ครม.ไฟเขียวคลัง ออกสลากการกุศล 2.1 พันล้าน
ครม.ไฟเขียวคลัง ออกสลากการกุศล 2.1 พันล้าน หนุน 3 โครงการสำคัญ ด้านสาธารณสุข-วัฒนธรรม มอบกองสลากฯ กำกับดูแลใกล้ชิด อนุมัติลงนาม MOC ส่งแรงงานไทยไปญี่ปุ่นระบบใหม่ "ESD" ยกระดับทักษะ-คุ้มครองสิทธิ-เปลี่ยนนายจ้างได้ เริ่ม 1 เม.ย. 2570
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังดำเนินโครงการออกสลากการกุศลเพื่อสนับสนุนโครงการที่ผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการพิจารณาโครงการสลากการกุศล จำนวน 3 โครงการ รวมวงเงินทั้งสิ้น 2,179.24 ล้านบาท ดังนี้
1. โครงการสนับสนุนครุภัณฑ์ทางการแพทย์เพื่อเสริมศักยภาพโรงพยาบาลในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบชายแดนไทย - กัมพูชา วงเงิน 990.72 ล้านบาท
2. โครงการส่งเสริมและสร้างการรับรู้ทางวัฒนธรรมและภาพลักษณ์ความเป็นไทย วงเงิน 800 ล้านบาท
3. โครงการขับเคลื่อนการนำทุนทางวัฒนธรรมเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ วงเงิน 388.52 ล้านบาท
ในการนี้ ครม. ยังมอบหมายให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบการจัดพิมพ์ จัดจำหน่าย จ่ายเงินรางวัล และประสานงานกับหน่วยงานเจ้าของโครงการเพื่อดำเนินการ ตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งให้ผู้รับใบอนุญาตออกสลากการกุศล เสียภาษีการพนันในอัตราร้อยละ 0.5 ของยอดราคาสลากที่มีผู้รับซื้อก่อนหักรายจ่ายตามกฎกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ให้จัดทำแผนการออกสลากการกุศลและแผนการใช้เงินของแต่ละโครงการ และรายงานต่อ คกก. พิจารณาโครงการฯ เพื่อประโยชน์ในการกำกับ ติดตามการดำเนินโครงการที่ได้รับการสนับสนุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้
ด้าน ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างบันทึกความร่วมมือโครงการการจ้างงานเพื่อการพัฒนาทักษะ (MOC) ระหว่างกระทรวงแรงงานไทยและหน่วยงานภาครัฐของประเทศญี่ปุ่น พร้อมอนุมัติให้ปลัดกระทรวงแรงงานและอธิบดีกรมการจัดหางานเป็นผู้ลงนาม ซึ่งการจัดทำ MOC ครั้งนี้ เป็นการรองรับนโยบายนำเข้าแรงงานใหม่ของญี่ปุ่น ภายใต้ชื่อ “ระบบการจ้างงานเพื่อการพัฒนาทักษะ” (ESD) ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2570
ทั้งนี้ ร่างบันทึกความร่วมมือนี้ จะมีประโยชน์ต่อแรงงานไทยอย่างมาก โดยจะช่วยยกระดับการพัฒนาทักษะแรงงานไทยให้มีทักษะอาชีพเทียบเท่า “แรงงานทักษะเฉพาะ หมายเลข 1” ผ่านการทำงานในญี่ปุ่น 3 ปี และยังช่วยคุ้มครองสิทธิความท่าเทียม เพราะแรงงานไทยจะได้รับสิทธิและการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานและความปลอดภัย เช่นเดียวกับลูกจ้างชาวญี่ปุ่น ไม่ถูกเลือกปฏิบัติหรือเอารัดเอาเปรียบ นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไขที่ยืดหยุ่นขึ้น อนุญาตให้แรงงานขอย้ายงาน หรือเปลี่ยนนายจ้างได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดและจะมีมาตรการร่วมกับสถานทูตไทยดูแลให้แรงงานและครอบครัวเดินทางกลับประเทศอย่างราบรื่นเมื่อสิ้นสุดโครงการ
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า MOC ฉบับนี้มีอายุบังคับใช้ 5 ปี (ต่ออายุอัตโนมัติคราวละ 5 ปี) โดยกระทรวงการต่างประเทศยืนยันไม่เป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การลงนามครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาดแรงงาน ยกระดับสิทธิประโยชน์ของคนไทยในญี่ปุ่นให้ได้รับความเป็นธรรม และนำทักษะกลับมาพัฒนาประเทศ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews