รฟท. จัดเวทีรับฟังความเห็นนัดแรก โครงการทางรถไฟเชื่อมขนส่ง ‘ชุมพร-ระนอง’
การรถไฟรับฟังความเห็นนัดแรก การออกแบบรถไฟ Standard Gauge ชุมพร - ระนอง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมแลนด์บริดจ์ ดันโลจิสติกส์ไทยสู่ศูนย์กลางภูมิภาค
22 พฤษภาคม 2569 - การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 งานออกแบบกรอบรายละเอียด (Definitive Design) ของทางรถไฟ Standard Gauge และส่วนเชื่อมต่อของโครงการก่อสร้างทางรถไฟ ช่วงชุมพร - ท่าเรือน้ำลึกระนอง เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างท่าเรือฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการทางรถไฟขนาด 1.435 เมตร จากชายฝั่งชุมพรถึงท่าเรือแหลมริ้ว ชายฝั่งชุมพรถึงชายฝั่งระนอง และจากชายฝั่งระนองถึงท่าเรือแหลมอ่าวอ่าง)
โดยมี ว่าที่ร้อยตรี กิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม พร้อมด้วยนายวสันต์ ปั้นสังข์ วิศวกรกำกับการกองโครงการและแผนงานการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้แทนการรถไฟฯ เป็นผู้กล่าวรายงาน โดยมีกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย ผู้นำชุมชน ผู้แทนภาคประชาชน หน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา หน่วยงานเอกชน องค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ โรงแรมอวยชัยแกรนด์ ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร
ว่าที่ร้อยตรี กิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า โครงการทางรถไฟขนาด 1.435 เมตร (Standard Gauge) นี้ ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยิ่งในการเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งระหว่างสองฝั่งมหาสมุทร (อ่าวไทย-อันดามัน) ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ควบคู่ไปกับการกระจายโอกาสการพัฒนาสู่ท้องถิ่นตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การรับฟังเสียงของภาคประชาชนในวันนี้จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาโครงการเป็นไปอย่างรอบด้านและยั่งยืน
ด้าน นายวสันต์ ปั้นสังข์ ผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดประชุมในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอร่างข้อเสนอโครงการ รายละเอียดความเป็นมา ขอบเขตการศึกษา รวมถึงการประเมินทางเลือกและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็น ซึ่งข้อเสนอแนะทั้งหมดจะถูกนำไปใช้ประกอบการศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด
สำหรับแนวทางการศึกษาและออกแบบโครงการดังกล่าว มีกรอบวัตถุประสงค์หลัก 3 ด้าน ประกอบด้วย 1.ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน: ศึกษาผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ สังคม การเงิน และแนวทางการลงทุนที่สอดคล้องกับโครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) 2. ด้านการออกแบบ: ดำเนินการออกแบบกรอบรายละเอียด (Definitive Design) พร้อมจัดทำแบบรูปและเอกสารประกอบข้อเสนอเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุน (PPP) 3. ด้านสิ่งแวดล้อม: ศึกษาผลกระทบและจัดทำรายงาน EIA เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ (คชก.) และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ภายในงานยังได้มีการฉายวีดิทัศน์แนะนำโครงการ พร้อมทั้งเปิดเวทีบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ได้แก่ รายละเอียดและที่มาโครงการโดยผู้จัดการและวิศวกรโครงการ, แนวทางการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมโดยผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม และแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการประชาสัมพันธ์ ก่อนจะเปิดเซสชันให้ประชาชนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซักถาม และให้ข้อเสนอแนะอย่างกว้างขวาง
เมื่อโครงการนี้สำเร็จเป็นรูปธรรม คาดว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ในภาพรวมของประเทศ ยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยว ตลอดจนเชื่อมโยงฐานการผลิตจากเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สู่ประตูการค้าภาคใต้ เพื่อส่งออกไปยังกลุ่มประเทศ BIMSTEC ตะวันออกกลาง และยุโรปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาคอย่างแท้จริง