มครองก็จะสิ้นสุดไปในฐานะสสคนหนึ่งคิดว่าเราต้องรักษาหลักการและมาตรฐานที่สภาผู้แทนราษฎรได้ถือปฏิบัติมาโดยตลอดคือไม่อนุญาตให้เอาตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปรับทราบข้อกล่าวหาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสมัยประชุมยกเว้น เพื่อนสมาชิกที่ถูกทางดีเอสไอเรียกตัวไปยืนยันกับสภาว่าจะใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองหรือยกเว้นเอกสิทธิ์คุ้มครอง หากผู้ถูกเรียกตัวไปไม่ใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองสภาก็ต้องอนุญาตหรือตามสิทธิ์ที่ขอด้วยเช่นกัน

ขณะที่นายคริส โปตระนันท์ ยืนยันว่า จะไม่ส่งตัวนานชนนพัฒฐ์ ซึ่งหากวันนี้นายรังสิมันต์ โรม และนางสาวรักชนก ศรีนอก รวมถึงนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล แล้วถูกออกหมายจับหรือหมายเรียก ตนเองจะโหวตลักษณะเดียวกันคือไม่ส่งบุคคลเหล่านี้ไปให้รัฐบาลดำเนินคดี ซึ่งเอกสิทธิ์นี้เขียนขึ้นตั้งแต่ 2475 ดังนั้นอย่าปล่อยให้ขบวนการเข้ามาด่อยค่า ลดอำนาจ ลดศักดิ์ศรี ของสภาผู้แทนราษฎร และวันนี้เขายังไม่ได้ถูกศาลตัดสิน อีกทั้งยังเป็นสมาชิกสภา จึงต้องยึดหลักการจะไม่ยอมให้ฝ่ายบริหารเข้ามาแทรกแซง หรือทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ได้

ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม ได้ขอใช้สิทธิ์พาดพิงไม่ควรนำกรณีของพวนตนไปเปรียบเทียบกับเคสอาชญากรรมข้ามชาติ การฟอกเงิน ซึ่งที่ผ่านมาในการถูกดำเนินคดีส่วนใหญ่จะเป็นการเรียกร้องประชาธิไตย เรียกร้องในสิ่งที่ควรจะเป็น และวันนี้การจะใช้เอกสิทธิ์ ไม่ใช่เพียงแค่สมาชิกถูกดำเนินคดีและได้รับสิทธิ์ 100% แต่ต้องดูเนื้อหาของคดี และหากสภาฯมติไม่ส่งนายชนนพัฒฐ์ จะเป็นการส่งสัญญาณว่าต่อไปนี้ทุนสีเทา คนที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติจะได้รับความคุ้มกันจากสภาฯ พร้อมย้ำว่า ต้องดูในเรื่องเนื้อหาของคดี จะเอาไปเปรียบเทียบกับคนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิไตย ซึ่งตนเองถือว่าไม่ถูกต้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...