จับตา สศช. ปรับ GDP ไทย ปี 2569 ครั้งใหม่ รับผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง
18 พฤษภาคม 2569 เวลา 9.30 น. นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เตรียมแถลงข่าวรายงาน ภาวะเศรษฐกิจไทย ไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 และแนวโน้มปี 2569 โดยต้องติดตามการปรับตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ของไทย ครั้งใหม่ ภายหลังการเกิดสถานการณ์วิกฤตในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซี่งส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานต้นทุนหลักของภาคการขนส่ง และมีผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลก
ก่อนหน้านี้ในช่วงการแถลงข่าว GDP ครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา สศช. ประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวในช่วง 1.5 -2.5% (ค่ากลางการประมาณการ 2%) เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 1.2 – 2.2%
โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน การเพิ่มขึ้นของกรอบงบประมาณภาครัฐทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่อง และปริมาณน้ำที่เอื้ออำนวยต่อการขยายตัวของการผลิตภาคการเกษตร
แต่อย่างไรก็ดีภายหลังจากนั้นไม่นานได้เกิดสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง จนทำให้เกิดการสู้รบกระทบต่อแหล่งการผลิตน้ำมันและพลังงานในหลายประเทศ ส่งผลให้เกิดสิกฤตด้านราคาพลังงานไปทั่วโลก และปัจจุบันสถานการณ์ดังกล่าวก็ยังไม่มีท่าทีจะจบได้โดยเร็ว
ดังนั้น สศช.จึงมีการประเมินฉากทัศน์เศรษฐกิจ โดยกรณีที่ 1 หากสถานการณ์กระจายตัวทั่วภูมิภาค และสิ้นสุดลงใน 2 เดือน คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัวได้ประมาณ 1.4% และอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.7%
ฉากทัศน์ที่ 2 หากสงครามยกระดับครอบคลุมภูมิภาคตะวันออกกลาง และสิ้นสุดลงภายใน 3-5 เดือน ในฉากทัศน์นี้สงครามจะขยายวงกว้างครอบคลุมประเทศต่างๆในภูมิภาค โครงสร้างพื้นฐานการผลิตน้ำมันได้รับความเสียหายส่งผลต่อการผลิตน้ำมันดิบในภูมิภาค รวมถึงการส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงได้รับผลกระทบยืดเยื้อขึ้น ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยอยู่ที่ 105 – 115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัวได้ประมาณ 0.9% และอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 4.4%
ฉากทัศน์ที่ 3 หากสงครามยกระดับครอบคลุมภูมิภาคตะวันออกกลาง และยืดเยื้อ 6-9 เดือน หรือยืดเยื้อไปจนถึงเดือนพฤศจิกายนปีนี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นคือจะเกิดสงครามเต็มรูปแบบระหว่างอิหร่าน และกลุ่มพันธมิตร กับสหรัฐ เศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัวได้ประมาณ 0.2% และอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 5.8%
ฉากทัศน์ที่ 4 หากเกิดสถานการณ์สงครามเต็มรูปแบบ โดยมีประเทศพันธมิตรเข้าร่วม นำโดยประเทศมหาอำนาจอื่นๆ โดยเฉพาะยุโรป จีน และรัสเซีย ซึ่งจะทำให้สถานการณ์สงครามยืดเยื้อ ซึ่งหากเกิดสถานการณ์นี้ขึ้นเศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอยรุนแรง ท่ามกลางการขาดแคลนพลังงานและอาหาร และมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกจะถดถอยต่อเนื่อง และจะทำให้มีโอกาสเกิด ภาวะเศรษฐกิจชะงักงันแต่เงินเฟ้อสูง (Stagflation) ขึ้นได้
ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามรรรับฟังการแถลงข่าว เรื่อง “รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 และแนวโน้มปี 2569” ณ ห้องประชุม 521 อาคาร 5 ชั้น 2 สศช. โดยมี เลขาธิการ สศช. และผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้แถลง ผ่านการถ่ายทอดสด ดังนี้
- Facebook : สภาพัฒน์