โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จีนประกาศ สัมพันธ์กับแคนาดา “ฟื้นเต็มรูปแบบ” หลังร้าวลึกนานหลายปี

เดลินิวส์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • เดลินิวส์
จีนและแคนาดาเห็นพ้องรื้อฟื้นกลไกหารือด้านการเมือง ความมั่นคง และหลักนิติธรรม หลังความสัมพันธ์ตึงเครียดมานาน พร้อมทั้งเดินหน้าขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าอีกครั้ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับผลการเยือนแคนาดาของนายหวัง อี้ รมว.การต่างประเทศจีน ในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนเดินทางมาเยือนแคนาดาอย่างเป็นทางการว่า "ความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง การแลกเปลี่ยนและความร่วมมือในทุกด้านได้รับการฟื้นฟูโดยสมบูรณ์แล้ว และประเด็นความกังวลหลักด้านเศรษฐกิจและการค้าของทั้งสองฝ่าย ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม"

แถลงการณ์ระบุเสริมว่า ทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่จะรื้อฟื้นการปรึกษาหารือ เกี่ยวกับประเด็นทางการเมืองและความมั่นคงในระดับกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงการเปิดฉากการเจรจาระดับสูงว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติและหลักนิติธรรม

ก่อนหน้านี้ ความสัมพันธ์ระหว่างแคนาดากับจีน เคยตกต่ำลงอย่างรุนแรงจนถึงขั้นแช่แข็ง หลังแคนาดาจับกุมผู้บริหารระดับสูงของบริษัทหัวเว่ย เมื่อปี 2561 จนทำให้จีนดำเนินมาตรการตอบโต้ และความสัมพันธ์ยิ่งตึงเครียดมากขึ้นจากข้อกล่าวหาที่ว่า จีนเข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้งของแคนาดาในปี 2562 และ 2564 ซึ่งรัฐบาลปักกิ่งปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวมาโดยตลอด

อนึ่ง หวังกล่าวระหว่างการหารือกับนางอนิตา อนันด์ รมว.การต่างประเทศแคนาดา ว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับแคนาดาต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ "พลิกผันและยากลำบาก" ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุด้วยว่า อนันด์กล่าวกับหวัง ว่า แคนาดา "ตั้งเป้าที่จะเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปยังประเทศจีนให้ได้ 50% ก่อนปี 2573" หลังข้อมูลวิเคราะห์โดยมหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตาของแคนาดา ระบุว่า มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศสูงเกือบ 90,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.93 ล้านล้านบาท) เมื่อปี 2568 เพิ่มขึ้น 4.9% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี โดยได้แรงสนับสนุนจากการส่งออกของแคนาดาไปยังจีนที่พุ่งสูงขึ้นถึง 13.8%.

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...