โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

GULF โบรก แนะนำ “ซื้อ” เป้า 82.00 บาท

ทันหุ้น

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #GULF โบรก แนะนำ “ซื้อ” เป้า 82.00 บาท

บล.โกลเบล็ก : บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานกำไรสุทธิหลักไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 9,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% YoY และ 18% QoQ สะท้อนความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจที่มีความหลากหลายและเชื่อมโยงกันทั้งธุรกิจพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และโทรคมนาคม ขณะที่กำไรสุทธิรายงานอยู่ที่ 8,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% YoY และทรงตัวจากไตรมาสก่อน

ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นสู่ 5,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% YoY แม้ลดลง 20% QoQ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากหลายธุรกิจ ได้แก่ โรงไฟฟ้า HKP, การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก Advanced Info Service (ADVANC), โรงไฟฟ้า BKR2 และโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรของกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP ถูกกดดันจากราคาก๊าซ LNG ที่สูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 289.1 บาทต่อล้านบีทียู เพิ่มขึ้น 4% QoQ แม้จะลดลง 13% YoY

ADVANC ยังคงเป็นแหล่งกำไรสำคัญที่สุดของ GULF โดยในไตรมาส 1/2569 รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC จำนวน 4,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% YoY แม้ลดลง 7% QoQ และคิดเป็น 48% ของกำไรสุทธิหลักทั้งหมดของ GULF ปัจจัยสนับสนุนมาจากการเพิ่มขึ้นของ ARPU การบริหารต้นทุนคลื่นความถี่ที่มีประสิทธิภาพ และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยนักวิเคราะห์คาดว่า ADVANC จะยังคงเป็นเครื่องยนต์กำไรหลักของ GULF ต่อเนื่องในช่วงปี 2569 เป็นต้นไป

นอกจากธุรกิจโทรคมนาคมแล้ว GULF ยังมีฐานกำไรจากธุรกิจโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดยหากไม่รวม ADVANC บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าและธุรกิจอื่นรวม 1,100 ล้านบาทในไตรมาสแรก ประกอบด้วยการลงทุนใน GJP, HKP, Jackson, BKR2, PTT NGD และ GGC ซึ่งยังสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงให้กับกลุ่ม

นักวิเคราะห์มองว่า Data Center จะกลายเป็นเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ของ GULF ภายในปี 2570 หลังบริษัททยอยลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ AI อย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าการผสมผสานระหว่างธุรกิจพลังงาน โทรคมนาคม และ Data Center จะช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว

อีกหนึ่งปัจจัยที่น่าสนใจคือกลยุทธ์การลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ของ GULF ผ่านการเข้าถือหุ้นในหลายบริษัท เช่น Kasikornbank (KBANK), Krung Thai Bank (KTB) และ Minor International (MINT) ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการลงทุนเพื่อเรียนรู้ระบบนิเวศทางธุรกิจและสร้างโอกาสต่อยอดในอนาคต มากกว่าการลงทุนทางการเงินเพียงอย่างเดียว โดย GULF มีประวัติสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนเชิงกลยุทธ์ได้ดีในอดีต

สำหรับประมาณการปี 2569 นักวิเคราะห์คาดว่ารายได้จะอยู่ที่ 135,832 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 36,719 ล้านบาท ลดลง 54.1% จากปีก่อน เนื่องจากปี 2568 มีรายการพิเศษขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม คาดว่ากำไรจะกลับมาเติบโต 14.8% ในปี 2570 และ 25.7% ในปี 2571 สู่ระดับ 42,170 ล้านบาท และ 53,003 ล้านบาท ตามลำดับ

ฝ่ายวิจัย Globlex Securities ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 82.00 บาท อิงวิธี Sum-of-the-Parts (SoTP) โดยมองว่า GULF เป็นหนึ่งในบริษัทโครงสร้างพื้นฐานที่มีความครบวงจรมากที่สุดของไทย ครอบคลุมธุรกิจพลังงาน โทรคมนาคม โครงสร้างพื้นฐาน และ Data Center ซึ่งล้วนเป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับเมกะเทรนด์การเติบโตในระยะยาวของประเทศ

ณ ราคาหุ้น 58.75 บาท ราคาเป้าหมายดังกล่าวสะท้อนอัพไซด์ประมาณ 39.6% ขณะที่หุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2569 ราว 23.9 เท่า และ PBV 2.44 เท่า โดยนักวิเคราะห์เชื่อว่าการเติบโตของธุรกิจ Data Center และ AI จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับมูลค่าของ GULF ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...