รองผู้ว่าฯ เชียงรายชี้ ‘ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม’ หนุนเชื่อมสัมพันธ์ เสริมความเข้าใจ ‘จีน-ไทย’
× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป
เหอเฝย, 1 มิ.ย. (ซินหัว) — งานเสวนานายกเทศมนตรีโลก ประจำปี 2026 (2026 Global Mayors Dialogue) จัดขึ้น ณ เมืองหวงซาน มณฑลอันฮุย ทางตะวันออกของจีน ระหว่างวันที่ 28-31 พ.ค. ที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด “สรรค์สร้างอารยธรรมร่วมกัน มรดกโลกเจิดจรัสคู่ธานี: การเสริมพลังระหว่างมรดกโลกกับการพัฒนาเมือง” โดยดึงดูดนายกเทศมนตรีและผู้แทนเมืองจาก 10 ประเทศทั่วโลก อาทิ จีน เยอรมนี และไทย มาร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ ในประเด็นการอนุรักษ์มรดกโลก การสืบทอดทางวัฒนธรรม และการพัฒนาเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายของไทย หนึ่งในผู้ร่วมงานเสวนา กล่าวในการสัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวซินหัว เมื่อวันศุกร์ (29 พ.ค.) ว่าการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมช่วยทลายกำแพงทางภูมิศาสตร์และเชื่อมโยงผู้คนให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น นับเป็นสื่อกลางสำคัญในการส่งเสริมความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างประชาชนสองประเทศ
ประเสริฐระบุว่าแม้เมืองหวงซานและจังหวัดเชียงรายจะอยู่ห่างไกลกัน ทว่ามีอัตลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและแนวคิดการพัฒนาเมืองสอดคล้องกันอย่างมาก ทั้งสองเมืองให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการสืบทอดวัฒนธรรม และได้สร้างรูปแบบการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งยังมุ่งสร้างประโยชน์ต่อประชาชนผ่านการอนุรักษ์วัฒนธรรม รวมถึงเป็นพลังส่งเสริมการพัฒนาเมือง
ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทางรถไฟจีน-ลาวได้อำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามพรมแดน ขณะที่โครงการทางรถไฟจีน-ไทยก็มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของไทยยังสนับสนุนให้องค์กรการท่องเที่ยวภายในประเทศเจรจากับบริษัทและผู้ประกอบการท่องเที่ยวของจีนอย่างแข็งขัน ความร่วมมือด้านคมนาคมและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ยกระดับอย่างต่อเนื่อง ช่วยกระตุ้นศักยภาพมหาศาลของการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน และความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของสองประเทศ
กระแสการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมข้ามพรมแดนระหว่างอันฮุยและไทยยังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยข้อได้เปรียบด้านทรัพยากรที่เกื้อหนุนกัน ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เมืองหวงซานยังได้บังคับใช้นโยบายแวะเปลี่ยนเครื่อง (transit) แบบฟรีวีซ่า ระยะ 240 ชั่วโมง ส่งผลให้เส้นทางบินตรงระหว่างหวงซาน-กรุงเทพฯ ให้บริการได้อย่างราบรื่น
ประเสริฐกล่าวว่าประชาชนไทยและจีนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน ทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์ของเชียงรายและอันฮุย ช่วยให้ประชาชนทั้งสองประเทศเข้าใจวัฒนธรรมของกันและกันได้ดีขึ้น ถือเป็นรูปแบบการทูตระหว่างประชาชนที่เรียบง่ายและอบอุ่นใจมากที่สุด การปฏิสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ไม่เพียงทำลายกำแพงทางภูมิศาสตร์ลงได้ แต่ยังช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ทำให้มิตรภาพอันยาวนานระหว่างไทยกับจีนหยั่งรากลึกในใจผู้คนได้อย่างแท้จริง
รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายยังชื่นชมงานด้านการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากมรดกทางวัฒนธรรมของเมืองหวงซาน ว่าได้ทำให้หมู่บ้านโบราณ อาคาร และมรดกทางวัฒนธรรมต่างๆ กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนเข้าถึงและสัมผัสได้ สะท้อนถึงการผสานงานอนุรักษ์ การสืบทอด และการใช้ประโยชน์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ควรค่าต่อการศึกษาและนำไปปรับใช้กับเชียงราย
ประเสริฐยังกล่าวชื่นชมการนำเทคโนโลยีชุดหุ่นยนต์ “เอ็กโซสเกลเลตัน” (Exoskeleton) มาเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยว ว่าเป็นนวัตกรรมที่จีนใช้เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพราะการเที่ยวในพื้นที่ภูเขามีข้อจำกัดค่อนข้างสูง อุปกรณ์เหล่านี้จึงช่วยลดอุปสรรคให้นักท่องเที่ยวที่มีข้อจำกัดด้านร่างกายสามารถสัมผัสความงดงามของหวงซานได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น ช่วยยกระดับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว และทำให้มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นแนวคิดใหม่สำหรับการเปลี่ยนแปลงและยกระดับเมืองท่องเที่ยวระดับโลก
ประเสริฐทิ้งท้ายว่าเมื่อเมืองต่างๆ เชื่อมโยงถึงกัน ก็จะเกิดการผสานของอารยธรรม และก่อให้เกิดมิตรภาพที่ยั่งยืน และยินดีที่จะกระชับความสัมพันธ์ฉันมิตรระดับท้องถิ่นระหว่างไทย-จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไป