โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สายสัมพันธ์ไทย-เนเธอร์แลนด์ VOC เชื่อมดินแดนอยุธยาสู่การค้าโลก

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
จานกระเบื้องลายคราม มีตราวีโอซี พบที่จังหวัดซากะ ประเทศญี่ปุ่น (ภาพจาก สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี)

ก้าวแรกสายสัมพันธ์ไทย-เนเธอร์แลนด์ VOC เชื่อมดินแดนอยุธยาสู่การค้าโลก

ราชอาณาจักรอยุธยา คือศูนย์กลางทางอำนาจที่สำคัญที่สุดของชนชาติไทย เช่นเดียวกับรัฐโบราณอื่น ๆ ในภูมิภาค อำนาจของอยุธยาตั้งอยู่บนความสามารถในการควบคุมกำลังคน เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ซึ่งผูกพันกับการค้าระหว่างดินแดนที่กำลังขยายตัวเป็นยุคแห่งการค้าโลก โดยหนึ่งในคู่ค้าที่ติดต่อสัมพันธ์กับอยุธยามาอย่างเหนียวแน่นและยาวนานมากที่สุดชาติหนึ่งคือ “ฮอลันดา”(Hollanda) หรือ “ดัตช์” (Dutch) ซึ่งก็คือประเทศเนเธอร์แลนด์ในปัจจุบัน

อยุธยาเป็นเมืองท่านานาชาติที่เปิดรับกลุ่มชนชาติจากดินแดนต่าง ๆ ทั่วโลกให้เข้ามาแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าอย่างคับคั่ง สำหรับฮอลันดานั้น พวกเขาเข้ามายังภูมิภาคอุษาคเนย์โดยมีจุดประสงค์ที่การค้าเป็นสำคัญ ผ่านรูปแบบบริษัททางการค้าในชื่อ วีโอซี(VOC) ที่ถือกำเนิดขึ้นใน พ.ศ. 2145 โดยมีศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่ปัตตาเวีย (ต่อมาคือกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย) บนเกาะชวา ก่อนจะเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับราชสำนักอยุธยาครั้งแรกใน พ.ศ. 2147 ตรงกับช่วงปลายสมัยสมเด็จพระนเรศ

แลมเบิร์ต จาคอบซ์ เฮอิน (Lambert Jacobsz Heijn) กับคอร์เนลีส สเปคซ์ (Cornelis Specx) ผู้นำคณะทูตของวีโอซีได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระนเรศ และสำรวจตลาดของอยุธยา พวกเขาได้พบเห็นความคึกคักของการค้าในเมืองท่าแห่งนี้ และหวังจะอาศัยเรือสำเภาหลวงของราชสำนักไปติดต่อค้าขายกับจีนอีกด้วย

แม้ราชสำนักอยุธยาจะต้อนรับคณะทูตเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่ได้อนุญาตให้พวกเขาอาศัยเรือสำเภาหลวงไปเมืองจีนแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอยุธยากำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ หลังทำสงครามยืดเยื้อกับพม่าและกัมพูชามานานร่วม 4 ทศวรรษ พร้อมกันนั้นการค้ากับโปรตุเกสและสเปนก็ซบเซาลงไปมาก ราชสำนักอยุธยาจึงปรารถนาที่จะเจริญสัมพันธไมตรีทางการค้าและการทูตกับฮอลันดาเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ด้วยเหตุนี้ ฮอลันดาจึงเป็นชาติแรกในยุโรปที่ได้ต้อนรับคณะทูตอยุธยา เมื่อสมเด็จพระเอกาทศรถ ทรงส่งคณะทูตไปเยือนใน พ.ศ. 2151 แล้วปีเดียวกันนั้น วีโอซีก็สามารถจัดตั้งโรงสินค้าในอยุธยาเป็นผลสำเร็จ และต่อมาใน พ.ศ. 2177 สมเด็จพระเจ้าปราสาททองก็มีพระบรมราชานุญาต โปรดเกล้าฯ พระราชทานที่ดินให้ชาวฮอลันดาตั้งสถานีการค้า อันจะกลายเป็นชุมชมต่างชาติขนาดใหญ่ที่รุ่งเรืองที่สุดแห่งหนึ่งในแผ่นดินสยาม

สำหรับวีโอซีมีชื่อเต็มคือ บริษัทอินเดียตะวันออกของดัตช์(Vereenigde Oostindische Compagnie) เป็นบริษัทการค้าที่รัฐบาลฮอลันดามอบอำนาจให้เป็นตัวแทนทำการค้ากับดินแดนต่าง ๆ สามารถสร้างป้อมปราการ สถานีการค้า มีกองทัพ มีอำนาจแต่งตั้งผู้อำนวยการหรือผู้ว่าการ ทำสนธิสัญญากับต่างประเทศ หรือแม้แต่ประกาศสงครามในดินแดนตะวันออก

อำนาจของวีโอซีดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่แหลมกู๊ดโฮป มหาสมุทรอินเดีย ภูมิภาคอุษาคเนย์ ไปจนถึงญี่ปุ่น ทำให้วีโอซีกลายเป็นองค์กรขนาดใหญ่โตกว้างขวางที่สุดในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 22-23 โดยมีเมืองท่าปัตตาเวีย เป็นศูนย์กลางของบริษัทในภูมิภาคอุษาคเนย์ และมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการติดต่อกับอยุธยา

“บ้านฮอลันดา” ชุมชนยุโรปแห่งกรุงเก่า

เมื่อชาวฮอลันดาเริ่มเข้ามาตั้งถิ่นฐานในดินแดนสยาม ชาวอยุธยาจึงได้เรียกชาวฮอลันดาว่า “วิลันดา”เป็นคำที่เพี้ยนมาจากภาษามลายูว่า“ออรัง เบอลันดา”หมายถึง ชาวฮอลันดาในชวา หรือที่อื่น ๆ ในหมู่เกาะอินเดียตะวันออก (อินโดนีเซียในปัจจุบัน) เนื่องจากชาวฮอลันดาที่เข้ามาติดต่อกับอยุธยามีศูนย์กลางอยู่ที่ปัตตาเวียนั่นเอง

กำพล จำปาพันธ์ อธิบายไว้ในหนังสือ “Downtown Ayutthaya ต่างชาติต่างภาษา และโลกาภิวัตน์แรกในสยาม-อุษาคเนย์” (2566 : มติชน) ว่า “เบอลันดา” ยังอาจมาจากภาษาโปรตุเกสว่า “ออลันดา”หรือฮอลแลนด์ เพราะชาวโปรตุเกสเป็นชาวตะวันตกชาติแรกที่เข้ามาติดต่อกับอยุธยา ภาษาของพวกเขาจึงเป็นภาษาหลักที่ใช้ติดต่อกับชาวยุโรปตลอดสมัยอยุธยา

สถานีการค้าของชาวฮอลันดาในอยุธยาเป็นที่รู้จักในชื่อ “บ้านฮอลันดา”หรือหมู่บ้านฮอลันดา มีเนื้อที่กว่า 8 ไร่ ตั้งริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ห่างจากเกาะเมืองไปทางทิศใต้ 2 กิโลเมตร อยู่ระหว่างหมู่บ้านญี่ปุ่นทางใต้ กับสถานีการค้าของอังกฤษทางเหนือ (ปัจจุบันเป็นอู่เรือเอกชน) ถัดขึ้นไปเป็นวัดพนัญเชิง บริเวณดังกล่าวเรียก “ปากน้ำแม่เบี้ย” และ “คลองสวนพลู” ย่านคนจีน

โยสต์ เซาเต็น (Joost Schouten) เจ้าหน้าที่คนสำคัญของวีโอซีในอยุธยา ได้บันทึกเกี่ยวกับสภาพของบ้านฮอลันดาใน พ.ศ. 2177 ว่า “ตึกหลังนี้ประกอบด้วยโรงสินค้า ห้องอยู่อาศัย ห้องโถงต่าง ๆ และให้ขุดคลองแยกจากแม่น้ำเข้ามายังที่ของบริษัทด้วย”

วีโอซียังมีโรงเก็บสินค้าข้างด่านขนอนหลวงบางตะนาวศรี ใกล้วัดโปรดสัตว์ ที่อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นโรงเก็บสินค้าขนาดใหญ่บนเกาะ เรียกว่า “นิวอัมสเตอร์ดัม”(New Amsterdam) ปัจจุบันคือบริเวณตำบลบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา

จดหมายเหตุของวิละภาเคทะระ เรื่องคณะทูตลังกาเข้ามายังอยุธยา เอ่ยถึงจุดดังกล่าวว่า “ราชทูตลังกาได้มาถึงประเทศสยามและได้พักอยู่ ณ เกาะอัมสเตอร์ดัม”

รวมถึงนิโกลาส์ แชร์แวส (Nicolas Gervaise) ชาวฝรั่งเศส ที่บันทึกถึงโรงสินค้าของวีโอซีว่า “สำหรับพวกชาวฮอลันดานั้น…อาคารที่พวกเขาสร้างขึ้นริมฝั่งแม่น้ำในบริเวณใกล้นครหลวง (อยุธยา) นั้นนับว่างามและโออ่าที่สุดในราชอาณาจักร… พวกเขายังมีอาคารอีกหลังหนึ่งที่ใกล้ปากน้ำ อันเป็นทำเลที่เหมาะสำหรับการจอดเทียบเรือมาก…”

ชุมชนบ้านฮอลันดาประกอบด้วยประชากร 3 กลุ่มหลัก คือ 1. ชาวฮอลันดา และชาวยุโรปที่เป็นลูกจ้างของวีโอซี รวมถึงชาวยุโรปชาติอื่น ๆ ที่มาอาศัยอยู่ในพื้นที่ โดยคนกลุ่มนี้เป็นเสรีชน 2. ประชากรที่เป็นลูกผสมระหว่างคนกลุ่มแรกกับมารดาที่เป็นคนพื้นเมือง และ 3. คนพื้นเมืองที่มาอาศัยอยู่บริเวณหมู่บ้านฮอลันดา ถือว่าอยู่เป็นเขตรับผิดชอบของบริษัทไปด้วย

ผู้อำนวยการสถานีการค้าของฮอลันดา นอกจากจะเป็นหัวหน้าพ่อค้าของฮอลันดาในอยุธยาแล้ว ยังต้องเป็น “นาย” หมู่บ้านอีกด้วย โดยมีหน้าที่ดูแลรักษาความสงบ ให้การคุ้มครอง และปกป้องคนในชุมชน บ้านฮอลันดาจึงเป็นหน่วยการปกครองอีกแห่งหนึ่ง โดยผู้อำนวยการฯ มียศเป็นขุนนางอยุธยา ได้รับพระราชทานศักดินา เชี่ยนหมาก และดาบประจำตัว เป็นเครื่องหมายแห่งศักดิ์และสิทธิ์ในฐานะขุนนางอยุธยาคนหนึ่ง

จากบันทึกการเดินทางของ ไคสแบร์ท เฮค (Gijsbert Heeck) ชาวฮอลันดาที่เดินทางเข้ามายังอยุธยาตรงกับสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง กล่าวว่า หัวหน้าบ้านฮอลันดาต้องเข้าร่วมพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาอย่างพร้อมเพรียงกับเหล่าขุนนางและข้าราชบริพารคนอื่น ๆ อีกด้วย

การค้าระหว่างอยุธยา-ฮอลันดา

ฮอลันดาสนใจสินค้าของอยุธยาจำพวกของป่า ไม่ว่าจะเป็น ไม้ฝาง ไม้กฤษณา หนังกวาง งาช้าง หนังปลากระเบน และแร่ดีบุก เพื่อนำไปขายต่อให้กับเมืองท่าต่าง ๆ ทั่วอุษาคเนย์ ญี่ปุ่น หรือแม้แต่ในยุโรป ส่วนสิ่งที่ชาวฮอลันดานำเข้ามาขายที่อยุธยาคือ แร่เงิน เงินตรายุโรป เครื่องถ้วย ผ้าจากอินเดีย อาวุธปืนไฟ และปืนใหญ่ เป็นต้น

ฮอลันดาเพิ่มบทบาทและความสำคัญต่ออยุธยาในฐานะพ่อค้าคนกลางมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลโชกุนโทกุงาวะของญี่ปุ่นดำเนินนโยบายปิดประเทศ ตรงกับสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ซึ่งอนุญาตเฉพาะเรือสินค้าของจีนกับฮอลันดาเท่านั้นที่สามารถเทียบท่าเมืองนางาซากิได้ วีโอซีจึงเป็นตัวกลางสำคัญในการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างสยามกับญี่ปุ่นอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะสินค้าอย่างหนังกวางและไม้ฝาง ที่ตลาดญี่ปุ่นต้องการอย่างมาก

การค้าระหว่างอยุธยากับวีโอซีดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และฮอลันดาก็กลายเป็นคู่ค้าชาติตะวันตกรายใหญ่ที่ได้สิทธิพิเศษทางการค้าขายสินค้ากับอยุธยา ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างราชสำนักกับบ้านฮอลันดาก็เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย ซึ่งความสำเร็จทางการค้าที่เกิดขึ้นก็มาจากการอำนวยความสะดวกของราชสำนักเองด้วย เห็นได้จากการที่อยุธยายินดีขายสินค้าผูกขาดสำคัญอย่างไม้ฝางและงาช้างให้แก่พวกเขานั่นเอง

ไคสแบร์ท เฮค เผยว่า อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ชาวฮอลันดาประสบความสำเร็จทางการทูตและการค้ากับอยุธยามากกว่าชาติตะวันตกชาติอื่น ๆ ก่อนหน้านั้น ก็เป็นเพราะการที่พวกเขามุ่งทำการค้าขายเป็นหลัก ทั้งตั้งสำนักงานและโรงสินค้าที่อยุธยา ทำให้ราชสำนักอยุธยาเห็นว่าฮอลันดาเป็นชาติที่มีความชำนาญในเรื่องการค้าและการต่อเรือ จึงมอบความไว้วางใจถึงขั้นว่าจ้างลูกเรือชาวฮอลันดาให้ต่อเรือแบบฮอลันดาไว้ใช้งานเลยทีเดียว

สายสัมพันธ์สองแผ่นดินสยาม-ดัตช์

ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างอยุธยากับฮอลันดายังปรากฏอยู่ใน “บันทึกเรื่องสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศไทยกับนานาประเทศในศตวรรษที่ 17 เล่ม 1”(The Records of Relation Between Siam and Foreign Countries in 17th Century Vol.1) ความว่า

“ชาวดัทช์จะขยายที่ที่ได้ปลูกอาคารไว้แล้วออกไป และชาวอังกฤษจะสร้างสะพานได้ ในขณะเดียวกันพวกนี้ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตซื้อที่ดินจากเจ้าของ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงยินยอมยกให้

พระเจ้ากรุงสยามได้เสด็จไปในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ชาวดัทช์ได้ตามเสด็จด้วยอย่างสมพระเกียรติ ซึ่งเป็นที่พอพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง จึงได้โปรดพระราชทานให้มหาดเล็กอัญเชิญเครื่องราชูปโภคมาพระราชทานแก่ชาวดัทช์ และชมเชยชาวดัทช์ว่าเป็นพวกที่มีความจงรักภักดีต่อพระองค์เป็นอย่างดี

มร.ลูคัส ได้ขึ้นเสลี่ยงที่ออกญาพระคลังจัดมาให้ออกไปด้วย แต่นัยว่าไม่ได้ตามเสด็จพระราชดำเนิน.”

ชาวฮอลันดายังมักจะได้รับเชิญให้ร่วมในพระราชพิธีเสมอ มีพระราชสาส์นและบรรณาการแลกเปลี่ยนระหว่างอยุธยากับปัตตาเวีย ระหว่างออกญาพระคลัง (ในนามกษัตริย์อยุธยา) กับข้าหลวงใหญ่ของวีโอซีแทบทุกปีระหว่าง พ.ศ. 2171-2183 และมีการรับรองคณะทูตจากสาธารณรัฐดัตช์ถึง 3 ครั้ง โดยที่แต่ละครั้งกษัตริย์อยุธยาจะทรงให้การต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่

ในจดหมายเหตุของ เยเรเมียส ฟาน ฟลีต (Jeremias van Vliet) หรือ “วัน วลิต” ผู้อำนวยการสถานีการค้าของวีโอซีในอยุธยา เล่าถึงตอนคณะทูตฮอลันดาเดินทางเข้ามาถวายพระราชสาส์นและบรรณาการ เมื่อ พ.ศ. 2179 ซึ่งตรงกับสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ความว่า

“ในที่สุดเรือหลายลำที่กล่าวถึงข้างต้น ก็มาถึงในแม่น้ำเจ้าพระยาประเทศสยามเมื่อวันที่ 15 กันยายน และแล่นมาถึงบางกอกเมื่อวันที่ 19 กันยายน ทั้งนี้ได้นำพระราชสาส์นและสาส์นกับเครื่องบรรณาการมาด้วย…คนสยามได้ทำพิธีรับพระราชสาส์นของเจ้าชายออเร้นจ์ ตามประเพณีสยามแล้วและขบวนเรือพิธี 10 ลำ และคนประจำเรือประมาณ 400 คน ได้นำพระราชสาส์นขึ้นไปยังสถานที่แห่งหนึ่งอยู่ใต้กรุงศรีอยุธยาลงมา 1 ไมล์”

ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงไมตรีระหว่างอยุธยากับฮอลันดา และยืนยันว่าชาวฮอลันดาเป็นที่การยอมรับในสายพระเนตรของกษัตริย์อยุธยาอย่างสูง

อย่างไรก็ตาม สถานะของฮอลันดาก็ค่อย ๆ ลดความสำคัญลงในครึ่งหลังของรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เมื่อต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ระหว่างกันน้อยกว่าความคาดหวัง พอถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชนอกจากการทำสนธิสัญญาการค้าระหว่างอยุธยากับฮอลันดา พ.ศ. 2207 แล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างราชสำนักกับวีโอซีได้กลายเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไป และฮอลันดาก็ถอยฉากออกมาดูชาติตะวันตกชาติอื่นเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับอยุธยา โดยเฉพาะการเข้ามาของฝรั่งเศส ที่แน่นแฟ้นสุดขีดในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

กระทั่งต่อมาในรัชกาลสมเด็จพระเพทราชา เนื่องจากพระองค์ไม่ทรงไว้วางใจชาวยุโรปเท่าใดนักทำให้บทบาทของชาวตะวันตกในอยุธยาเริ่มลดน้อยลงไป แต่วีโอซีจะออกตัวว่าพวกเขาเป็นกลาง และไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจการภายในของอยุธยา พยายามแสดงความเป็นมิตรต่อสมเด็จพระเพทราชา และดำเนินกิจการการค้าของฮอลันดาในอยุธยาต่อไปอีกระยะหนึ่ง

วีโอซีพยายามต่ออายุสัญญาการค้าในทุกรัชกาลต่อมาเพื่อยืนยันสิทธิพิเศษทางการค้าของพวกเขา ก่อนจะยกเลิกกิจการ และถอนตัวจากอยุธยาไปใน พ.ศ. 2308 เมื่อกองทัพพม่าปิดล้อมเมืองท่าแห่งนี้จนพวกเขาไม่สามารถดำเนินการค้าใดได้อีกต่อไป

นับตั้งแต่วีโอซีตั้งโรงสินค้า และขยับขยายเป็นสถานีการค้าหรือบ้านฮอลันดา องค์กรการค้าแห่งชาติฮอลันดาได้ดำเนินกิจการอยู่บนแผ่นดินสยามอยู่เป็นระยะเวลานานถึง 157 ปีเลยทีเดียว

ที่สำคัญคือ สิ่งที่อยุธยาได้จากฮอลันดาไม่ใช่เพียงผลกำไรจากการค้าขาย เพราะชาวฮอลันดายังนำเข้านวัตกรรมหรือสิ่งของแปลกใหม่จากตะวันตกหลายอย่างมาสู่อยุธยา เช่น เครื่องแก้ว ไวน์ เครื่องเขียน แว่นสายตา และกล้องส่องทางไกล เป็นต้น ถือเป็นการเปิดโลกกว้างให้ชาวอยุธยาในสมัยนั้นได้รู้จักและสัมผัสเทคโนโลยีใหม่ ๆ ของโลกอีกด้วย

ปัจจุบันพื้นที่บ้านฮอลันดายังหลงเหลือร่องรอยอยู่บ้าง และได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไปตั้งแต่ พ.ศ. 2481 และได้สร้างเป็นศูนย์ข้อมูลประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย-เนเธอร์แลนด์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเนื่องในวาระความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศครบรอบ 400 ปี ใน พ.ศ. 2547 นับตั้งแต่คณะทูตฮอลันดาชุดแรกมาเยือนอยุธยาในสมัยสมเด็จพระนเรศ พ.ศ. 2147

ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและยาวนานระหว่างราชอาณาจักรอยุธยากับวีโอซี-ฮอลันดาจึงเป็นประจักษ์พยานสำคัญว่าดินแดนสยามคือส่วนหนึ่งของโลกาภิวัตน์ยุคแรก โดยมีชาวฮอลันดาเป็นชนชาติสำคัญที่เชื่อมเรากับนานาอารยประเทศ และโยงใยดินแดนห่างไกลคนละซีกโลกเข้ากันด้วยแรงผลักดันทางเศรษฐกิจ รวมถึงพิสูจน์ว่า ความรุ่งโรจน์ของอยุธยาอยู่บนพื้นฐานโยบายที่มีทัศนวิสัยกว้างไกล มองออกไปภายนอก นั่นคือการส่งเสริมการค้าทางทะเล

ร่องรอยความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 4 ศตวรรษ ระหว่างสยาม-ดัตช์ ไม่ได้เป็นเพียงอดีตที่ผ่านเลยไป แต่เป็นรากฐานสำคัญที่ตอกย้ำว่า สยามไม่เคยโดดเดี่ยวและเป็นส่วนหนึ่งของสังคมโลกมาโดยตลอด จากยุคสมัยที่เรือของชาวฮอลันดาใช้เวลารอนแรมกลางมหาสมุทรนานนับเดือน เพื่อบุกเบิกเส้นทางแลกเปลี่ยนสินค้าและวัฒนธรรม วันนี้ ระยะทางข้ามทวีปที่เคยห่างไกลได้ถูกย่นย่อลงจนเหลือเพียงการเดินทางเพียงข้ามคืน

ในฐานะสายการบินแห่งชาติที่สืบทอดจิตวิญญาณของการเป็นประตูเชื่อมไทยสู่สากล “การบินไทย” ได้สานต่อสายใยแห่งมิตรภาพนี้ให้ใกล้ชิดยิ่งกว่าเคย ด้วยเส้นทางบินใหม่ล่าสุด กรุงเทพฯ-อัมสเตอร์ดัม

เที่ยวบินตรงของการบินไทยเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมสองดินแดนที่พร้อมพานักเดินทางจากลัดฟ้าสู่การเปิดประสบการณ์ใหม่ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม อดีตศูนย์กลางอำนาจของวีโอซีและปัจจุบันก็เป็นมหานครที่เปี่ยมเสน่ห์แห่งประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยการบินไทยพร้อมให้บริการที่เหนือระดับ ราบรื่น และสะดวกสบาย สมดั่งสโลแกน “Smooth as Silk”

เตรียมจัดกระเป๋าไปสัมผัสดินแดนแห่งกังหันลม และชื่นชมวัฒนธรรมของชนชาติที่เคยผูกมิตรใกล้ชิดกับคนไทยมาอย่างยาวนาน ที่รอให้คุณไปเยี่ยมชมด้วยตาตนเองที่อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์… ไปกับการบินไทย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

กำพล จำปาพันธ์ และโมโมทาโร่. (2566). Downtown Ayutthaya ต่างชาติต่างภาษา และโลกาภิวัฒน์แรกในสยาม-อุษาคเนย์. กรุงเทพฯ : มติชน.

กำพล จำปาพันธ์. “บ้านฮอลันดา” จากสังคมเมืองท่าอยุธยา สู่ศูนย์ข้อมูลประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย-เนเธอร์แลนด์. วารสารร่มพฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกริก, ปีที่ 33 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2558.

ณัฐพงษ์ ฉิมมา และทัศนี สุทธิวงศ์. ความสัมพันธ์ทางการค้าและการทูตระหว่างกรุงศรีอยุธยากับฮอลันดา : จากบ้านฮอลันดา สู่พิพิธภัณฑ์บ้านฮอลันดา. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรฎาคม – ธันวาคม 2560.

ภาวรรณ เรืองศิลป์ ; รศ. ดร. สุเนตร ชุตินธรานนท์ บรรณาธิการ. (2558). “ราชอาณาจักรอยุธยาในโลกาภิวัตน์ระยะแรก : พลวัตของการทูตไทยสมัยอยุธยาตอนปลาย กรณีการติดต่อกับชาติตะวันตก”ใน ในยุคอวสาน กรุงศรีฯ ไม่เคยเสื่อม. กรุงเทพฯ : มติชน.

สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์, กรมศิลปากร. (2557). ตามรอยบันทึกชาวต่างชาติ จากอ่าวสยามสู่ลำน้ำเจ้าพระยา. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร.

ชญาดา สุวรัชชุพันธ์, กรมศิลปากร. โบราณสถานหมู่บ้านฮอลันดา.(ออนไลน์)

Museum Thailand. บ้านฮอลันดา : หลักฐานความรุ่งเรืองทางการค้าขายในอดีต. (ออนไลน์)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 19 มิถุนายน 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สายสัมพันธ์ไทย-เนเธอร์แลนด์ VOC เชื่อมดินแดนอยุธยาสู่การค้าโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...