โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครม.ไฟเขียวคลัง ออกสลากการกุศล 2.1 พันล้าน

INN News

อัพเดต 3 มิถุนายน 2569 เวลา 0.37 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

ครม.ไฟเขียวคลัง ออกสลากการกุศล 2.1 พันล้าน หนุน 3 โครงการสำคัญ ด้านสาธารณสุข-วัฒนธรรม มอบกองสลากฯ กำกับดูแลใกล้ชิด อนุมัติลงนาม MOC ส่งแรงงานไทยไปญี่ปุ่นระบบใหม่ "ESD" ยกระดับทักษะ-คุ้มครองสิทธิ-เปลี่ยนนายจ้างได้ เริ่ม 1 เม.ย. 2570

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังดำเนินโครงการออกสลากการกุศลเพื่อสนับสนุนโครงการที่ผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการพิจารณาโครงการสลากการกุศล จำนวน 3 โครงการ รวมวงเงินทั้งสิ้น 2,179.24 ล้านบาท ดังนี้

1. โครงการสนับสนุนครุภัณฑ์ทางการแพทย์เพื่อเสริมศักยภาพโรงพยาบาลในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบชายแดนไทย - กัมพูชา วงเงิน 990.72 ล้านบาท
2. โครงการส่งเสริมและสร้างการรับรู้ทางวัฒนธรรมและภาพลักษณ์ความเป็นไทย วงเงิน 800 ล้านบาท
3. โครงการขับเคลื่อนการนำทุนทางวัฒนธรรมเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ วงเงิน 388.52 ล้านบาท

ในการนี้ ครม. ยังมอบหมายให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบการจัดพิมพ์ จัดจำหน่าย จ่ายเงินรางวัล และประสานงานกับหน่วยงานเจ้าของโครงการเพื่อดำเนินการ ตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งให้ผู้รับใบอนุญาตออกสลากการกุศล เสียภาษีการพนันในอัตราร้อยละ 0.5 ของยอดราคาสลากที่มีผู้รับซื้อก่อนหักรายจ่ายตามกฎกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ให้จัดทำแผนการออกสลากการกุศลและแผนการใช้เงินของแต่ละโครงการ และรายงานต่อ คกก. พิจารณาโครงการฯ เพื่อประโยชน์ในการกำกับ ติดตามการดำเนินโครงการที่ได้รับการสนับสนุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้

ด้าน ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างบันทึกความร่วมมือโครงการการจ้างงานเพื่อการพัฒนาทักษะ (MOC) ระหว่างกระทรวงแรงงานไทยและหน่วยงานภาครัฐของประเทศญี่ปุ่น พร้อมอนุมัติให้ปลัดกระทรวงแรงงานและอธิบดีกรมการจัดหางานเป็นผู้ลงนาม ซึ่งการจัดทำ MOC ครั้งนี้ เป็นการรองรับนโยบายนำเข้าแรงงานใหม่ของญี่ปุ่น ภายใต้ชื่อ “ระบบการจ้างงานเพื่อการพัฒนาทักษะ” (ESD) ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2570

ทั้งนี้ ร่างบันทึกความร่วมมือนี้ จะมีประโยชน์ต่อแรงงานไทยอย่างมาก โดยจะช่วยยกระดับการพัฒนาทักษะแรงงานไทยให้มีทักษะอาชีพเทียบเท่า “แรงงานทักษะเฉพาะ หมายเลข 1” ผ่านการทำงานในญี่ปุ่น 3 ปี และยังช่วยคุ้มครองสิทธิความท่าเทียม เพราะแรงงานไทยจะได้รับสิทธิและการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานและความปลอดภัย เช่นเดียวกับลูกจ้างชาวญี่ปุ่น ไม่ถูกเลือกปฏิบัติหรือเอารัดเอาเปรียบ นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไขที่ยืดหยุ่นขึ้น อนุญาตให้แรงงานขอย้ายงาน หรือเปลี่ยนนายจ้างได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดและจะมีมาตรการร่วมกับสถานทูตไทยดูแลให้แรงงานและครอบครัวเดินทางกลับประเทศอย่างราบรื่นเมื่อสิ้นสุดโครงการ

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า MOC ฉบับนี้มีอายุบังคับใช้ 5 ปี (ต่ออายุอัตโนมัติคราวละ 5 ปี) โดยกระทรวงการต่างประเทศยืนยันไม่เป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การลงนามครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาดแรงงาน ยกระดับสิทธิประโยชน์ของคนไทยในญี่ปุ่นให้ได้รับความเป็นธรรม และนำทักษะกลับมาพัฒนาประเทศ

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...