โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

ทันหุ้น

อัพเดต 22 พ.ค. เวลา 02.40 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. เวลา 02.40 น.

#ทันหุ้น – บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้คาด SET Index จะยังแกว่ง Sideways Up โดยมีแนวต้านหลักโซน 1,540-1,545 จุด รอทดสอบ แรงหนุนยังคงมาจากบรรยากาศการลงทุนที่ผ่อนคลายลงจากพัฒนาการเชิงบวกของการเจรจายุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่ความเห็นต่างของทั้ง 2 ฝ่ายเริ่มลดน้อยลงบ้าง อย่างไรก็ตามประเด็นยูเรเนียมเสริมสมรรถนะและการควบคุมฮอร์มุซยังไม่สามารถหาข้อสรุป ปัจจัยดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ย่อตัวต่อเนื่องสู่ระดับ US$102 ต่อบาร์เรล ก่อนฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับ US$105 ต่อบาร์เรลเช้านี้

ด้าน Bond Yield 10 และ 30 ปีของสหรัฐฯชะลอตัวลงสู่ระดับ 4.57% และ 5.1% คาดยังเป็นแรงหนุนต่อกลุ่ม Anti-Commodity และ Yield Sensitive เช่น ไฟแนนซ์ ขนส่ง โรงไฟฟ้า SPP ท่องเที่ยว ค้าปลีก เป็นต้น ส่วนคืนนี้เควิน วอร์ชจะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธาน Fed คนใหม่อย่างเป็นทางการ ส่วนตลาดยังให้โอกาส 60% ที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ ด้านปัจจัยในประเทศติดตามตัวเลขส่งออกไทยเดือน เม.ย. ในวันที่ 25 พ.ค.

ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจแม้จะชะลอตัวใน 2Q26 แต่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.75 แสนลบ. จะช่วยประคองกำลังซื้อและหนุนให้ GDP กลับมาฟื้นตัวแรงได้ใน 3Q26 โดยหากประกอบกับสมมติฐานว่าสถานการณ์สงครามและราคาพลังงานจะเริ่มทยอยผ่อนคลายลงใน 2H26 คาดว่าจะเป็นแรงหนุนให้กระแสเงินทุนต่างชาติมีโอกาสทยอยกลับมาไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง โดย SET Target ของเราปัจจุบันอยู่ที่ 1,570 จุด เรามองว่ามีโอกาสเห็น Sector Rotation เข้าหากลุ่ม Domestic/Consumption Play ที่ยัง Laggard ให้กลับมา Outperform ตลาดอีกครั้ง

กลยุทธ์ : เลือกหุ้นที่โมเมนตัมกำไร 2Q26-2H26 แข็งแกร่ง กระทบจำกัดจากสงคราม
หุ้นเด่นเดือน พ.ค : BBL, CPALL, ITC, SCGP, WHAUP
FSSIA Portfolio : BA, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, KTB, TIDLOR, WHAUP

หุ้นเด่นวันนี้ : BA
• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus 18.07 บาท
• ภาพรวมยอดจองล่วงหน้าเดือน มิ.ย.-ก.ย. ล่าสุดยังเติบโตได้เล็กน้อย โดยเส้นทางสมุยยังเติบโตและชดเชยเส้นทางอื่น ขณะที่ค่าโดยสารมีการปรับขึ้นเพื่อชดเชยต้นทุนน้ำมันเชื่อเพลิงบางส่วน ปัจจุบันบริษัทมีการ Hedge ราคาน้ำมันเครื่องบินล่วงหน้าในสัดส่วน 30% ที่ราว US$80 ต่อบาร์เรล
• คาดกำไรปกติ 2Q26 จะชะลอทั้ง q-q และ y-y ก่อนเร่งตัวใน 3Q26 จาก High Season เรามองว่า BA จะถูกกระทบจากสงครามจำกัดกว่าคู่แข่งจากธุรกิจที่ Diversify มากกว่า ส่วนระยะสั้นได้ Sentiment บวกจากราคาน้ำมันดิบที่ย่อตัวลงเช่นกัน จุดเด่นยังเป็นปันผลระดับ 5-6% ต่อปี
• แนวรับ 14-13.80 บาท แนวต้าน 14.80-15//15.50 บาท

ด้าน บล.ดาโอ คาดดัชนีฯ ผันผวนกรอบแคบก่อนวันหยุด นักลงทุนรอคอยการกลับมาเจรจากันอีกครั้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน

ปัจจัยในประเทศ

  • มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ: รอติดตามความชัดเจนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ ซึ่งหากมีความล่าช้าจะกดดันกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง
  • บริษัท แอมะซอน (Amazon) เปิดเผยในวันนี้ว่า บริษัทมีแผนลงทุนมากกว่า 33,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1 ล้านล้านบาท ในโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์คอมพิวติ้ง และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย ภายในปี 2582 ซึ่งตอกย้ำถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของภูมิภาคดังกล่าวในการขยายตัวทางดิจิทัลระดับโลก
  • Fund Flow และตลาดการเงิน: ทิศทางกระแสเงินทุนต่างชาติยังคงเป็นการขายสุทธิ กดดันภาพรวมดัชนี ในขณะที่การแข็งค่าของเงินดอลลาร์เป็นปัจจัยกดดันตลาดเกิดใหม่ (EM) รวมถึงหุ้นไทย …. ภาวะตลาดตราสารหนี้มีมูลค่าการซื้อขายรวม 80,613 ล้านบาท ด้านตลาดหุ้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 3,282 ล้านบาท (SET+MAI)
  • ภาวะตลาดเงินบาทปิดที่ 32.62/63 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวจากช่วงเช้า ตลาดไร้ปัจจัยใหม่

ปัจจัยต่างประเทศ

  • สถานการณ์ตะวันออกกลาง: โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศพร้อมโจมตีรอบใหม่อย่างรวดเร็ว หากอิหร่านยังไม่ยอมทำข้อตกลงสันติภาพ แต่ก็เต็มใจรออีก 2-3 วันเพื่อให้ได้ “คำตอบที่ถูกต้อง” ด้านเตหะรานลั่นยังเปิดกว้างสำหรับการเจรจา แต่การข่มขู่เพื่อบีบให้ยอมจำนนเป็นได้แค่ภาพลวงตา
  • ผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ต่อการลงทุน: ความกังวลว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลานานอาจทำให้ปัญหาด้านพลังงานรุนแรงขึ้นและกระตุ้นให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ แม้ว่าเตหะรานจะกล่าวว่าข้อเสนอใหม่ล่าสุดจากวอชิงตันได้ลดช่องว่างระหว่างสองฝ่ายลงได้บ้างแล้ว แต่รายงานข่าวที่ว่าอิหร่านวางแผนที่จะเก็บยูเรเนียมไว้นั้นถูกมองว่าเป็นอุปสรรคสำคัญต่อข้อตกลงสันติภาพ ปัจจัยนี้ส่งผลบวกต่อผู้ผลิตน้ำมันและปิโตรเคมีขั้นต้น (เช่น PTTEP, PTTGC) แต่กดดันกลุ่มโรงไฟฟ้า ท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า และสายการบิน จากต้นทุนที่สูงขึ้น
  • น้ำมัน: นักลงทุนในตลาดน้ำมันกำลังคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) จะถูกจำกัดและเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 81 ถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในอีก 12 เดือนข้างหน้า เนื่องจากความต้องการถูกบีบให้ชะลอตัวลงเพื่อชดเชยการสูญเสียอุปทานหลายล้านบาร์เรลที่เกิดจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
  • ประธาน Fed: โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณผ่อนคลายแรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) หลังกล่าวว่า เขาจะปล่อยให้นายเควิน วอร์ช ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ มีอิสระในการดำเนินนโยบายการเงิน หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาได้กดดันเฟดอย่างหนักภายใต้การบริหารของนายเจอโรม พาวเวล เพื่อให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
US: U. of Mich. Sentiment (May F) | Surv(M): — | Prior: 4820.00%

Technical : BCH, KAMART

ขณะที่ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี 1,520 – 1,530 แนวต้าน 1,540 – 1,550 ยังแนะนำลงทุนใน Theme ที่เข้ากับมาตรการกระตุ้นของภาครัฐฯ อย่าง ค้าปลีก/ส่ง/ห้างฯ เช่น PAXT, CPN, PALL, BJC, TNP, MOTHER รับเหมาฯ/นิคมฯ/สาธารณูปโภค เช่น AMATA,WHA,ROJNA,WHAUP,GULF,GPSC,CK,STECON ธนาคาร/การเงิน เช่น KBANK,KTB,TIDLOR,MTC

WHAUP* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 5.70 บาท) แนวโน้มกำไรปี 69 มีปัจจัยหนุนจากความต้องการใช้น้ำในกลุ่มลูกค้า Data Center โดยบริษัทคาดรายได้ค่าธรรมเนียมการความพร้อมในการจัดหาหรือสำรองน้ำ (Capacity Charge) ในปี 69 ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท (เทียบปี 68 จำนวน 425 ล้านบาท) ขณะที่คาดการณ์ปริมาณการขายน้ำในปี 69 ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องตามความต้องการใช้ของลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม ขณะที่ 2Q69 คาดกำไรปกติดีขึ้นจากโรงไฟฟ้าเก็กโค่-วันกลับมาเดินเครื่องหลังจากปิดซ่อม และมี coal inventory loss ลดลง ทั้งนี้อิงจาก Consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 1.46 พันล้านบาท +44%YoY และ 1.66 พันล้านบาท +14%YoY

ITC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 19.69 บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 871 ลบ. (+29%YoY , +10%QoQ) โตได้เด่นจากปัจจัยหนุนในเชิงรายได้ที่ +22%YoY +8%QoQ ตาม Demand ที่สูงขึ้นในสหรัฐฯและยุโรป รวมถึงการออกสินค้าใหม่ๆ ส่วนการดำเนินงานช่วงที่เหลือของปีแม้คาดว่าจะมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่คาดว่าจะเห็นการส่งผ่าน Cost ได้บางส่วนจากการทยอยปรับขึ้นราคา ขณะที่ยังคาดว่า Demand อาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯจะยังอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ ตลาดคาดกำไรสุทธิของ ITC* ปี69 และ70 จะอยู่ที่ 3,361 ลบ.(+13%YoY) และ 3,691 ลบ.(+10%YoY) ตามลำดับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...