โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมรางฟ้องคร่อมเลน นครบาลชี้มี19จุดเสี่ยง

ไทยโพสต์

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรมรางแจ้งความเอาผิดพวกคร่อมเลนแล้ว เผยเป็นการใช้กฎหมายใหม่ลงดาบ ลั่นไม่ใช่การฟ้องแก้เกี้ยว “บิ๊กต่าย” สั่งด่วนให้ตำรวจทั่วประเทศสแกนจุดตัดรถไฟสุ่มเสี่ยง “บิ๊กเจี๊ยบ” ชี้ กทม.มี 19 จุดอันตราย เตรียมส่งจราจรลงบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

เมื่อวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569 ยังคงมีความต่อเนื่องจากเหตุการณ์รถไฟชนกับรถโดยสารประจำทางสาย 206 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดย พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 กล่าวถึงความคืบหน้าคดีว่า สอบปากคำคนเจ็บไปแล้ว 14 ราย จากทั้งหมด 32 ราย ยืนยันในวันเกิดเหตุ รฟท.ไม่ได้มีการวิทยุสื่อสารหรือโทรศัพท์ประสานให้ตำรวจไปช่วยเคลียร์รถติดคร่อมรางแต่อย่างใด

ถามถึงพนักงานขับรถไฟคันเกิดเหตุที่ตรวจพบสารเสพติด 2 ชนิดทั้งยาบ้าและกัญชาในร่างกาย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ยอมรับว่ามีช่องโหว่ทางกฎหมาย เนื่องจากรถไฟอยู่ใต้ พ.ร.บ.การเดินรถทางราง ไม่ใช่ พ.ร.บ.จราจรทางบก ซึ่งกฎหมายไม่ครอบคลุมข้อหาขับเสพรถไฟ ตำรวจจึงทำได้เพียงเล็งแจ้งข้อหาเสพยาบ้าธรรมดา ส่วนกัญชาพ้นสภาพยาเสพติดแล้ว แต่ตามกฎหมายหากไม่พบของกลางในตัวพลขบวน จะถูกตีสถานะเป็นเพียงผู้ป่วยเสพยา ซึ่งตำรวจกำลังพิจารณาข้อกฎหมายอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้หลุดคดี

ขณะเดียวกัน นายรักสิทธิ์ ไวตี ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมการขนส่งทางราง เดินทางมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน หลังรับมอบอำนาจจากอธิบดีกรมการขนส่งทางราง เพื่อเอาผิดกับผู้ขับขี่รถที่คร่อมรางรถไฟในวันที่ 16 พ.ค. เวลา 15.33 น. จนถึงช่วงเวลาเกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์ตามความผิด พ.ร.บ.ขนส่งทางราง 2568 และความผิดอาญาอื่นๆ

“จำนวนความผิดหรือข้อหาที่เข้าข่ายตามกฎหมาย ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนในขณะนี้ เนื่องจากต้องพิจารณาเป็นรายกรณีคล้ายกฎหมายจราจรทางบก โดยขั้นตอนต่อไปจะเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลักฐานและพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างละเอียด" นายรักสิทธิ์ระบุ

ถามถึงสาเหตุของการแจ้งความ ว่าเกี่ยวข้องกับการที่มีสิ่งกีดขวางทำให้รถไฟไม่สามารถเดินรถได้หรือไม่ นายรักสิทธิ์กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญ เนื่องจากกฎหมายกำหนดความผิดไว้ในกรณีก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบขนส่งทางราง หรือกีดขวางการเดินรถ ซึ่งกฎหมายการขนส่งทางรางถือเป็นกฎหมายเฉพาะที่เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2569 โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในกรณีแรกที่มีการนำกฎหมายดังกล่าวมาใช้ดำเนินคดีหลังมีผลบังคับใช้ ส่วนเกณฑ์การพิจารณาความผิดกับรถโดยสารประจำทางนั้น ก็ต้องดูองค์ประกอบตามกฎหมายอาญา ได้แก่ การกระทำความเสียหายและผู้กระทำผิด หากไม่เกิดความเสียหายอาจเข้าข่ายเพียงความพยายามกระทำผิด ซึ่งต้องพิจารณาตามข้อกฎหมายต่อไป รวมถึงอาจมีผลต่อการพิจารณาความคุ้มครองของบริษัทประกันภัยด้วย

เมื่อถามว่า การแจ้งความครั้งนี้มองเป็นการแก้เกี้ยวได้หรือไม่ นายรักสิทธิ์ยืนยันว่า การเข้าแจ้งความไม่ได้มีเจตนาดำเนินคดีกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นพิเศษ แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อรักษาความปลอดภัยของประชาชนและระบบขนส่งทางรางโดยรวม เพราะความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ

ถามถึงสาเหตุหลักของอุบัติเหตุครั้งนี้ นายรักสิทธิ์ย้ำว่า การจอดคร่อมรางเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัย โดยยังต้องพิจารณาความเป็นไปได้ของความประมาทร่วมจากหลายฝ่าย เช่น พนักงานขับรถ, พนักงานรถไฟ หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องตรวจสอบเชิงลึกเป็นรายจุดและรายเวลา ซึ่งกรมฯ ไม่มีอำนาจชี้ขาดว่าใครถูกหรือผิด แต่มีหน้าที่กำกับดูแลและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการด่วนไปยังผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 และผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในการดำเนินการและการปฏิบัติเพื่อป้องกันและลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางเดินรถกับทางรถไฟทั่วประเทศ โดยมอบหมาย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.กำกับดูแล กำชับให้ทุกพื้นที่ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมวางมาตรการจัดการจราจร ป้ายเตือน สัญญาณไฟ ไม้กั้น และใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติ

ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้เรียกประชุมด่วนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ รฟท.เพื่อกำหนดแนวทางผ่าทางตันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟอย่างยั่งยืน ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

พล.ต.ท.สยามกล่าวภายหลังประชุมว่า จากการกางตารางสำรวจกายภาพพบว่า ปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีจุดตัดทางรถไฟรวมทั้งสิ้น 71 จุด ในจำนวนนี้มีจุดเสี่ยงอันตรายขั้นวิกฤตอยู่ 19 จุด ซึ่ง รฟท.และ บช.น.ได้สั่งการให้จัดระดับความเสี่ยงแยกเป็นสีแดง สีเหลือง และสีเขียว เพื่อประเมินความปลอดภัย โดยมาตรการระยะสั้น ตำรวจจะลงพื้นที่ปูพรมตีเส้นจราจร ติดป้ายเตือน และตั้งกล้องวงจรปิด รวมถึงส่งตำรวจจราจรลงบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ส่วนระยะกลางและยาวจะนำระบบเทคโนโลยีอัตโนมัติมาบริหารจัดการเดินรถ ร่วมกับการกางตารางเวลาเดินรถล่วงหน้าเพื่อสับหลีกการจราจรไม่ให้รถติดคร่อมราง

ด้านนายอุดม เหมาเพชร วิศวกรใหญ่ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟแห่งประเทศไทย ชี้แจงปมแผงกั้นว่า พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในยังจำเป็นต้องใช้ระบบไฟฟ้าที่มีเจ้าหน้าที่คุม เพราะหากใช้ระบบอัตโนมัติขณะรถติดขัดอาจเกิดอันตรายเพิ่มขึ้น ยอมรับเครื่องกั้นหลายจุดยังกั้นได้เพียงฝั่งละ 1 ด้าน (ไม่เต็มพื้นที่ 4 ด้าน) ซึ่งอยู่ระหว่างแผนปรับปรุงระยะยาว ส่วนเหตุเครื่องกั้นพญาไทชำรุดเมื่อเช้ามืด พบว่าเกิดจากประชาชนขับรถชนเสียหาย ไม่ใช่ระบบพัง

นายอุดมยังได้กล่าวขอโทษครอบครัวและญาติผู้เสียชีวิตต่อกรณีที่มีกระแสต่อว่า รฟท.ละเลยไม่เหลียวแล โดยยืนยันว่าเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน และรักษาการผู้ว่าฯ รฟท.ได้ประสานเยียวยาแล้ว พร้อมยอมรับความจริงว่า ที่ผ่านมา รฟท.มีมาตรการตรวจเพียงแอลกอฮอล์เท่านั้น แต่หลังเกิดเหตุได้สั่งสแกนยาบ้าและพบพนักงานปัสสาวะเป็นสีม่วงเพิ่มอีก 2 ราย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...