ด่วน! “อิหร่าน” โจมตีบาห์เรน-คูเวต-จอร์แดน ประเทศอ่าวอาหรับยกระดับมาตรการป้องกันภัย
"อิหร่าน" โจมตีบาห์เรน-คูเวต-จอร์แดน ตอบโต้หลังสหรัฐเปิดปฏิบัติการทางทหารเหตุเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ถูกยิงตก ส่งผลให้หลายประเทศอ่าวอาหรับยกระดับมาตรการป้องกันภัย
วันที่ 10 มิถุนายน 2659 เวลา 11.08 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอีกขั้น หลังสหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่าน เพื่อตอบโต้เหตุเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ของกองทัพสหรัฐถูกยิงตกใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้หลายประเทศในอ่าวอาหรับต้องยกระดับมาตรการป้องกันภัยทางอากาศ ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งอาจลุกลามในวงกว้าง
สำนักข่าว AP รายงานว่า กองทัพจอร์แดนสามารถสกัดขีปนาวุธของอิหร่านได้อย่างน้อย 5 ลูก ขณะที่บาห์เรนประกาศสัญญาณเตือนภัยทั่วประเทศ และคูเวตเปิดใช้งานระบบป้องกันภัยทางอากาศเพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เกิดขึ้น
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า กองทัพสหรัฐได้ดำเนิน "ปฏิบัติการป้องกันตนเอง" (Self-Defense Strikes) เมื่อคืนวันอังคาร เพื่อตอบโต้เหตุเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64 Apache ของกองทัพบกสหรัฐถูกยิงตกเมื่อวันก่อนหน้า โดยระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการตอบโต้ที่ได้สัดส่วนต่อการกระทำที่สหรัฐ มองว่าเป็นการรุกรานโดยไม่มีเหตุอันสมควรจากอิหร่าน
ต่อมา CENTCOM เปิดเผยว่า ปฏิบัติการทางทหารได้เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยเป้าหมายที่ถูกโจมตีประกอบด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศ สถานีควบคุมภาคพื้นดิน และสถานีเรดาร์เฝ้าระวังของอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
เหตุปะทะรอบล่าสุดสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งแม้ยังมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ แต่ก็เผชิญเหตุปะทะเป็นระยะ และยิ่งทำให้โอกาสในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างทั้งสองฝ่ายห่างไกลออกไป
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า เขาเป็นผู้สั่งการโจมตีดังกล่าว หลังกล่าวหาอิหราณว่าเป็นผู้ยิงเฮลิคอปเตอร์สหรัฐฯ ที่กำลังลาดตระเวนบริเวณช่องแคบฮอร์มุซตก พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการตอบโต้
ทรัมป์ระบุผ่าน Truth Social ว่า นักบินทั้งสองนายปลอดภัยและไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่สหรัฐจำเป็นต้องตอบสนองต่อการโจมตีดังกล่าว
ด้านสื่อทางการอิหร่านรายงานว่า มีเสียงระเบิดเกิดขึ้นหลายจุดในพื้นที่รอบช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านรายงานว่า เตหะรานจะตอบโต้การปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังไม่ได้ออกมายอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็นผู้ยิงเฮลิคอปเตอร์สหรัฐตก โดยสถานีโทรทัศน์ IRIB ของรัฐบาลอิหร่านยืนยันว่า ไม่มีการปฏิบัติการทางทหารเชิงรุกในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนเกิดเหตุ
ก่อนหน้าการโจมตีของสหรัฐฯ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เตือนว่า กองกำลังต่างชาติที่อยู่ใกล้ดินแดนอิหร่านมีความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ ความผิดพลาด หรือการตกเป็นเป้าของการปะทะกันโดยไม่ตั้งใจ พร้อมระบุว่า"วิธีลดความเสี่ยงที่ดีที่สุดคือการออกไปจากภูมิภาค"
อารักชียังกล่าวว่า อิหร่านต้องการใช้แนวทางการทูตเป็นหลัก แต่ก็พร้อมใช้ภาษาอื่น หากจำเป็น ซึ่งเป็นถ้อยคำที่ถูกตีความว่าเป็นการส่งสัญญาณถึงทางเลือกทางทหาร
คำเตือนดังกล่าวสอดคล้องกับท่าทีของโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ซึ่งโพสต์ข้อความในลักษณะเดียวกันว่า "เราชอบภาษาของการทูต แต่เราพูดภาษาอื่นได้คล่องกว่า" พร้อมเตือนว่า หากอีกฝ่ายละเมิดพันธกรณี อิหร่านก็พร้อมตอบโต้ในรูปแบบที่ตนเองถนัดที่สุด
ความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังจากทรัมป์แสดงความเชื่อมั่นว่า สหรัฐฯ และอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงฉบับใหม่ที่จะยุติข้อพิพาทด้านโครงการนิวเคลียร์ และนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง
ทรัมป์กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ข้อตกลงดังกล่าวอาจลงนามได้ภายใน 2-3 วัน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม ขณะที่สงครามระหว่างทั้งสองฝ่ายได้ยืดเยื้อเกิน 100 วันแล้ว
สำหรับเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกนั้น CENTCOM เปิดเผยว่า เครื่อง AH-64 Apache ประสบเหตุใกล้ชายฝั่งโอมานเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยในแถลงการณ์ฉบับแรกไม่ได้ระบุว่าเป็นการถูกยิงตก และยังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุ
ทหารทั้งสองนายได้รับการช่วยเหลือภายในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยกองกำลังเรือรบสหรัฐและหน่วยพลร่มที่ 82 ก่อนจะถูกนำตัวออกจากพื้นที่อย่างปลอดภัย
ขณะที่สื่อทางการอิหร่าน Press TV ตอบโต้คำกล่าวของทรัมป์ด้วยการโพสต์ข้อความเย้ยหยันว่า "ไหนว่ากองทัพอิหร่านถูกทำลายจนหมดแล้ว?" สะท้อนสงครามข้อมูลข่าวสารที่ดำเนินควบคู่ไปกับการเผชิญหน้าทางทหารในภูมิภาค
ล่าสุด กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม มีกำหนดเดินทางไปยังฐานทัพกวนตานาโมในคิวบา และกองบัญชาการกลางสหรัฐในรัฐฟลอริดา เพื่อพบปะกำลังพลและติดตามสถานการณ์ความมั่นคงในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
https://www.cnbc.com/2026/06/09/trump-iran-helicopter-hormuz-strait.html
https://www.cnbc.com/2026/06/09/trump-iran-helicopter-hormuz-strait.html