โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘ขนส่งฯ’ แจงไม่บังคับเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถ EV ย้ำรถจดทะเบียนเดิมใช้ป้ายเดิมได้

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 มิถุนายน 2569 เวลา 20.24 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘ขนส่งทางบก’ แจงร่างกฎกระทรวงกำหนดป้ายทะเบียนพื้นสีฟ้าสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นประชาชน ยันรถ EV ที่จดทะเบียนแล้วไม่ต้องเปลี่ยนป้ายใหม่ แนะติดเครื่องหมายพิเศษภายใน 1 ปีหลังกฎหมายมีผล ช่วยเพิ่มความปลอดภัย การกู้ภัย และรองรับสิทธิประโยชน์ในอนาคต

1 มิ.ย.2569-นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อมวลชนเกี่ยวกับการกำหนดให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ต้องเปลี่ยนมาใช้ป้ายทะเบียนพื้นสีฟ้าสะท้อนแสง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อประชาชนนั้น ขอชี้แจงว่า ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และยังไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายแต่อย่างใด อีกทั้ง กรม ฯ ไม่มีการบังคับให้รถ EV ที่จดทะเบียนไปแล้วต้องมาเปลี่ยนเป็นแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ ผู้ใช้รถยังสามารถใช้แผ่นป้ายทะเบียนเดิมได้ตามปกติ

ทั้งนี้ กรมฯขอชี้แจงเพิ่มเติมถึงสาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงกำหนดขนาด ลักษณะ และสีของแผ่นป้ายทะเบียนรถฯ ว่า เป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยและสนับสนุนนโยบายลดมลพิษ (PM 2.5) โดยมีรายละเอียดข้อเสนอ ดังนี้1. รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล (จดทะเบียนใหม่) กำหนดให้ใช้แผ่นป้ายทะเบียน "พื้นสีฟ้าสะท้อนแสง"

2. รถไฟฟ้าสาธารณะ และรถใช้งานเฉพาะทาง ให้ใช้แผ่นป้ายทะเบียนสีเดิม แต่กำหนดให้ติด "เครื่องหมายพิเศษ" ที่แผ่นป้ายทะเบียนเดิม และ3. รถ EV เก่าที่จดทะเบียนไปแล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ (รวมถึงป้ายประมูลและป้ายขาวเดิม) โดยจะใช้เพียงการติด "เครื่องหมายพิเศษ" ที่แผ่นป้ายทะเบียนเดิมเท่านั้น ซึ่งเจ้าของรถจะมีเวลาดำเนินการภายใน 1 ปี นับแต่วันที่กฎกระทรวงมีผลบังคับใช้

นายสรพงศ์ กล่าวว่า กรณีที่ต้องแยกความแตกต่างของป้ายทะเบียนรถ EV ให้เห็นชัดเจนทางกายภาพ แม้ว่ากรมการขนส่งทางบกจะมีข้อมูลระบุประเภทพลังงานของรถแต่ละคันในฐานข้อมูลระบบอยู่แล้ว แต่การกำหนดให้ป้ายทะเบียนรถ EV มีลักษณะเฉพาะทางกายภาพที่มองเห็นได้ชัดเจนจากภายนอก มีจุดประสงค์เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ทั้งประโยชน์ด้านความปลอดภัยและการกู้ภัย ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

ทั้งนี้ เมื่อประชาชนทั่วไป หน่วยงานกู้ภัย หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะสามารถแยกแยะได้ทันทีด้วยสายตาว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจำเป็นต้องใช้ขั้นตอนและอุปกรณ์ระงับเหตุเฉพาะทางสำหรับแบตเตอรี่แรงดันสูง เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วไหลหรือเพลิงไหม้ได้อย่างทันท่วงทีและปลอดภัย รวมถึงการกำกับดูแลคุณภาพของแบตเตอรี่ และอุณหภูมิของแบตเตอรี่ในระยะยาว จึงจำเป็นจะต้องดูแลใกล้ชิดเมื่อมีอายุถึงเกณฑ์ที่จะต้องกำกับดูแลเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ ในอนาคตหน่วยงานอื่นสามารถนำไปกำหนดการรับสิทธิประโยชน์อื่นจากการมีป้ายทะเบียนที่แยกประเภทที่ชัดเจน จะช่วยอำนวยความสะดวกให้หน่วยงานอื่น ๆ เช่น ผู้ให้บริการทางด่วน ห้างสรรพสินค้า หรือพื้นที่ควบคุมมลพิษ (Zero Emission Zone) สามารถบริหารจัดการและมอบสิทธิประโยชน์พิเศษให้แก่ผู้ใช้รถ EV ได้ทันทีโดยที่เจ้าหน้าที่หน้างานไม่ต้องเสียเวลาตรวจสอบจากฐานข้อมูล

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน จึงขอเชิญชวนให้ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าและประชาชนทั่วไป ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างหลักการของกฎกระทรวงฉบับนี้ ได้ที่เว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย www.law.go.th หัวข้อ “การแก้ไขกฎกระทรวงเกี่ยวกับแผ่นป้ายทะเบียนรถ (ป้ายทะเบียนรถไฟฟ้า)” เพื่อนำความคิดเห็นมาปรับปรุงกฎหมายให้เกิดประโยชน์สูงสุด และตอบโจทย์การใช้งานของประชาชนอย่างแท้จริงก่อนการประกาศบังคับใช้ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...